ซาร์นิโคลัสที่ 2 เยือนสยาม แต่บรรทมไม่หลับ เพราะดอกไม้ประดับพระวิสูตร

พระบรมฉายาลักษณ์หมู่ รัชกาลที่ 5 ฉายพร้อมด้วยซาเรวิช พระบรมวงศานุวงศ์ และขุนนางของทั้งสองประเทศ ณ ประราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกอบเรื่อง ซาร์นิโคลัสที่ 2 เยือนสยาม
พระบรมฉายาลักษณ์หมู่ รัชกาลที่ 5 ฉายพร้อมด้วยซาเรวิช พระบรมวงศานุวงศ์ และขุนนางของทั้งสองประเทศ ณ ประราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ภาพจาก เอกสารเก่าต้นฉบับของสะสม ไกรฤกษ์ นานา - สงวนลิขสิทธิ์ภาพ)

ซาร์นิโคลัสที่ 2 เคยเสด็จเยือนสยาม ครั้งยังเป็นมกุฎราชกุมาร เป็นฉากสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับรัสเซียสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ด้วยความที่มาประทับต่างบ้านต่างเมือง จึงไม่วายเกิดเรื่องบางอย่างที่ทำให้ถึงกับบรรทมไม่หลับ

ซาเรวิช หรือมกุฎราชกุมารนิโคลัส ระหว่างการเสด็จเยือนสยาม
ซาเรวิช หรือมกุฎราชกุมารนิโคลัส ระหว่างการเสด็จเยือนสยาม (ภาพจาก หนังสือ เบื้องหลังการเยือนกรุงสยามของมกุฎราชกุมารรัสเซีย มิติการเมืองใหม่สมัยรัชกาลที่ 5, ไกรฤกษ์ นานา : 2552 – สงวนลิขสิทธิ์ภาพ)

พระยาประดิพัทธภูบาล (คอ ยู่เหล ณ ระนอง) เล่าเรื่องนี้ไว้ในบันทึกของท่านว่า เป็นเหตุการณ์ใน พ.ศ. 2434 ซาร์นิโคลัสที่ 2 ขณะยังเป็น “ซาเรวิช” หรือองค์รัชทายาทซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 3 เป็นผู้แทนพระองค์เสด็จมาเปิดทางรถไฟสายทรานซ์ไซบีเรีย ต่อด้วยเสด็จประพาสรอบโลก โดยมีสยามเป็นเส้นทางผ่าน

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเห็นเป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างสัมพันธ์กับรัสเซีย จึงโปรดฯ ให้สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ อัญเชิญพระราชสาส์นส่วนพระองค์ไปทูลเชิญซาเรวิชถึงสิงคโปร์ ให้เสด็จเยือนสยาม

ซาเรวิชจึงเปลี่ยนเส้นทางและกำหนดการกระทันหัน เพื่อเสด็จเยือนสยามก่อน

รัชกาลที่ 5 ทรงต้อนรับคณะของซาเรวิชอย่างยิ่งใหญ่ ตลอดเวลา 5 วันที่เสด็จเยือนสยาม คือระหว่างวันที่ 20-24 มีนาคม พ.ศ. 2434 

ระหว่างคืนวันที่ 22-24 ซาเรวิชเสด็จไปพระราชวังบางปะอิน พระนครศรีอยุธยา โดยทางการสยามจัดแจงให้ประทับ ณ พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร ในพระราชวังบางปะอิน แล้วคืนหนึ่งก็เกิดปัญหาบางอย่างที่รบกวนการบรรทมของพระองค์…

พระยาประดิพัทธภูบาล ซึ่งรับหน้าที่คอยดูแลประจำพระองค์ซาเรวิชอย่างใกล้ชิด เล่าถึงเหตุการณ์คืนนั้นว่า [ปรับย่อหน้าใหม่ และเน้นคำเพิ่มเติมโดยกอง บก. ศิลปวัฒนธรรม]

“คืนหนึ่งระหว่างประทับอยู่ที่บางปะอิน เวลาประมาณ ๒ ยามเศษ (เที่ยงคืน) องครักษ์ซาเรวิทซ์มาปลุกและบอกว่า ซาเรวิทซ์รับสั่งให้หา ข้าพเจ้าตกใจคิดว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น รีบไปเฝ้า

ท่านรับสั่งว่า สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงประดับพระวิสูตร์ด้วยดอกมะลิ จำปา เต็มหมดมาครอบพระแท่นจนบรรทมไม่หลับ เพราะกลิ่นดอกไม้แรงเกินไป เอาออกได้ไหมโดยอย่าให้สมเด็จพระบรมราชินีนาถกริ้ว

ข้าพเจ้าจึงทูลว่า ถ้าไม่โปรดก็ปลดทิ้งเสียได้ แล้วจึงเรียกมหาดเล็กมาตัดดอกไม้ออกหมด

รุ่งเช้าได้กราบบังคมทูลสมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงทราบ ก็ไม่เห็นกริ้วเป็นแต่มีพระรดำรัสว่า ทำดีกลับเป็นโทษ”

พระบรมฉายาลักษณ์หมู่ รัชกาลที่ 5 ฉายพร้อมด้วยซาเรวิช พระบรมวงศานุวงศ์ และขุนนางของทั้งสองประเทศ ณ ประราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พระบรมฉายาลักษณ์หมู่ รัชกาลที่ 5 ฉายพร้อมด้วยซาเรวิช พระบรมวงศานุวงศ์ และขุนนางของทั้งสองประเทศ ณ ประราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ภาพจาก หนังสือ เบื้องหลังการเยือนกรุงสยามของมกุฎราชกุมารรัสเซีย มิติการเมืองใหม่สมัยรัชกาลที่ 5, ไกรฤกษ์ นานา : 2552 – สงวนลิขสิทธิ์ภาพ)

เป็นอันว่า ดอกไม้นานาพรรณที่นำมาประดับตามม่านมุ้งภายในห้องบรรทม คงส่งกลิ่นอบอวลจนมกุฎราชกุมารรัสเซียบรรทมไม่ได้ เพราะไม่คุ้นเคยกับกลิ่นเหล่านี้นั่นเอง ทั้งนี้ ตำแหน่ง “พระราชินี” ในช่วงนั้นคือ สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี

อย่างไรก็ดี มกุฎราชกุมารรัสเซียที่ต่อมาคือ ซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงพอพระทัยกับการต้อนรับอย่างดีจากรัฐบาลสยาม กลายเป็นความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างพระองค์กับรัชกาลที่ 5 ซึ่งก็เป็นคุณอย่างอเนกอนันต์ในห้วงที่สยามเผชิญภัยคุกคามเรื่องการล่าอาณานิคมจากชาติตะวันตกชาติอื่น ๆ ในช่วงเวลานั้น

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

ประดิพัทธภูบาล, มหาอำมาตย์ตรี พระยา. (2508). เรื่องของเจ้าคุณประดิพัทธฯ. หนังสืออนุสรณ์งานศพวัดบวรนิเวศวิหาร ในงานสตมวารศพ พระยาประดิพันธภูบาล. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.

ไกรฤกษ์ นานา. (2552). เบื้องหลังการเยือนกรุงสยามของมกุฎราชกุมารรัสเซีย มิติการเมืองใหม่สมัยรัชกาลที่ 5. กรุงเทพฯ : มติชน.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 มิถุนายน 2569