เมืองท่าฉวนโจว ศูนย์กลางการค้าทางทะเลของจีนในคริสต์ศตวรรษที่ 10-13

แผนที่ มณฑลฝูเจี้ยน เมืองท่าฉวนโจว
แผนที่มณฑลฝูเจี้ยน ที่ตั้งเมืองฉวนโจว (ภาพจาก Wikimedia Commons)

เมืองท่าฉวนโจว ศูนย์กลางการค้าทางทะเลของจีนยุคราชวงศ์ซ่ง

“เมืองฉวนโจว”  ตั้งอยู่บริเวณมณฑลฟูเจี้ยน ทางตอนใต้ของประเทศจีน มีบทบาทเป็นเมืองท่าการค้าอันดับต้น ๆ ของจีนในสมัยราชวงศ์ซ่ง ยุคที่การเดินเรือรุ่งเรืองพร้อม ๆ กับการเกิดสังคมพหุวัฒนธรรม

ย้อนกลับไปในสมัยราชวงศ์ถัง จีนมีศูนย์กลางการค้าอยู่ที่เมืองกวางโจว ส่วนฉวนโจวจึงยังเป็นเมืองที่ห่างไกลจากศูนย์กลางการบริหาร มีลักษณะเป็นเมืองชั้นรอง แม้จะมีพื้นที่อุดมสมบูรณ์ และติดกับชายฝั่งทะเล  ก่อนที่ต่อมาในปลายราชวงศ์ถัง เริ่มมีการพัฒนาฉวนโจวมากขึ้นจนกลายเป็นเมืองสำคัญของมณฑลฟูเจี้ยน จากการปกครองแบบอิสระและควบคุมการค้าด้วยตัวเอง

ขุนนางราชวงศ์ซ่ง
ขุนนางราชวงศ์ซ่ง (ภาพจาก Wikimedia Commons)

เมื่อเข้าสู่สมัยราชวงศ์ซ่ง ราชสำนักเริ่มดำเนินนโยบายที่สำคัญในฉวนโจว คือ “ชื่อปั๋วชือ(Shibosi) จัดตั้งสำนักงานในหลายพื้นที่เพื่อติดต่อการค้ากับทางเหนือ ได้แก่ ริวกิว ญี่ปุ่น และเกาหลี และทางทิศใต้ ได้แก่ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อนุทวีปอินเดีย และพ่อค้ามุสลิม หน้าที่หลักคือควบคุมการค้า เก็บภาษี และให้เงินส่งเสริมการค้าทางทะเล โดยมีพ่อค้าชาวมุสลิมเป็นพ่อค้าคนกลางและเป็นล่ามให้เจ้าหน้าที่สำนักงานในการติดต่อค้าขายกับพ่อค้าต่างชาติ

การบริหารของราชสำนักซ่งทำให้การค้าในฉวนโจวเต็มไปด้วยบรรยากาศที่คึกคัก ชาวต่างชาติเดินเรือเข้ามาค้าขายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชาวอาหรับ-มุสลิม เกาหลี ริวกิว ญี่ปุ่น และอินเดีย โดยสินค้านำเข้าที่สำคัญ คือ เครื่องเทศ ธูป แร่ เงิน และทอง สินค้าส่งออกที่สำคัญ คือ ผ้าไหม เครื่องปั้น และเครื่องเขิน

วัดไคหยวน
วัดไคหยวน (ภาพจาก dl.ndl.go.jp)

การเข้ามาของพ่อค้าชาวต่างชาติทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ในพื้นที่ฉวนโจว ไม่ว่าจะเป็นความรู้เรื่องการต่อเรือสำเภา และเข็มทิศเพื่อใช้เดินเรือ ทำให้เมืองท่าแห่งนี้กลายเป็น “สังคมพหุวัฒนธรรม” เห็นได้จากโบราณสถานต่าง ๆ ในพื้นที่ ได้แก่ วัดไคหยวนที่ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพุทธ มัสยิดชิงจิ้งที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนาอิสลาม และซากวิหารพระศิวะที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนาฮินดู

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงรอบ ๆ ฉวนโจวก็มีคนอพยพไปอยู่อาศัย อย่าง “เกาะเผิงหู” มีชาวฮกเกี้ยนจากฟูเจี้ยนอพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐานและทำนาบนเกาะ ราชสำนักซ่งพยายามเข้าไปควบคุมพื้นที่อีกฝั่งของช่องแคบไต้หวัน และสร้างสถานีการค้า โดยมีหวังต้าโหยวเป็นผู้ประจำการ เพื่อคุ้มครองชาวจีนอพยพที่ถูกรุกรานจากกลุ่มโจรสลัด และรักษาความปลอดภัยทางการค้าของจีน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายสมัยราชวงศ์หยวนที่เกิดสงครามกลางเมืองจากกลุ่มทหารและพ่อค้าชาวมุสลิมเรียกว่า “กบฏอีสปา” (Ispah Rebellion) ความวุ่นวายและไม่ปลอดภัยในบริเวณนี้ส่งผลให้ไม่มีการเดินเรือเข้ามาค้าขาย

ต่อมา ราชวงศ์หมิงออกนโยบายปิดประเทศ บริเวณนี้จึงไม่ได้รับความนิยมจากพ่อค้าต่างชาติเท่าเดิม และเสื่อมถอยลงไป เหลือทิ้งไว้เพียงร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองในอดีตของเมืองท่าฉวนโจว ที่ครั่งหนึ่งเคยมีฐานะเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลที่สำคัญแห่งหนึ่งของจีน

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

Angela Schottenhammer. “The Emporium of the World Maritime Quanzhou, 1000-1400.” Netherland: Brill, 2001.

Hugh R. Clark. “Quanzhou (Fujian) during the Tang-Song interregnum, 879-978.” T’oung Pao, Vol. 68 (1982): 132-149.

Liu Yingshen. “The Taiwan Strait between the Twelfth and Sixteenth Centuries and the Maritime Route to Luzon.” Journal of Asian History, Vol. 46, No.2 (2012): 167-180.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 พฤษภาคม 2569