“ช่องแคบมะละกา” ทางเดินเรือสำคัญภูมิภาคอุษาคเนย์ เชื่อมตะวันตก-ตะวันออก

แผนที่ ช่องแคบมะละกา ทางเดินเรือสำคัญ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แผนที่บริเวณช่องแคบมะละกา (ภาพโดย United Kingdom Hydrographic Office ใน Wikimedia Commons)

ช่องแคบมะละกา ทางเดินเรือสำคัญภูมิภาคอุษาคเนย์

ตะวันออกกลางมี “ช่องแคบฮอมุซ” อุษาคเนย์ก็มี “ช่องแคบมะละกา” เป็นช่องทางเดินเรือสำคัญที่คับคั่งไปด้วยเรือสินค้ามาแต่โบราณกาล

ช่องแคบมะละกา (Malacca Strait) เป็นช่องแคบที่อยู่ระหว่างคาบสมุทรมลายูกับเกาะสุมาตรา มีความยาวประมาณ 500 ไมล์ ความกว้างตั้งแต่ 8.4 ถึง 126 ไมล์ จุดลึกที่สุดอยู่ที่ความลึก 26-30 เมตร

เนื่องจากเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่าง 2 น่านน้ำสำคัญของโลก คือมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ที่สำคัญคือมีระยะทางสั้นที่สุด ช่วยย่นเวลาการเดินทางทางทะเล ช่องแคบแห่งนี้จึงเป็นเส้นทางเดินเรือที่คับคั่งมาตั้งแต่สมัยโบราณ

ช่องแคบมะละกา
ช่องแคบมะละกา

ช่องแคบมะละกามาจากชื่อเมืองท่าสำคัญของช่องแคบแห่งนี้ ซึ่งมีบทบาทควบคุมเส้นทางการค้าทางทะเลในย่านนี้มาอย่างยาวนาน นั่นคือ มะละกา (Malacca) เมืองท่าที่สร้างขึ้นช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 14 และกลายเป็นรัฐที่มั่งคั่งจากการค้าทางทะเล และศูนย์กลางการเผยแผ่ศาสนาอิสลามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

กระทั่ง ค.ศ. 1511 โปรตุเกสเข้ายึดครองมะละกา สร้างป้อมปราการขึ้น และใช้เป็นจุดยุทธศาสตร์ควบคุมเส้นทางการค้าในเขตโลกตะวันออก หลังจากนั้นมะละกาก็เปลี่ยนมือผู้ปกครองจากโปรตุเกสเป็นฮอลันดา (ดัตช์) ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17 และอังกฤษในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19

หลังจากอังกฤษสถาปนาเมืองท่าและศูนย์กลางการค้าทางทะเลแห่งใหม่ คือ สิงคโปร์ แทนที่มะละกาอังกฤษและดัตช์ได้ทำสนธิสัญญาแบ่งเขตแดนระหว่างกันใน ค.ศ. 1824 โดยคาบสมุทรมลายู (รวมถึงมะละกา) และสิงคโปร์ เป็นเขตอิทธิพลของอังกฤษ ส่วนหมู่เกาะอินโดนีเซียเป็นเขตอิทธิพลของดัตช์

ภาพดาวเทียม ช่องแคบมะละกา คาบสมุทรมลายู เกาะสุมาตรา
ภาพดาวเทียมบริเวณคาบสมุทรมลายู และเกาะสุมาตรา (ภาพโดย NASA ใน Wikimedia Commons)

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ดินแดนต่าง ๆ รอบช่องแคบพ้นสถานะอาณานิคม ช่องแคบมะละกายังคงเป็นเส้นทางคมนาคมทางทะเลที่สำคัญระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก นอกจากความสำคัญด้านเศรษฐกิจการค้าแล้ว ยังมีเรื่องของความมั่นคงระหว่างประเทศด้วย เพราะช่องแคบแห่งนี้มีทั้งเรือสินค้าและเรือรบนานาชาติแล่นผ่าน

ช่องแคบมะละกาจึงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่นานาชาติพยายามรักษาสถานภาพของช่องแคบให้เป็นเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศที่สามารถใช้เดินทางผ่านได้โดยเสรี เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็ป้องกันการผูกขาดการใช้ประโยชน์ทางทหารโดยชาติมหาอำนาจเหนือหนึ่งในช่องแคบที่มีเรือสินค้าสัญจรคับคั่งที่สุดในโลกแห่งนี้ด้วย

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

กิตติมา จันทร์ตรี. (2441). ช่องแคบมะละกา มาเลเซีย-อินโดนีเซีย. กรุงเทพฯ : มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 มีนาคม 2569