
| ผู้เขียน | กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม |
|---|---|
| เผยแพร่ |
6 กองบัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ครอบคลุมทั่วโลก
สหรัฐอเมริกาเป็นชาติมหาอำนาจด้านการทหารอันดับ 1 ของโลก ด้วยทรัพยากรจำนวนมากที่สะท้อนได้จากการอัดฉีดงบประมาณด้านกลาโหมมหาศาล
โดยเฉพาะ “กองทัพเรือ” ที่มีเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์มากถึง 11 ลำ รวมถึงเรือประเภทต่าง ๆ ที่ประกอบเข้าเป็นกองเรือขนาดใหญ่
การที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับกองกำลังทาง “ทะเล” เพราะพวกเขาตระหนักถึงขีดความสามารถในการแผ่อำนาจจากทะเลสู่ชายฝั่ง และการเป็นผู้ครอบครองท้องทะเลยังควบคุมเส้นทางคมนาคมการเดินเรือ ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจโลกอีกด้วย
ย้อนกลับไปในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 อัลเฟรด เทเยอร์ มาฮาน เสนอแนวคิด “ทฤษฎีสมุททานุภาพ” ว่า หากต้องการเป็นมหาอำนาจต้องควบคุมประตูสู่มหาสมุทรที่เชื่อม 2 มหาสมุทรเข้าไว้ด้วยกัน และต้องมี 6 เงื่อนไขประกอบ คือ
1. ตำแหน่งภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบ 2. แนวชายฝั่งที่ใช้ประโยชน์ได้ 3. ขอบเขตของดินแดน 4. ประชากรมากพอที่จะปกป้องดินแดนของตนได้ 5. สังคมที่มีความสามารถในการเดินเรือทะเลและการค้า และ 6. รัฐบาลที่มีอิทธิพลและแนวโน้มที่จะครอบครองท้องทะเล
ทฤษฎีสมุททานุภาพดังกล่าวส่งผลต่อแนวคิดของวิลเลียม แมคคินลีย์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 25 (ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. 1897-1901) ชายผู้นี้เป็นคนนำสหรัฐฯ ไปสู่ความเป็นจักรวรรดินิยมโดยการเข้ายึดครองพื้นที่ หรือรับมอบดินแดนอาณานิคมจำนวนมาก เช่น ฮาวาย กวม เปอร์โตริโก ฟิลิปปินส์ และคิวบา (ได้รับเอกราชจากสเปน แต่ต้องยอมรับเป็นดินแดนในอารักขาของสหรัฐฯ)

แมคคินลีย์คือคนสำคัญที่ผลักดันแนวนโยบายการขยายแสนยานุภาพของกองทัพเรือสหรัฐฯ เช่น วางตำแหน่งทำเลที่ตั้งทางยุทธศาสตร์เพื่อสร้างฐานทัพเรือ ไม่ใช่แค่พื้นที่ตามแนวชายฝั่งของสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ปักหมุดจุดยุทธศาสตร์ทั่วโลกอีกด้วย
ทฤษฎีสมุททานุภาพเห็นได้จากแนวคิดเชื่อมมหาสมุทรแปซิฟิกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก นั่นคือ การขุดคลองปานามา ซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นผู้รับไม้ต่อจากฝรั่งเศส และผลักดันโครงการนี้จนสำเร็จในตอนต้นศตวรรษที่ 20
แมคคินลีย์เป็นบุคคลต้นแบบที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบันกล่าวยกย่อง เขาเคยกล่าวว่า “ประธานาธิบดี Mckinley ทำให้ประเทศเรามั่งคั่งมากด้วยภาษีศุลกากรและความสามารถ…เขาเป็นนักธุรกิจโดยธรรมชาติ…และมอบเงินแก่เท็ดดี้ รูสเวลต์ สำหรับสิ่งดี ๆ มากมายที่เขาทำ ซึ่งรวมถึงคลองปานามาด้วย”
นับแต่สมัยของแมคคินลีย์เป็นต้นมา กองทัพเรือสหรัฐฯ จึงแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งในปัจจุบัน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ก็ยังให้ความสำคัญกับกองกำลังทางทะเล จึงวางกำลังทางทหารแบ่งเป็น 11 กองบัญชาการ ในจำนวนนี้มี 6 กองบัญชาการ ที่ควบคุมอำนาจเหนือ 4 มหาสมุทรครอบคลุมทั่วโลก ได้แก่
1. กองบัญชาการภาคพื้นอเมริกาเหนือ มีศูนย์บัญชาการอยู่ที่ฐานทัพอวกาศปีเตอร์สัน รัฐโคโลราโด ขอบเขตพื้นที่ความรับผิดชอบครอบคลุมบริเวณมหาสมุทรแอตแลนติก ทวีปอเมริกาเหนือ ตั้งแต่แคนาดา อแลสกา สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และหมู่เกาะต่าง ๆ ในทะเลแคริบเบียน
2. กองบัญชาการภาคพื้นอเมริกาใต้ มีศูนย์บัญชาการอยู่ที่เมืองดอรัล รัฐฟลอริดา ขอบเขตพื้นที่ความรับผิดชอบครอบคลุมทวีปอเมริกาใต้ และโดยเฉพาะบริเวณคลองปานามา

3. กองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก มีศูนย์บัญชาการอยู่ที่หมู่เกาะฮาวาย กองบัญชาการนี้มีพื้นที่ในความดูแลรับผิดชอบใหญ่ที่สุด ครอบคลุมกว่า 52% ของผิวโลกเลยทีเดียว โดยขอบเขตพื้นที่ความรับผิดชอบครอบคลุมมหาสมุทรแปซิฟิก ไปจนถึงอ่าวเบงกอล มหาสมุทรอินเดีย
กองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกต้องดูแลในหลายพื้นที่สุ่มเสี่ยง เช่น ทะเลญี่ปุ่น คาบสมุทรเกาหลี ช่องแคบไต้หวัน ทะเลจีนใต้ ช่องแคบมะละกา และอ่าวเบงกอล จึงมีกองเรือขนาดใหญ่ที่สุดในโลกประจำการ
4. กองบัญชาการภาคพื้นยุโรป มีศูนย์บัญชาการอยู่ที่ฐานทัพแพตช์ เมืองชตุทการ์ท ประเทศเยอรมนี ขอบเขตพื้นที่ความรับผิดชอบครอบคลุมทวีปยุโรป โดยมีภารกิจร่วมกับองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต
5. กองบัญชาการภาคพื้นกลาง ขอบเขตพื้นที่ความรับผิดชอบครอบคลุมตะวันออกกลาง ตอนเหนือของทวีปแอฟริกาบางส่วน เอเชียใต้ และเอเชียกลาง หรือบริเวณจุดยุทธศาสตร์เชื่อม 3 ทวีป คือ เอเชีย ยุโรป และแอฟริกา นั่นเอง
กองบัญชาการนี้มีส่วนในภารกิจและสงครามของสหรัฐฯ หลายเหตุการณ์ เช่น สงครามอ่าวเปอร์เซีย สงครามอัฟกานิสถาน และสงครามอิรัก เป็นต้น

6. กองบัญชาการภาคพื้นแอฟริกา มีศูนย์บัญชาการอยู่ที่ฐานทัพเคลลีย์ เมืองชตุทการ์ท ประเทศเยอรมนี ขอบเขตพื้นที่ความรับผิดชอบครอบคลุมทวีปแอฟริกา (ยกเว้นอียิปต์)
นอกจากกองบัญชาการทั้ง 6 แล้ว สหรัฐฯ ยังมีอีก 5 กองบัญชาการที่ทำงานประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ของประเทศ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการทหารให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ประกอบด้วย
1. กองบัญชาการยุทธศาสตร์ 2. กองบัญชาการอวกาศ 3. กองบัญชาการไซเบอร์ 4. กองบัญชาการปฏิบัติการพิเศษ และ 5. กองบัญชาการขนส่ง
ปัจจุบัน สหรัฐฯ ยังคงการให้ความสำคัญกับกองกำลังทางทะเล และทฤษฎีสมุททานุภาพ ดังจะเห็นได้จากแนวคิดของทรัมป์ที่เคยขู่ยึดคลองปานามา ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมมหาสมุทรแอตแลนติกกับมหาสมุทรแปซิฟิก และขู่ยึดเกาะกรีนแลนด์จากเดนมาร์ก ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์เชื่อมมหาสมุทรเช่นกัน
เหล่านี้จึงฉายภาพให้เห็นว่า ทำไมสหรัฐฯ จึงสร้างและขยายแสนยานุภาพทางทะเล พัฒนาขีดความสามารถของกองทัพเรือให้เหนือชั้นยิ่งขึ้นไป และจัดตั้งกองบัญชาการที่ครอบคลุมมหาสมุทรทั่วโลก

อ่านเพิ่มเติม :
- เปิดตำนาน “Thunderbirds” สุดยอดฝูงบินผาดแผลง อันดับ 1 ของโลก
- เครื่องบินล่องหน “สเตลธ์” เทคโนโลยีสุดแพงของสหรัฐ ที่พลิกโฉมสงครามมาแล้วกว่า 4 ทศวรรษ
- 18 มิถุนายน ค.ศ. 1965 สหรัฐเปิดฉากยุทธการอาร์กไลต์ ส่งเครื่องบิน “B-52” ทิ้งระเบิดโจมตีเวียดกง
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ปิติ ศรีแสงนาม และจักรี ไชยพินิจ. (2569). Amidst the Global Sea Power ไทยในสมรภูมิมหาสมุทรโลก. กรุงเทพฯ : มติชน. สั่งซื้อคลิก
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 มีนาคม 2569





