สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี ทรงคลายกริ้ว “แคทยา” ชายาเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ เมื่อไหร่?

10 ปีก็เลิกกันไปเอง เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ หม่อมคัทริน ชายา ชาวรัสเซีย พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ แคทยา ชายาเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ
สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กับ "แคทยา" หรือหม่อมคัทริน และพระโอรส พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ (ภาพจาก "จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์-พระบรมราชวงศ์แห่งประเทศไทย")

สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี ทรงคลายกริ้ว แคทยา ชายาเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ เมื่อไหร่?

เมื่อร้อยกว่าปีก่อน โดยเฉพาะในราชสำนักสยาม การสมรสระหว่างเจ้านายชั้นสูงกับสามัญชนหรือกับชาวต่างชาติถือเป็นเรื่องต้องห้าม

สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ แคทยา ชายาเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ
สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ และพระราชโอรส (จากซ้ายไปขวา) สมเด็จฯ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ, สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ (ต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว), สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ, สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก และสมเด็จฯ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ (ต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว) (ภาพจาก สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร)

ถึงอย่างนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ประสูติแต่สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ก็ทรงเลือกความรัก ทรงเสกสมรสกับ “แคทยา” สตรีชาวรัสเซีย-ยูเครน ใน พ.ศ. 2449 แม้ทรงรู้ดีว่าเป็นการขัดพระราชหฤทัยพระราชบิดาและพระราชมารดาก็ตาม

แคทยาและเจ้าฟ้าจักรพงษ์: เรื่องรักและการจากลา แคทยา ชายาเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ
“แคทยาและเจ้าฟ้าจักรพงษ์: เรื่องรักและการจากลา” (สำนักพิมพ์ริเวอร์ บุ๊คส์, ฉบับปรับปรุงใหม่ทั้งหมด พ.ศ. 2568) โดย ม.ร.ว.นริศรา จักรพงษ์

“แคทยาและเจ้าฟ้าจักรพงษ์: เรื่องรักและการจากลา” (สำนักพิมพ์ริเวอร์ บุ๊คส์, ฉบับปรับปรุงใหม่ทั้งหมด พ.ศ. 2568) โดย ม.ร.ว.นริศรา จักรพงษ์ ผลงานที่ถ่ายทอดเรื่องราวของเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถและแคทยาได้ละเอียดที่สุดเล่มหนึ่ง เพราะเขียนขึ้นจากการค้นคว้าเอกสารและจดหมายส่วนตัวของเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถและแคทยา พร้อมภาพประกอบหาชมยากกว่า 200 ภาพ เล่าถึงเหตุการณ์ช่วงนั้นว่า

รัชกาลที่ 5 มีพระโทสะและทรงผิดหวังกับพระราชโอรสพระองค์นี้อย่างยิ่ง มีรับสั่งตำหนิเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถที่ทรงตัดสินพระทัยแต่งงานโดยพลการ ทั้งยังทรงเตือนให้สำนึกด้วยว่า ตามกฎมณเฑียรบาลใหม่เรื่องการสืบราชสันตติวงศ์ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถไม่ได้ทรงเป็นเพียงเจ้าฟ้าที่มีอิสริยยศสูงเท่านั้น แต่ยังทรงเป็นรัชทายาทผู้มีสิทธิ์ในราชบัลลังก์ลำดับรองจากพระเชษฐา คือ “เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร” อีกด้วย

ขณะเดียวกัน สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีก็มีพระโทสะ ทรงเรียกเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถไปเข้าเฝ้า และทรงบริภาษพระราชโอรสเป็นเวลานานนับชั่วโมง โดยที่เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถก็ทรงน้อมรับฟังอย่างสงบ

กลางดึกคืนนั้นหลังจากที่พระองค์รับสั่งอนุญาตให้พระราชโอรสเสด็จออกจากห้องบรรทมที่เข้าเฝ้าแล้ว เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถทรงรู้สึกโทมนัสอย่างยิ่ง ถึงกับมีรับสั่งให้รถพระที่นั่งกลับไปก่อน ส่วนพระองค์เองเสด็จพระดำเนินกลับวังปารุสก์ท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก

สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ แคทยา ชายาเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ
สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ทรงฉายพระรูปพร้อมพระราชโอรส พระองค์เล็กที่ประทับเบื้องหน้าคือพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ (ภาพ : Wikimedia Commons)

สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี ทรงคลายกริ้ว แคทยา ชายาเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ

ความผิดหวังและความโกรธที่มีต่อพระราชโอรสพระองค์โปรดนั้นส่งผลถึงแคทยาด้วย ดังนั้นเวลา 1 ปีแรกในสยาม แคทยา ชายาเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ จึงใช้ชีวิตอยู่แต่ในวังปารุสก์ ที่ภายในมีพระตำหนักและสวนขนาดใหญ่ โดยไม่มีโอกาสเข้าเฝ้ารัชกาลที่ 5 และสมเด็จพระบรมราชินีนาถเลยสักครั้ง

อย่างไรก็ตาม แคทยาใช้เวลาช่วงนี้เรียนรู้วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมแบบไทยๆ และพยายามปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ให้เร็วที่สุด กระทั่งพูดภาษาไทยได้คล่อง สามารถหมอบกราบ เข้าเฝ้า และกราบทูลแบบชาววังได้

แม้สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีจะยังกริ้ว กลายเป็นความเย็นชาชนิดเข้าหน้ากันไม่ติด แต่เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถก็ยังเสด็จไปเฝ้าเป็นประจำไม่เคยขาดตลอดฤดูร้อน พ.ศ. 2449 ด้วยทรงหวังว่าพระราชมารดาจะทรงพระทัยอ่อนลงบ้าง แต่เหตุการณ์ก็ยังเหมือนเดิมคือไม่โปรดให้เข้าเฝ้า

กระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่ทรงรอเข้าเฝ้าหน้าห้องประทับ “คุณปุย” หัวหน้าข้าหลวงในพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี เดินเข้ามาถวายบังคมพร้อมทูลว่า พระราชมารดามีกระแสรับสั่งให้ทรงเข้าเฝ้าได้ ทำให้เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถทรงดีพระทัยยิ่ง

“แคทยาและเจ้าฟ้าจักรพงษ์: เรื่องรักและการจากลา” บรรยายถึงช่วงเวลาดังกล่าวว่า

แคทยา ชายาเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ
หม่อมคัทรินแต่งกายอย่างสตรีไทย (ภาพจาก “แคทยาและเจ้าฟ้าสยาม” สำนักพิมพ์ริเวอร์ บุ๊คส์, 2538)

“และในเวลาต่อมา ระหว่างการเข้าเฝ้าครั้งหนึ่งในช่วงแรกๆ หลังจากที่ไม่ได้เข้าเฝ้ามานานหลายเดือน พระราชมารดาได้รับสั่งให้นำภาพถ่ายของแคทยามาถวายให้ทอดพระเนตร ซึ่งพระองค์ทรงส่งเข้าไปถวายทันทีในวันรุ่งขึ้น สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีทอดพระเนตรภาพถ่ายเงียบๆ อย่างครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วจึงมีรับสั่งว่า ‘ดูยิ้มสวย น่าเอ็นดูดี’”

ไม่นานจากนั้น ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้น เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีทรงปรารภว่า ถึงเวลาที่แคทยาควรจะเลิกสวมชุดฝรั่ง หันมานุ่งผ้าโจงกระเบน และสวมเสื้อลูกไม้อย่างที่สตรีไทยชั้นสูงนิยมสวมใส่กันในเวลานั้น

เมื่อเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถรับสั่งถึงพระราชปรารภดังกล่าวกับแคทยา เธอจึงทูลตอบด้วยไหวพริบว่า ขอรับพระราชทานผ้าเพื่อนำมาตัดชุด ไม่กี่วันต่อมา แคทยาก็ได้รับพระราชทานผ้าไหมสีสวยตั้งใหญ่ที่ส่งมาให้ถึงที่วังปารุสก์

จากนั้นไม่กี่สัปดาห์ แคทยา ชายาในเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ซึ่งแต่งกายในชุดแบบไทยก็ได้เข้าเฝ้าถวายตัวต่อสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีเป็นครั้งแรกในสวนของวังปารุสก์

เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ หม่อมคัทริน แคทยา ชายาเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ
เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถและแคทยา (ภาพจาก “แคทยาและเจ้าฟ้าสยาม” สำนักพิมพ์ริเวอร์ บุ๊คส์, 2538)

แคทยาเดินตามเสด็จระหว่างที่พระองค์ทอดพระเนตรดอกไม้และอาณาบริเวณของสวนที่เพิ่งแต่งเสร็จเรียบร้อย ครั้งนั้นแคทยาได้ทูลเกล้าฯ ถวายต้นไม้ออกดอกสีขาวกระถางหนึ่งด้วย

สัญญาณดีเริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ หรือที่เรียกว่า “การญาติดีกันครั้งสำคัญที่สุดจึงเกิดขึ้น” เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีเสด็จฯ ยังวังปารุสก์ ในวาระคล้ายวันประสูติของเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ วันที่ 3 มีนาคม ถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกแคทยาอยู่ด้านบนตำหนัก แต่ครั้งที่สองก็ลงมาชั้นล่าง นอกจากนี้ รัชกาลที่ 5 ยังพระราชทานกล่องบุหรี่ทองคำงดงามเป็นของขวัญแด่เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถอีกด้วย

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ แคทยา ชายาเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ เมื่อทรงพระเยาว์ กับรถยนต์เด็กเล่นที่รัชกาลที่ 6 พระราชทาน (ภาพจาก จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์-พระบรมราชวงศ์แห่งประเทศไทย)

ส่วนการฉลองวันเกิดของแคทยาช่วงปลายเดือนเมษายน สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีได้พระราชทานเข็มกลัดแบบพิเศษสำหรับประดับเสื้อผ้าไทยให้แคทยา ตามที่แคทยาเคยกราบบังคมทูลขอ เป็นเข็มกลัดพระนามเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ที่ใช้เพชรประดับเป็นตัวอักษรภาษาไทย ทั้งต่อมายังพระราชทานเครื่องประดับอัญมณีมากมายให้แคทยา

เมื่อแคทยาให้กำเนิดพระโอรสในเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ (บิดาของ ม.ร.ว.นริศรา) เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2451 สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีก็ทรงดีพระทัยมาก เนื่องด้วยเป็น “หลานย่า” คนแรกและคนเดียวของพระองค์ในขณะนั้น และทรงเตรียมการต่างๆ เพื่อดูแลพระราชนัดดาพระองค์นี้เป็นอย่างดี

แม้เบื้องต้น สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีจะมีพระโทสะ แต่ด้วยน้ำพระทัยที่เปี่ยมพระเมตตา ที่สุดจึงทรงยอมรับแคทยา ชายาเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ขณะที่รัชกาลที่ 5 แม้จะไม่ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้แคทยาเข้าเฝ้า แต่พระองค์ก็ทรงถามไถ่ถึงกับข้าราชบริพารคนอื่นๆ และโปรดให้พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์เข้าเฝ้า เมื่อครั้งพระชันษา 2 ขวบ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

ม.ร.ว.นริศรา จักรพงษ์. แคทยาและเจ้าฟ้าจักรพงษ์: เรื่องรักและการจากลา. พันขวัญ ทิพม่อม, แปล. กรุงเทพฯ: ริเวอร์ บุ๊คส์, ฉบับปรับปรุงใหม่ทั้งหมด พ.ศ. 2568.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 18 ธันวาคม 2568