กรมดำรง เสนาบดีมหาดไทย เจ้านายทรงงานเก่ง จนรัชกาลที่ 6-7 ไม่ทรงยอมให้เกษียณ

รัชกาลที่ 5 ประกอบ วันหยุดราชการ ความเชื่อสมัยรัชกาลที่ 5 กรมดำรง ข้าราชการนักปกครอง วันหยุดราชการในสมัยรัชกาลที่ 5 กรมดำรง เสนาบดีมหาดไทย
กรมดำรง คราวเสด็จตรวจราชการเมืองนครพนม พ.ศ. 2449 (ภาพจาก “เทศาภิบาล” สนพ. มติชน)

กรมดำรง เสนาบดีมหาดไทย เจ้านายทรงงานเก่ง จนรัชกาลที่ 6-7 ไม่ทรงยอมให้เกษียณ

หนึ่งในเจ้านายที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงไว้วางพระราชหฤทัยให้ช่วยบริหารกิจการบ้านเมืองให้เรียบร้อยก้าวหน้า คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (พ.ศ. 2405-2486) พระราชอนุชาที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาชุ่ม

เมื่อครั้งรัชกาลที่ 5 ทรงปฏิรูปการปกครอง มีการก่อตั้ง “กระทรวงมหาดไทย” พระองค์ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมดำรงดำรงตำแหน่ง เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ใน พ.ศ. 2435

กรมดำรง เสนาบดีมหาดไทย เจ้าจอมมารดาชุ่ม
กรมดำรงและเจ้าจอมมารดาชุ่ม (ภาพ : Wikimedia Commons)

กรมดำรงทรงปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวอย่างเต็มกำลังความสามารถ ไม่เพียงอยู่ในเมืองหลวงจัดระเบียบการปกครองให้ก้าวหน้า แต่พระองค์ยังเสด็จไปยังหัวเมืองต่างๆ เพื่อสำรวจและตรวจตราการบริหารราชการแผ่นดิน แล้วนำสิ่งที่ทรงพบเห็นมาพัฒนาบ้านเมืองให้ดีขึ้น

พระองค์ทรงเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยกว่า 2 ทศวรรษ กระทั่งล่วงเข้าสู่รัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ก็กราบบังคมทูลลาออกจากตำแหน่งใน พ.ศ. 2458 ด้วยเหตุผลด้านพระพลานามัย ที่เมื่อทรงงานหนักแล้วพระวรกายจะทรุดโทรมและเจ็บป่วยหนัก

อย่างไรก็ดี ด้วยความจงรักภักดีและด้วยพระปรีชาสามารถในการรับราชการที่ปรากฏชัด ทำให้หลังกรมดำรงทรงลาออกได้ 7 วัน รัชกาลที่ 6 ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมดำรงกลับเข้ารับราชการอีกครั้งในบทบาทหน้าที่อื่น

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดี กระทรวงมหาดไทย เทศาภิบาล กรมดำรงทรงห้ามพระธิดา กรมดำรง เสนาบดีมหาดไทย
(ซ้าย) กรมดำรง เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย และข้าหลวงเทศาภิบาล ในคราวประชุมเทศาภิบาล ณ พระบรมมหาราชวัง เมื่อ พ.ศ. 2441 (ภาพจากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

กรมดำรง เสนาบดีมหาดไทย เจ้านายทรงงานเก่ง

กรมดำรง เสนาบดีมหาดไทยพระองค์แรก หลังทรงลาออกแล้วก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เข้ารับราชการอีกครั้งในตำแหน่ง สภานายกหอพระสมุดวชิรญาณ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2458 จากเดิมที่กรมดำรงทรงเป็นกรรมการหอพระสมุดวชิรญาณมาแล้วในสมัยรัชกาลที่ 5

แม้หน้าที่ใหม่จะไม่ต้องตรากตรำพระวรกายเท่างานเดิม แต่ก็เป็นงานที่ท้าทายไม่น้อย ทั้งยังมีความสำคัญอย่างมากด้านประวัติศาสตร์และการศึกษาของสยาม ด้วยเป็นสถานที่เก็บรักษาหนังสือซึ่งเป็นสมบัติชาติ

ความที่กรมดำรงทรงชื่นชอบการศึกษาหาความรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง และทรงชอบจดบันทึกเป็นทุนเดิม ทำให้พระองค์ทรงสามารถบริหารงานหอพระสมุดวชิรญาณตั้งแต่ยังเป็นห้องสมุดขนาดเล็กที่ไม่มีระบบระเบียบเท่าใดนัก จนขยายเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่

ช่วงเดียวกับที่กรมดำรงทรงเป็นสภานายกหอพระสมุดวชิรญาณ รัชกาลที่ 6 ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมดำรงทรงเป็น เสนาบดีที่ปรึกษา ซึ่งกรมดำรงก็ทรงรับราชการในตำแหน่งนี้อย่างเต็มกำลังอีกเช่นกัน

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทววงศ์วโรปการ เสนาบดี กระทรวงการต่างประเทศ กรมดำรง เสนาบดีมหาดไทย
สมเด็จฯ กรมพระยาเทววงศ์วโรปการ (ภาพ : Wikimedia Commons)

จวบจน พ.ศ. 2466 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทววงศ์วโรปการ เสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นเจ้านายชั้นอาวุโสพระองค์เดียวในคณะเสนาบดีประจำตำแหน่งสิ้นพระชนม์ รัชกาลที่ 6 มีพระราชประสงค์จะมีเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ไว้ในคณะเสนาบดี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรมดำรงให้ดำรงตำแหน่ง เสนาบดีกระทรวงมุรธาธร (กระทรวงที่รักษาทะเบียนฐานันดรศักดิ์ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ รักษาพระราชลัญจกร เป็นต้น)

ไม่ว่าจะทรงงานในตำแหน่งใด กรมดำรงก็ไม่ทรงเกี่ยง ทรงเต็มพระทัยรับราชการเพื่อช่วยแบ่งเบาพระราชกรณียกิจของพระเจ้าแผ่นดินอย่างดียิ่ง ด้วยมีพระประสงค์ให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า

ล่วงเข้ารัชสมัย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) พระองค์ก็ยังทรงไว้วางพระราชหฤทัยเจ้านายชั้นอาวุโสพระองค์นี้ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมดำรงดำรงตำแหน่งสำคัญต่างๆ อาทิ อภิรัฐมนตรี ใน พ.ศ. 2468, นายกราชบัณฑิตยสภา ใน พ.ศ. 2469 ฯลฯ

กระทั่งเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 กรมดำรงทรงถูกจับกุมระยะเวลาหนึ่ง จากนั้นเสด็จพร้อมครอบครัวจากกรุงเทพฯ ไปดำรงพระชนม์ชีพที่หัวหินอยู่ราว 1 ปี ก็เสด็จไปประทับยังเกาะปีนัง

พระองค์เสด็จกลับประเทศไทยใน พ.ศ. 2485 และสิ้นพระชนม์ในอีก 1 ปีถัดมา คือ วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2486 สิริพระชันษา 81 ปี

การเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยถึงราว 23 ปี ซึ่งต้องเสด็จไปยังหัวเมืองต่างๆ ทั่วสยาม อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พระพลานามัยของกรมดำรงอ่อนแอลง ถึงอย่างนั้นพระองค์ก็ยังทรงเต็มพระทัยที่จะช่วยกิจการบ้านเมือง ซึ่งรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7 ก็มีพระมหากรุณาธิคุณให้กรมดำรงรับตำแหน่งที่ไม่ต้องลำบากพระวรกาย ทั้งยังเป็นไปตามพระประสงค์ของกรมดำรงที่ทรงต้องการแบ่งเบาพระราชกรณียกิจในพระเจ้าแผ่นดินได้อีกด้วย

แม้หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง กรมดำรงจะไม่ได้ทรงรับราชการอีก แต่ “สาส์นสมเด็จ” ซึ่งเป็นลายพระหัตถ์ส่งถึงกันระหว่างพระองค์ กับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม” นั้นเป็นงานที่มีคุณค่ายิ่ง เพราะสอดแทรกสาระความรู้ด้านศิลปะ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี อักษรศาสตร์ ศิลปะ ฯลฯ เป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจศึกษามาจนถึงปัจจุบัน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

“พระประวัติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย”.

จักรกฤษณ์ นรนิติผดุงการ. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพกับกระทรวงมหาดไทย. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: มติชน, 2545.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 ธันวาคม 2568