เจ้าชายฝรั่งบรรยายการเข้าเฝ้า “พระนางเจ้าสว่างวัฒนา” ครั้งเป็นพระอัครมเหสี ร.5

สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ในรัชกาลที่ 5 พระอิสริยยศท้ายสุดคือ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า แกงเซี่ยงจี๊
สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ในรัชกาลที่ 5 พระอิสริยยศท้ายสุดคือ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (ภาพจาก Wikimedia Commons)

สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี นับได้ว่าเป็น “พระอัครมเหสี” ในพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่ได้ปรากฏพระองค์ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง จากบันทึกของเจ้าชายจากสวีเดน

ตามจารีตไทยแต่โบราณ พระอัครมเหสีในฐานะเจ้านายฝ่ายในต้องดำเนินชีวิตภายใต้กฎมณเฑียรบาลอย่างเคร่งครัด คือเก็บพระองค์อยู่ในเขตพระราชฐานชั้นใน ไม่ออกมาพบปะผู้อื่น เว้นแต่จะตามเสด็จพระเจ้าแผ่นดิน เสด็จพระราชดำเนินไปร่วมงานพระราชพิธีต่าง ๆ แต่ยังต้องมีม่านกั้นไม่ให้ใครมองเห็น

พอสยามเริ่มรับอิทธิพลวัฒนธรรมตะวันตกในช่วงรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา การยอมให้เจ้านายฝ่ายในปรากฏตัวในที่สาธารณะก็เริ่มเป็นที่ยอมรับได้ เพราะเป็นพระราชวินิจฉัยขององค์พระมหากษัตริย์เอง เพื่อต้อนรับทูตหรืออาคันตุกะต่างชาติที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรี หลังจากสยามเปิดประตูการค้ากับชาวตะวันตกนั่นเอง

อย่างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระสัมพันธวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพรรณราย (พระน้องนางในสมเด็จพระเทพศิรินทรา บรมราชินี) ขณะดำรงพระยศเป็นหม่อมเจ้าพรรณราย พระมเหสี เสด็จออกรับแขกเมืองหลายครั้ง แม้มิได้ดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระอัครมเหสี ด้วยถือว่าพระองค์เป็นพระภรรยาเจ้าที่มีศักดิ์สูงกว่าเจ้าจอมมารดาและเจ้าจอมคนอื่น ๆ

ครั้นถึงรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เจ้านายจากประเทศแถบยุโรปเดินทางเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับสยามมากขึ้น รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี (ภายหลังคือ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) ในฐานะสมเด็จพระอัครมเหสีและพระราชมารดาขององค์รัชทายาท หรือสยามมกุฎราชกุมาร ที่ขณะนั้นคือสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ได้เสด็จออกต้อนรับแขกเมืองด้วย

สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระภรรยาเจ้า 3 พระองค์
สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวีในรัชกาลที่ 5) (ภาพจากหนังสือ “สมเด็จพระบรมราชินี ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์” กรมศิลปากร)

ครั้งที่มีการบรรยายถึงไว้ค่อนข้างละเอียด โดยเฉพาะข้อมูลฉลองพระองค์ คือการเสด็จออกรับ เจ้าชายออสการ์ ดยุคออฟก็อตแลนด์ (Prince Oscar, Duke of Gotland) แห่งสวีเดน เมื่อครั้งเสด็จมาเยือนสยามในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2427 เจ้าชายทรงบันทึกเหตุการณ์ที่ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ไว้ว่า

“เราเดินผ่านท้องพระโรงใหญ่ ๆ หลายห้อง และห้องเสวย ๆ อีกไม่น้อย จนผ่านสวนในร่มซึ่งมีน้ำตกตกเป็นสายจากถ้ำจำลองแล้วจึงเข้าไปถึงห้องรับแขกของพระราชินีไทย ฉันแปลกใจเมื่อเข้ามาเผชิญหน้ากับผู้ที่มีรูปร่างอ้อนแอ้นแบบบาง อายุราว ๆ 19 ปี แต่งคล้ายมหาดเล็ก แต่มีความคิดดีในการแต่งกาย ทำให้ดูหยดย้อยแสนจะหรูหรา พระเจ้าแผ่นดินทรงแนะนำว่าเป็นพระมเหสีของพระองค์

เครื่องทรงของพระราชินีซึ่งเข้ากับสิ่งแวดล้อมอย่างวิเศษสุดนั้นประกอบด้วยฉลองพระองค์โบรเคตสีทอง ๆ เงิน ๆ พอดีพระองค์ แขนเป็นจีบ ๆ ทำด้วยไหมทองมีจุดขาว มีแพรสีเขียวพันรอบพระองค์ ชายข้างหนึ่งพาดบนพระอังสาซ้ายอย่างหลวม ๆ ทรงสนับเพลา หรือผ้าทรงแบบเดียวกับที่พวกผู้ชายนุ่ง เป็นสีน้ำเงินแก่กับทอง ทำให้ดูเครื่องแต่งพระองค์ที่ประหลาดแต่สวยงามนี้ครบชุด โดยมีดุมเพชรเม็ดใหญ่และเข็มกลัดเพชรกลัดตรึงไว้

รอบพระศอทรงสังวาลเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประดับเพชร และมีสายสะพายสีเหลืองกับดวงตราประดับเพชรวูบวาบติดทับอยู่บนฉลองพระองค์ ท่านงามสะดุดตาที่สุดอยู่แล้ว ซ้ำยังเคลื่อนไหวอิริยาบถด้วยท่าทีที่เชื่อมั่นในพระองค์เอง กับทรงมีพระรูปโฉมสมเป็นนางเอกในภาพที่งามวิจิตร

บริวารของฉันซึ่งได้รับอนุญาตให้ตามฉันเข้าไปในที่นี้ด้วยก็เช่นเดียวกับตัวฉัน คืองงงัน ซาบซึ้งและปิติยินดีในสิ่งที่ได้พบเห็น โดยเฉพาะในพระราชินีที่งามเลิศ”

บันทึกข้างต้นเผยให้เห็นถึงการเสด็จออกรับแขกบ้านแขกเมืองในคราวนั้น คือพระอัครมเหสีจะมิได้เสด็จออกเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่เป็นการเสด็จออกรับอยู่ในห้องรับแขกส่วนพระองค์ แล้วพระราชสวามี (รัชกาลที่ 5) ทรงนำพระราชอาคันตุกะเข้าไปเฝ้าฯ

(ซ้าย) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5, (ขวา) เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร

สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ยังทรงมีโอกาสต้อนรับเจ้านายต่างประเทศที่เสด็จเยือนสยามอีกหลายครั้ง เช่น ทรงต้อนรับดยุคออฟเจนัว (Duke of Genoa) พระเจ้ากาละกัวที่ 3 (Kalakoua) แห่งฮาวาย รวมถึงการตามเสด็จรัชกาลที่ 5 ครั้งเสด็จประพาสหัวเมืองมลายูและสิงคโปร์ในเวลาต่อมาด้วย

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


หมายเหตุ : เนื้อหานี้เก็บความจากส่วนหนึ่งของ “ ‘The King with the Smile at His Side’ : สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 กับการเสด็จพระราชดำเนินเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทศวรรษ 2490-2500” เขียนโดยวีระยุทธ ปีสาลี ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับธันวาคม 2560


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2568