พรรคคอมมิวนิสต์จีน พรรคการเมืองเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ที่มีสมาชิกมากที่สุด

พรรคคอมมิวนิสต์จีน
สถานที่ประชุมผู้แทนทั่วประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งแรก เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 1921 ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ (ภาพจาก www.xinhuanet.com)

หลังการสถาปนาสาธารณรัฐจีน (ค.ศ. 1912) แม้จะโค่นล้มราชวงศ์ชิงสำเร็จ แต่บ้านเมืองใช่จะสงบสุขนัก ด้วยเกิดการเคลื่อนไหวพยายามรื้อฟื้นระบอบกษัตริย์, ลัทธิขุนศึก, การทุจริตคดโกงของเครือญาติผู้นำ จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอีกครั้งโดย “พรรคคอมมิวนิสต์จีน” 

การปฏิวัติของปัญญาชน

ปัญหาในสังคม และการฉ้อฉลของรัฐบาล นำไปสู่การปฏิวัติของปัญญาชน ระหว่าง ค.ศ. 1917-1923 ซึ่งชาวจีนที่ไปศึกษาในต่างประเทศกลับมาร่วมการปฏิวัติจำนวนมาก ที่สำคัญ เช่น เฉินตู๋ซิ่วกับไช่หยวนเผย-ฝรั่งเศส, หลู่ซิ่น (โจวซู่เหริน) กับหลี่ต้าเจา-ญี่ปุ่น, หูซึ-อเมริกา ฯลฯ

พรรคคอมมิวนิสต์จีน
เฉินตู๋ซิ่ว

เฉินตู๋ซิ่ว เรียกร้องให้คนหนุ่มสาวคัดค้านสังคมเก่าของจีนที่เก่า, ลัทธิอนุรักษนิยม อันเป็นผลผลิตของสังคมศักดินาและการเกษตร และให้ปฏิรูปความคิดและความประพฤติใหม่ ใช้ท่าทีทางวิทยาศาสตร์

ไช่หยวนเผย อธิการบดีมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ประกาศหลักการว่า มหาวิทยาลัยเป็นที่สำหรับศึกษาหาความรู้ ไม่ใช่ทางลัดสู่ความมั่งคั่งและตำแหน่ง, มหาวิทยาลัยไม่ได้มีไว้ทดแทนระบบสอบไล่เพื่อเข้ารับราชการแบบเก่า, การศึกษาและแสดงความคิดเห็นให้เป็นโดยเสรี ฯลฯ

หลู่ซิ่น สร้างงานเขียนจำนวนมากเพื่อประณามความโหดร้ายทารุณ และทรชาติต่อชาติของขุนศึกในยุคนั้น จนได้รับการยกย่องว่า “บิดาแห่งวรรณคดีของจีนใหม่”

หลี่ต้าเจา ที่ได้ชื่อว่า “มาร์กซิสต์คนแรกของจีน” เป็นผู้นำแนวคิดของลัทธิมาร์กซ์มาเผยแพร่ เขาเชื่อว่ามันจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ช่วยปลดแอกผู้หญิงและแรงงาน

ช่วงเวลาเดียวกัน รัสเซียก็เกิดการปฏิวัติบอลเชวิค โค่นราชวงศ์โรมานอฟ (ค.ศ. 1917) ตามมาด้วยการจัดตั้ง องค์การคอมมิวนิสต์สากล (ค.ศ. 1919) เพื่อสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์ของประเทศต่างๆ

รัฐบาลล้มเหลว

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 (ค.ศ. 1919) ในการประชุมสันติภาพที่ประเทศฝรั่งเศส จีนที่อยู่ฝ่ายสัมพันธมิตรที่ชนะสงคราม และส่งกำลังทหารหลายหมื่นนายไปสนับสนุนตั้งแต่ช่วงแรกๆ ด้วยหวังว่า ดินแดนจีนในเขตอิทธิพลของเยอรมนี เช่น เมืองท่าในเมืองชิงเต่า และพื้นที่ตอนเหนือในมณฑลซานตง จะคืนให้จีน

หากประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสัน ของสหรัฐอเมริกา แถลงต่อสาธารณะในวันที่ 30 เมษายน 1919 ว่า ข้อเสนอให้มอบดินแดนดังกล่าวให้ญี่ปุ่นตาม “สนธิสัญญาแวร์ซายล์” เป็นไปตามพันธะสัญญาตามกฎหมายสากล อเมริกาและประชาคมโลกเลือกข้างญี่ปุ่น และต้องการให้ญี่ปุ่นเข้าเป็นสมาชิกสันนิบาตชาติ เพราะจีนในเวลานั้นเป็นเสมือน “คนป่วยที่เพิ่งฟื้นไข้”

นั่นทำให้ปัญญาชนจีนจำนวนมากหมดศรัทธากับชาติตะวันตก

4 พฤษภาคม 1919 นักศึกษาปัญญาชนจีนหลายพันคนจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ในปักกิ่ง 13 แห่ง มาชุมนุมประท้วงที่ประตูเทียนอานเหมิน (เวลานั้นยังไม่ได้เป็นจตุรัส) ที่เรียกว่า “ขบวนการ 4 พฤษภา” พวกเขาชูป้ายรณรงค์เรียกร้องความยุติธรรมให้แก่ประเทศ ตำรวจเข้าจับกุมผู้ชุมนุม

พรรคคอมมิวนิสต์จีน
ขบวนการ 4 พฤษภาคม (ภาพจาก : wikipedia.org)

โจวเอินไหล ขณะนั้นเป็นนักศึกษาและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์สมาคมนักเรียนนักศึกษานครเทียนสิน เพื่อสร้างประชามติ ร่วมชุมนุมประท้วง และคว่ำบาตรสินค้าญี่ปุ่น (ค.ศ. 1920) ในเวลาต่อมา จนถูกเจ้าหน้าที่จับกุม แต่เขาและเพื่อนนักศึกษาก็ยังรณรงค์ต่อด้วยการอดข้าวประท้วง

ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง หลี่ต้าเจา-บรรณารักษ์ของห้องสมุดของมหาวิทยาลัย และ เฉินตู๋ซิ่ว-คณบดีคณะอักษรศาสตร์ สนับสนุนการชุมนุม ร่วมกันทำนิตยสารซินชิงเหนียน (เยาวชนใหม่) ฉบับพิเศษว่าด้วยลัทธิมาร์กซ์ ซึ่งเป็นที่แพร่หลายมาก คนหนุ่มสาวที่สนใจลัทธิมาร์กซ์ มาพบหลี่ต้าเจาถึงห้องทำงาน ในจำนวนนั้นมีเหมาเจ๋อตงด้วย

เดือนมีนาคม 1920 ผู้แทนองค์การคอมมิวนิสต์สากลเดินทางมาหารือกับหลี่ต้าเจาที่เซี่ยงไฮ้ เกี่ยวกับการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้ข้อสรุปว่าจะมีการตั้งพรรคขึ้น โดยระยะแรกจะมีสาขาที่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งหลี่ต้าเจาเป็นผู้ดูแล ส่วนสาขาหนึ่งทางเหนือ มีเฉินตู๋ซิ่วดูแล

พวกอนุรักษนิยมกดดันจนเฉินตู๋ซิ่วถูกกุมขัง และต้องลาออกจากตำแหน่งคณบดี แต่เขายังคงเดินหน้าทำงานต่อ เดือนพฤษภาคม 1920 เขาได้จัดตั้ง “สมาคมศึกษามาร์กซิสต์”  ต่อมาในเดือนสิงหาคมก็จัดตั้ง “กองกำลังเยาวชนสังคมนิยม” ทั้งสองเป็นองค์การต้นกำเนิดของพรรคคอมมิวนิสต์ของจีน

วันที่ 1 กรกฎาคม 1921 การประชุมก่อตั้ง “พรรคคอมมิวนิสต์จีน” ก็เริ่มขึ้น

พรรคคอมมิวนิสต์จีน

หากการประชุมสมัชชาใหญ่ผู้แทนทั่วประเทศพรรคฯ ครั้งที่ 1 จัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ในคืนวันที่ 23 กรกฎาคม 1921 ที่บ้านเลขที่ 3 ซอยชูด ถนนเปอเล่ ในเขตเช่าประเทศฝรั่งเศส เมืองเซี่ยงไฮ้ (ภายหลังเปลี่ยนเป็นบ้านเลขที่ 106 ถนนว่างจื้อ ปัจจุบันคือบ้านเลขที่ 76 ถนนซิงเย่)

ผู้แทนที่เข้าร่วมประชุมมีทั้งหมด 13 คน ได้แก่ หลี่ฮั่นจวิ้นและหลี่ต๋าจากเมืองเซี่ยงไฮ้, จางกั๋วเทาและหลิวเหรินจิ้งจากกรุงปักกิ่ง, เหมาเจ๋อตงและเหอซูเหิงจากเมืองฉางซา, ต่งปี้อู่และเฉินถานชิวจาก เมืองอู่ฮั่น, หวังจิ้นเหม่ยและเติ้งเอินหมิงจากเมืองจี้หนาน, เฉินกงปั๋วจากเมืองกวางเจา, โจวฝัวไห่ นักเรียนจีนในประเทศญี่ปุ่น และเป่าฮุยเซิง ซึ่งเฉินตู๋ซิ่วส่งมา

พรรคคอมมิวนิสต์
อนุสรณ์จำลองการประชุมสมัชชาใหญ่ผู้แทนทั่วประเทศพรรคฯ ครั้งแรกที่เช๊่ยงไฮ้ (ภาพจาก https://thai.cri.cn)

ส่วนเฉินตู๋ซิ่วและหลี่ต้าเจา ผู้ก่อตั้งหลักของพรรคฯ ไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมได้เนื่องจากติดภารกิจเร่งด่วนอื่น

วันที่ 30 กรกฎาคม เนื่องจากการถูกตํารวจตามตรวจค้นในเขตเช่า การประชุมวันสุดท้ายจึงย้ายไปจัดบนเรือท่องเที่ยวในทะเลสาบหนานหู เมืองเจียซิง มณฑลเจ้อเจียง มีการกำหนดชื่อพรรคว่า “พรรคคอมมิวนิสต์จีน”, กำหนดนโยบายหลักฉบับแรกแห่งพรรค, เลือกตั้งกรมคณะกรรมการกลาง และเลือกนายเฉินตู๋ซิ่ว เป็นเลขาธิการพรรคฯ

ถึงวันนี้พรรคคอมมิวนิสต์ของจีนมีอายุมากกว่า 100 ปี มีสมาชิกพรรคมากกว่า 90 ล้านคน นับว่ามีสมาชิกมากที่สุดในโลกก็ว่าได้ 

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

ทวีป วรดิลก. ประวัติศาสตร์จีน, สำนักพิมพ์สุขภาพใจ, 2557

เส้าหย่ง-เขียน, กำพล ปิยะศิริกุล- แปล. หลังสิ้นบัลลังก์มังกร: ประวัติศาสตร์จีนยุคเปลี่ยนผ่าน, สำนักพิมพ์มติชน ตุลาคม 2560

เชาวน์ พงษ์พิชิต. โจวเอินไหลรัฐบุรุษจีน, สำนักพิมพ์มติชน, พิมพ์ครั้งแรก กรกฎาคม 2558

รานา มิตเตอร์-เขียน, สุทธิมาน ลิมปนุสรณ์-แปล. ประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่, สำนักพิมพ์บุ๊คสเคป, พิมพ์ครั้งแรก เมษายน 2562

ผู้เขียน (ไม่ได้ระบุ). “ประวัติศาสตร์การก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน” ใน <https://thai.cri.cn >


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเม่ื่อ 9 มิถุนายน 2568