“เล่นเพื่อน” หรือ “เลสเบี้ยน” ว่าด้วยเรื่องเล่าสาวชาววัง

สาวชาววังกอดกันแนบชิดที่ปรากฏในจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัตนโกสินทร์ (ภาพจิตรกรรมฝาผนังจากวัดคงคาราม จังหวัดราชบุรี)

“เล่นเพื่อน” เป็นคำเก่า พจนานุกรมอธิบายความหมายว่า คบเพื่อนหญิงด้วยกันต่างชู้รัก ถ้าจะเทียบกับคำภาษาอังกฤษก็เท่ากับคำว่าเลสเบี้ยน หรือ Lesbianism (ความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิง)

การเล่นพื่อนในเมืองไทยมีมานานตั้งแต่เมื่อไรไม่มีใครสนใจร่ายประวัติ แต่ก็เชื่อว่ามีนานพอสมควรโดยเฉพาะในรั้วในวังที่เต็มไปด้วยผู้หญิงเรื่องเล่าในวังมีมากมายหนาหูบางเรื่องก็เล่ากันขบขัน ตัวอย่างเรื่องหม่อมเป็ด คุณโม่ง ว่ากันว่าเป็นเรื่องเกรียวกราวไม่น้อยในหมู่นางใน ถึงได้มีผู้เขียนกลอนเพลงยาว “หม่อมเป็ดสวรรค์” ขึ้นให้ชาววังด้วยกันอ่านเล่นเป็นที่สนุกสนานแต่ไม่ระบุชื่อผู้แต่ง

กลอนเพลงยาวเรื่องหม่อมเป็ดสวรรค์ ตามคำอธิบายของนายหรีด เรืองฤทธิ์ ผู้รู้ของกรมศิลปากรสันนิษฐานว่าแต่งเมื่อราว พ.ศ. ๒๓๔๘-๒๓๕๘ ก่อนกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพประชวรในปีเถาะ พ.ศ. ๒๓๘๖ ฉบับที่เอามาใช้ ครั้งนี้เป็นฉบับสำนักพิมพ์เสริมวิทย์บรรณาคาร พ.ศ. ๒๕๑๖ เอาทั้งเรื่องพระมเหลเถไถ อุณรุทร้อยเรื่อง ระเด่นลันได(ทั้งสามเรื่องนี้เริ่มพิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๓) กับกลอนหม่อมเป็ดมาพิมพ์รวมกันโดยไม่ระบุปีเริ่มพิมพ์กลอนหม่อมเป็ดให้ชัดแจ้ง

หม่อมเป็ดและคุณโม่ง เป็นเพียงฉายาที่ถูกตั้งขึ้นหาใช่ชื่อแท้ของทั้งสองคน คุณโม่ง คือหม่อมสุด เดิมเป็น หม่อมห้าม (หม่อม คำ เรียกหญิงที่เป็นภรรยาของเจ้านายหรือขุนนางที่มีบรรดาศักดิ์สูงถ้าเป็นผู้ที่พระเจ้าแผ่นดิน แต่งตั้งให้หรือทรงยกย่องว่าเป็นสะใภ้หลวงเรียกว่า หม่อมห้าม) ใน(ของ)กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ

เมื่อกรมพระราชวังบวรฯ สวรรคตแล้วก็มารับราชการในพระบรมมหาราชวังโดยประจำอยู่ตำหนักกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ เนื่องจากเป็นผู้รู้หนังสือดี จึงมักโปรดให้คุณโม่งอ่านบทกลอนถวายเมื่อบรรทมเสมอ  ส่วนหม่อมเป็ด คือหม่อมขำ เดิมเป็นหม่อมห้ามในกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพเหมือนกัน ต่อมาได้ตามคุณโม่งมาอยู่ในตำหนักกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพด้วย

เหตุที่ได้ฉายาว่าคุณโม่งและหม่อมเป็ดคืนวันหนึ่งคุณโม่งอ่านหนังสือถวายอยู่ปลายพระบาทจนล่วงเที่ยงคืนแล้วกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพก็ยังไม่ทรงพระบรรทมทำให้คุณโม่งรู้สึกกระวนกระวายมากเพราะใจห่วงแต่หม่อมเป็ด ซึ่งรอท่าอยู่นานกระทั่งเห็นกรมหมื่นฯ ทรงนิ่งจึงชายตาดูแล้วพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจกัน

คุณโม่งหับสมุดไว้ จิตใจรัญจวนป่วนปั่นเต็มที่ แต่ครั้นพอลองตั้งใจฟังเสียงให้แน่ชัดอีกครั้งก็ปรากฏว่าได้ยินเสียงทรงแกล้งไอเป็นทีว่าตื่นบรรทมอยู่ ทำให้คุณโม่งกระดากใจต้องสู้อ่านหนังสือต่อไปอีก กระทั่งเห็นทรงพลิกพระกายกลับหมายความว่าบรรทมหลับสนิทแน่

ทั้งคุณโม่งและหม่อมเป็ดต่างก็ชิงคลานไปดับเทียนให้ชุลมุนวุ่นวายที่ปลายพระบาท เอาผ้าเพลาะกรอมหุ้มคลุมโปง กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอุตลุด ตรงนี้เองที่ทำให้กรมหมื่นฯ ตรัสหม่อมสุดเป็นคุณโม่ง ส่วนหม่อมขำนั้นเนื่องจากเดินเหินโยกย้ายส่ายกิริยาเหมือนเป็ด จึงทรงตั้งชื่อเป็นหม่อมเป็ด ส่วนเรื่องเล่นเพื่อนไม่เห็นทรงกริ้ว กลับชุบเลี้ยงอย่างดีถือเป็นที่โปรดปราน


อ้างอิง:  

เอนก นาวิกมูล. “หญิงชาวสยาม”. สำนักพิมพ์แสงดาว. ๒๕๔๗

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป