“เมาท์แบตตัน” หวังยึด “ดาบประจำตำแหน่ง” จอมพลญี่ปุ่นถวาย “คิงอังกฤษ” หลังชนะสงคราม

จอมพลเมาท์แบตตัน (Lord Mountbatten) อดีตผู้บัญชาการใหญ่กองทัพสัมพันธมิตรภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และอุปราชคนสุดท้ายของอินเดีย (AFP PHOTO / AFP FILES / STF)

“ข้าพเจ้าทราบว่าผู้บัญชาการกองทัพใหญ่จอมพลเทราอูจินั้นไม่สามารถเข้าร่วมในพิธียอมจำนนนี้ในวันรุ่งขึ้นได้ เนื่องจากว่าท่านป่วยหนัก เพราะฉะนั้นผู้บัญชาการกองทัพภาคที่ ๗ คือ พล.อ.อิตากากิ ซึ่งมีอาวุโสสูงสุดจะเป็นผู้แทนที่มีอำนาจเต็ม ร่วมด้วยผู้บัญชาการกองทัพภาคพม่า พล.อ.เฮจิตาโร คิมูระ ผู้บัญชาการกองทัพอากาศที่ ๓ พล.อ.ท.ฮายาชิ คิโนชิตะ หัวหน้าเสนาธิการทหารของกองทัพใหญ่ภาคพื้นทิศใต้ พล.อ.ทากาโซะ นูมาตะ ผู้บัญชาการกองทัพเรือภาคที่ ๑๐ พล.ร.ท.ชิเกรุ ฟูกุโดเมะ ผู้บัญชาการกองเรือทิศใต้ที่ ๒ พล.ร.ท.ยาอิจิโร ชิบาตะ และถัดมาคือข้าพเจ้า

พวกเรารวม ๖ คนได้ร่วมรับประทานอาหารค่ำกับ พล.อ.อิตากากิ ในวันนั้น พล.อ.อิตากากิ กล่าวกับพวกเราว่า

‘ข้าพเจ้ารับแขกผู้มีความสำคัญสูงสุดทั้งจากทางบกและทางเรือในเขตภาคพื้นทิศใต้ แต่เตรียมการอะไรไม่ได้มาก ต้องขออภัยด้วยที่อาหารค่ำวันนี้เหมือนกับที่กินกันอยู่ในกลางสนามรบ แต่ก็ด้วยความพยายามของนายทหารคนสนิทค่ำวันนี้จึงมีเหล้ามาด้วย ขอให้ดื่มเพื่อคลายความทุกข์ด้วยกัน’

กล่าวจบแล้วท่านยกขวดเหล้ารินให้พวกเราทุกคนอย่างสง่างาม ข้าพเจ้ามีความรู้สึกซาบซึ้งใจไม่สามารถบรรยายได้ และพวกเราได้ดื่มเหล้านั้นกันหมดทุกคน

หลังจากนั้นพวกเราได้พูดคุยกันในเรื่องต่างๆ และท้ายสุดหัวหน้าเสนาธิการทหารกองทัพใหญ่นูมาตะยืนขึ้นกล่าวว่า

‘มีเรื่องที่อยากรายงานให้ทุกคนทราบ คือจอมพลเมาท์แบตตันต้องการให้จอมพลเทราอูจิมอบดาบประจำตำแหน่งให้ตนเอง และจะนำขึ้นถวายกษัตริย์อังกฤษต่อไป

แต่ดาบประจำตำแหน่งของจอมพลเทราอูจิ ซึ่งพลเอกโตโจนำมามอบให้เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๔๘๖ นั้น เราได้ส่งคืนกลับที่โตเกียวเพื่อเก็บเป็นสมบัติของตระกูลหลังจากนั้นไม่นาน ดังนั้นเราจึงไม่สามารถตอบสนองในข้อเรียกร้องดังกล่าวนั้นได้

ส่วนดาบซึ่งใช้อยู่ในปัจจุบันมีฐานะไม่สมเกียรติกับตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพใหญ่ เมื่อยุติสงครามแล้วเราจึงได้ขอให้ส่งดาบพิเศษมาจากโตเกียวหนึ่งเล่ม

แล้วทางกองทัพอังกฤษได้มีคำสั่งว่าในพิธีวันพรุ่งนี้ ให้พล.อ.อิตากากิเดินนำขบวนถือดาบยกสูงเฉียงไว้ในระดับศรีษะ การสั่งทำแบบนี้เป็นการดูถูกอย่างหนึ่ง ฝ่ายเราได้ตอบปฏิเสธไป ๓-๔ ครั้งแล้วว่าทำแบบนั้นไม่ได้ ทางฝ่ายโน้นรับไปพิจารณาแล้วมีท่าทีว่าพอเข้าใจในระดับหนึ่ง แต่ถ้าในวันพรุ่งนี้ทางโน้นกำหนดมาเช่นเดิมอีก ฝ่ายเราควรตอบปฏิเสธยืนยันไป’

เรื่องนี้พวกข้าพเจ้าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง” [ผู้บัญชาการชาวพุทธ ความทรงจำของนายพลนากามูระ เกี่ยวกับเมืองไทยสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา. แปลโดย เออิจิ มูราชิม่า, นครินทร์ เมฆไตรรัตน์. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : มติชน, 2546. น.212-214.]

นายพลอาเคโตะ นากามูระ ผู้บัญชาการกองทัพญี่ปุ่นในประเทศไทยกล่าวถึงการเตรียมตัวก่อนการประกอบพิธียอมจำนนที่สิงคโปร์ วันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ.๒๔๘๘

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป