เปิดบันทึกเก่า 1,600 ปี ตอบคำถาม หมอฮัวโต๋เคย “ผ่าตัดศีรษะ” หรือไม่?

หมอฮัวโต๋

พงศาวดารสามก๊กจี่บันทึกว่า หมอฮัวโต๋มียาทำให้ไร้ความรู้สึกอยู่ชนิดหนึ่งมีชื่อว่า “หม่าเฟ่ยซ่าน (ไร้ความรู้สึกแผ่ซ่าน)” นับเป็น “สิ่งแรก” ในโลกของเภสัชหลังจากผู้ป่วยกินแล้ว ร่างกายจะมึนชา ไร้ความรู้สึกใดๆ คล้ายกับวิสัญญีวิทยาในปัจจุบันมาก

ในภาวะไร้ความรู้สึกเช่นนี้ของคนไข้ หมอฮัวโต๋เคยทำการผ่าตัด ดังตัวอย่างที่บันทึกไว้ในหนังสือว่า หากผู้ป่วยเป็นโรคที่รักษาด้วยยาหรือการฝังเข็มไม่ได้ จะต้องตัดเอาสมุฏฐานของโรคออก หมอฮัวโต๋ก็จะทำการผ่าตัด หากโรคอยู่ในลำไส้ก็จะผ่าท้อง ตัดเอาส่วนที่เป็นสาเหตุของโรคออก หรือล้างทำความสะอาด จากนั้นเย็บแผล ช่วงรักษาแผลพักฟื้นจะมียาและการนวดช่วย ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บและกลับหายเป็นปกติอย่างรวดเร็ว

ในพงศาวดารสามก๊กจี่ ภาควุ่ยก๊ก บทประวัติมดหมอ ยังบันทึกตัวอย่างไว้อีกสองเรื่องว่า “มีขุนนางอีกคนหนึ่งป่วย หมอฮัวโต๋กล่าวว่า ‘โรคอยู่ลึก ต้องผ่าท้องเอาออก แต่ท่านก็จะอยู่ได้สิบปี โรคนี้ไม่ทำให้ท่านถึงตาย ทนไปสิบปีอายุท่านและโรคก็จะสิ้นไปพร้อมกัน ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด’ ขุนนางผู้นั้นไม่อดทนต่อความเจ็บปวด ขอให้ผ่าตัด หมอฮัวโต๋ก็จัดการให้ โรคหายในไม่ช้า แต่อยู่ได้สิบปีก็ตายจริงๆ”

ในพงศาวดารสามก๊กจี่ยังได้ยกข้อความจากหนังสือ “หัวถัวเปี๋ยจ้วน (ประวัติหมอฮัวโต๋ฉบับความแปลก)” มาอีกว่า “มีคนผู้หนึ่งปวดที่กลางท้อง ชั่วสิบกว่าวันคิ้วและจอนผมร่วง หมอฮัวโต๋บอกว่า ‘ม้ามเน่าไปครึ่งหนึ่ง ต้องผ่าท้องรักษา’ จึงให้กินยา (วิสัญญี) แล้วนอน จากนั้นผ่าท้องดู เห็นม้ามเน่าไปครึ่งหนึ่งจริง จึงต้องตัดเนื้อร้ายนั้นออก ทาครีมรักษาแผลและให้กินยา ร้อยวันก็หายเป็นปกติ”

บันทึกบ่งชัดว่า เมื่อ 1,600 ปีก่อนหมอฮัวโต๋เคยผ่าตัดท้องและลำไส้ แต่ในบันทึกประวัติศาสตร์ไม่ปรากฏเรื่องหมอฮัวโต๋ผ่าตัดศรีษะ เรื่องจริงกลับตรงกันข้าม หมอฮัวโต๋เห็นว่าโรคปวดหัวของโจโฉไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้แต่รักษาระยะยาวไปตามอาการ

น่าเสียดายที่โจโฉไม่ให้โอกาสแก่เรื่องนี้ กลับประหารหมอฮัวโต๋ เป็นการฆ่าโจชงบุตรสุดที่รักของตนทางอ้อมไปด้วย เมื่อโจชงป่วยหนัก โจโฉถอนใจ กล่าวว่า “ข้าเสียใจที่ฆ่าฮัวโต๋ ทำให้ลูกคนนี้ต้องตายไปด้วย”


ที่มา: เฉิงเสี่ยวฮั่น. “หมอฮัวโต๋เคยผ่าตัดศรีษะหรือไม่.” 101 คำถามสามก๊ก. หลี่ฉวนจวินและคณะ เขียน, ถาวร สิกขโกศล แปล. กรุงเทพฯ : มติชน, 2556. น. 175-176


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2562

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป