35 เดนตาย กลุ่มโจรผู้ยิ่งใหญ่ในขุนช้างขุนแผน

“พลายแก้ว(ขุนแผน) กับพระยาเชียงทองรบเชียงใหม่” จิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องขุนช้างขุนแผนที่ระเบียงคดรอบวิหารหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ จังหวัดสุพรรณบุรี จิตรกรผู้วาดภาพ เมืองสิงห์ จันทร์ฉาย

บทความนี้คัดย่อจาก “35 เดนตาย กลุ่มโจรผู้ยิ่งใหญ่ในขุนช้างขุนแผน” ที่สุจิตต์ วงษ์เทศ เขียนไว้ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม พฤษภาคม 2540 ที่เรียกว่า “โจรผู้ยิ่งใหญ่” เพราะเมื่อพลายแก้วและขุนแผนจะต้องตีเมืองเชียงใหม่ ไม่ต้องเกณฑ์ไพร่พลไปรบ แต่ใช้เพียงโจร 35 คนนี้เท่านั้น พวกเขาเป็นใครบ้าง สุจิตต์ วงษ์เทศ เสนอไว้ดังนี้


 

โจรเป็นคำชั้นสูงของ “คนเมือง” เท่านั้น สมัยก่อนเด็กบ้านนอกอย่างผมรู้จักแต่คำว่า พวกขโมย, พวกปล้น หนักขึ้นไปอีกก็พวกเสือ บางมีก็เรียกปนกันหมด แต่ไม่รู้จักคำว่า “โจร” เพิ่งรู้คำนี้เมื่อเข้ามาเรียนชั้นมัธยมในกรุงเทพฯ

ในวรรณคดีมีโจรหลายพวก เช่นโจรเรื่องจันทโครพ แต่โจรที่ดุร้าย และมีอารมณ์ขันเห็นจะไม่มีใครเกินนายจันศรที่ปล้นฆ่าขุนศรีวิไชยพ่อของขุนช้างในเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน

นายจันศรเป็นโจร…อยู่บ้านโป่งแดง ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เพราะชื่อ “โป่งแดง” มีทั่วไปหมายถึง แหล่งดินโป่งที่ออกสีแดง น่าจะอยู่ป่าดงละแวกสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่เมืองสุพรรณขึ้นไปถึงเมืองกำแพงเพชร เพราะกลอนเสภาบอกว่า “เที่ยวตีเรือเหนือใต้ได้พอแรง คบพวกเมืองกำแพงไว้พร้อมกัน”

ปล้นบ้านพ่อขุนช้าง เศรษฐีเมืองสุพรรณ

วันหนึ่ง นายจันศรบอกพรรคพวกว่าต้องไปปล้นเศรษฐีเมืองสุพรรณ…ก่อนปล้น นายจันศรต้องทำพิธีโจร คือตั้งศาลเพียงตา เอาวัตถุมงคลออกมาทำพิธีปลุกเสก โอมอ่านโองการชุมนุมเทวดาสารพัดเพื่อขอความสำเร็จว่า

๏ ครั้นมาถึงชายไพรใกล้สุพรรณ   ปลงช้างรวมกันอยู่ในป่า

นายจันศรปลูกศาลขึ้นเพียงตา   เอาผ้าขาวลาดดาดเพดาน

ต่างคนเอาประเจียดแลมงคล   หอกดาบของตนขึ้นบนศาล

เหล้าข้าวบัตรพลีพลีการ   คาวหวานธูปเทียนสว่างตา

ทั้งกระแจะจุณจันทน์น้ำมันหอม   พวกขโมยห้อมล้อมอยู่พร้อมหน้า

นายจันศรตั้งนโมขึ้นวันทา   ชุมนุมเทวดาทั้งแปดทิศ

……..

เมฆมืดหมอกคลุ้มกลุ้มดินดาน   โอมอ่านอาพักซึ่งสุรา

เสกแล้วให้กินคนละที   ใจวับหูฉี่เนื้อหนังหนา

ฤทธิ์เหล้าแล่นขยับจับสายตา   ต่างตกแต่งกายาไว้ครบตัว

เสื้อผ้าอาวุธประจำตน   ผ้าประเจียดมงคลเอาคาดหัว

ล้วนหยักรั้งจังกาดูน่ากลัว   จันศรไม่ชั่วนำหน้ามา

น่าประหลาดที่เทวดาก็ประทานความสำเร็จให้โจร หรือพวกนี้คิดไปเองเพราะความเมา ก็ไม่รู้แน่

“อ้ายเสือเอาวา” ภาษาสัญลักษณ์ของโจร

เมื่อถึงบ้านขุนช้างเมืองสุพรรณ นายจันศรสั่ง “ลุย” เอาขวานผ่าพังประตูบ้านรั้วใหญ่ เมื่อเข้าไปในบริเวณบ้านได้แล้วก็บุกขึ้นเรือนพร้อมทั้งโห่ร้องตาม “ขนบ” ว่า “อ้ายเสือเอาวา” มีกลอนเสภาดังนี้

อ้ายขโมยเดินแซงทั้งสองข้าง   เร่งทนายขับช้างเร็วเร็วหวา

ถึงบ้านรั้วใหญ่ในมิช้า   เอาขวานหมู่จู่ผ่าประตูตึง

ขาดยับทับพังดังเสียงโครม   โห่เร้าเข้าโถมตีเรือนผึง

อ้ายเสือเอาวาปาปืนบึง   อึงคะนึงชาวบ้านสะท้านกลัว

ทำไม? ก่อนจะขึ้นปล้นต้องร้องตะโกนว่า “อ้ายเสือเอาวา” เรื่องนี้น่าสนใจ แต่ตอนนี้ ผมอธิบายไม่ได้ เพราะไม่รู้จริงๆ ใครรู้ช่วยบอกด้วย

……..

ฆ่าไม่ได้เอาไม้เสียบตูด

ขุนศรีวิไชยไม่ใช่เศรษฐีธรรมดาๆ แต่เป็นเศรษฐีมียศศักดิ์ทหารด้วย มีกลอนเสภา ตอนต้นเรื่องว่า

๏ มาข้าจะกล่าวบทไป   ถึงขุนศรีวิไชยคนขยัน

เป็นนายกรมช้างกองนอกนั้น   บ้านอยู่สุพรรณพารา

เป็นเศรษฐีมีทรัพย์นับร้อย   บ่าวไพร่ใหญ่น้อยก็หนักหนา

ได้นางเทพทองเป็นภรรยา   อยู่ท่าสิบเบี้ยเมืองสุพรรณ

เพราะฉะนั้นเมื่อโจรปล้นบ้าน ขุนศรีวิไชยก็หลบไปด้วยความว่องไว แล้วเกณฑ์คนมาหวังจะดักจับโจรให้ได้ จนถึงขั้นโรมรันพันตูกัน พวกโจรล้อมฆ่าขุนศรีวิไชย แต่แทงฟันไม่เข้า เอาปืนยิงก็ไม่ระคาย เพราะขุนศรีวิไชยมีวิชาหนังเหนียว

พวกโจรเกือบหมดท่า แต่คิดขึ้นได้ว่าพวกมีคาถาอาคมอาบหว่านยาสารพัดจนหนังเหนียว มีวิธีเดียวที่จะฆ่าได้คือเอาไม้เสียบตูด กลอนเสภาบรรยายว่า

……..

ชาวบ้านล้มตายลงก่ายกอง   บ้างเจ็บปวดเลือดนองร้องเหวยหวา

ขุนศรีวิไชยไล่ฟันฝ่า   พบจันศรวิ่งร่าเข้ารบกัน

ถือหอกกลอกกลับทั้งสองข้าง   ยกเท้าก้าวย่างดังกังหัน

ท่วงทีหนีไล่พัลวัน   รบรุกบุกบันประจัญบาน

……..

พวกอ้ายขโมยพร้อมล้อมจับตัว   เอาดาบสับเข้าหัวหาเข้าไม่

ผูกคอแทงผึงตึงตึงไป   ดังว่าแทงขอนไม้ไม่เข้ามัน

เอาดาบฟันผ่าลงบ่าฉับ   เยินยับหักร้นไปจนกั่น

ขโมยว่าอ้ายนี่มันดีครัน   หอกดาบหักสะบั้นยับเยินไป

จึงมัดตีนคุดคู่ดังหมูปิ้ง   ทั้งแทงทั้งยิงหาเข้าไม่

อ้ายขโมยอิดหนาระอาใจ   นี่จะทำอย่างไรพอได้คิด

จึงเอาหลาวตำรูทวารไป   ขุนศรีวิไชยก็ดับจิต

ตายอยู่กลางป่าหลับตามิด   อ้ายขโมยทำฤทธิ์ยิงปืนไฟ

35 เดนตาย ผู้ร้ายอุกฉกรรจ์ไปทัพกับขุนแผน

ในเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน นายจันศรไม่ใช่โจรผู้ร้ายคนเดียว แต่มีพรรคพวกอีกอย่างน้อย 34 คน รวมเป็น “35 เดนตาย” เรื่องมีอยู่ว่า

พลายงามเป็นลูกชายคนเดียวของขุนแผนที่เกิดจากนางวันทอง

เมื่อพลายงามโตเป็นหนุ่ม มีวิชาอาคมและมีฝีมือรบ ได้อาสายกทัพขึ้นไปตีเมืองเชียงใหม่ แต่ขอเบิกตัวพ่อที่ติดคุกไปในกองทัพด้วย พระพันวษาทรงอนุญาต เมื่อเบิกตัวออกจากคุกมาขึ้นเฝ้า พระพันวษาตรัสถามขุนแผนว่า

มึงจะเอาผู้คนสักกี่หมื่น   ให้เร่งกะวันคืนอย่าร่ำเรื่อง

จะเอาไพร่ในกรุงหรือหัวเมือง   วัวต่างช้างเครื่องให้หมายไป

ขุนแผนกราบบังคมทูลว่า

กระหม่อมฉันพ่อลูกขออาสา   ตีเชียงใหม่มาทูลถวาย

มิต้องให้ไพร่ยากไปมากมาย   ครั้นกะเกณฑ์วุ่นวายจะช้าการ

ขอพระราชทานแต่ไพร่ราบ   พอหามหาบหาเสบียงเลี้ยงอาหาร

อันพวกพลจะประจญประจัญบาน   ขอประทานคนโทษที่ในคุก

มีสามสิบห้าคนล้วนทนคง   ยืนยงสามารถอาจอุก

ได้ร่ำเรียนรู้ครบเชิงรบรุก   เห็นมีทุกความรู้ครูต่างกัน

พระพันวษาทรง “ฟังขุนแผนพูดจบเห็นขบขัน” แต่ก็ตรัสสั่งพระยายมราชไปเบิกนักโทษออกจากคุกตามที่ขุนแผนต้องการว่า “พระยายมว่าไรอย่าได้ช้า   ไปถอดทั้งสามสิบห้าให้แก่มัน”

คนโทษ 35 เดนตาย มีใครบ้าง? กลอนเสภาบรรยาย “คุณภาพ” ดังนี้

๏ ข้าพเจ้าอ้ายพุกอยู่ลุกแก   เมียชื่ออีแตพระเจ้าข้า

โทษปล้นให้รำระบำป่า   ให้อีมารำรื้อไปมือเดียว

ถัดไปอ้ายมีบ้านยี่ล้น   เมียชื่ออีผลปล้นตาเขียว

แทงถูกอีชังกำลังเยี่ยว   ปากเบี้ยวล้มหงายน้ำลายฟด

ถัดไปอ้ายปานบ้านชีหน   เมียชื่ออีสนปล้นบางปลากด

ผูกคอตาจ่ายกับยายรด   เอาไฟจดจุดขนหล่นร่วงไป

ถัดนั้นอ้ายจันสามพันตึง   เมียชื่ออีอึ่งบ้านเหมืองใหม่

พวกปล้นขุนศรีวิไชย   เอาไม้เสียบก้นแกจนตาย

ถัดมาข้าชื่ออ้ายคงเครา   เมียชื่ออีเต่าบ้านหนองหวาย

ปล้นบ้านบางภาษีเมื่อปีกลาย   ได้ทรัพย์จับควายผูกต่างมา

ต่อมาข้านี้อ้ายสีอาด   เมียชื่ออีกงราดพระเจ้าข้า

คบไทยไล่ปล้นบ้านละว้า   แล้วเข่นฆ่าตาปานบ้านตาลเอน

ถัดไปอ้ายทองอยู่ช่องขวาก   ผัวมีมากฆ่าลาวชื่อท้าวเสน

ขึ้นย่องเบาเอาบาตรผ้าพาดเณร   ทุบตาเถนแล้วซ้ำปล้ำหลวงชี

ที่นั่งถัดไปอ้ายช้างดำ   อยู่บ้านถ้ำย่องเบาเจ้าภาษี

เก็บเงินทองของข้าวบรรดามี   ของดีดีไม่น้อยทั้งพลอยเพชร

ถัดมาอ้ายบัวหัวกะโหลก   โทษปล้นชีโคกที่ปากเกร็ด

แล้วตีอ้ายดูกจมูกเฟ็ด   ฟันตาสายขายเป็ดบ้านตึกแดง

ถัดมาข้าชื่ออ้ายแตงโม   เมียชื่ออีโตบ้านชุมแสง

ปล้นชีดักขนนขนพอแรง   ฆ่าขุนทิพย์แสงเจ้าทรัพย์ตาย

อ้ายอินเสือเหลืองเมืองชัยนาท   เมียชื่ออีปาดบ้านขนาย

เที่ยวปล้นฆ่าคนสักร้อยปลาย   ลักควายแทงกินสิ้นเป็นเบือ

อ้ายมอญมือด่างบางโฉลง   เมียชื่ออีโค่งเป็นชาวเหนือ

ลักถ้วนลักถี่ทั้งตีเรือ   ครกกระบากสากกะเบือไล่เก็บครบ

ถัดไปอ้ายทองอยู่หนองฟูก   เมียชื่ออีดูกลูกตาจบ

กลางวันปิดเรือนเหมือนชะมบ   แต่พอพลบคนเดียวเที่ยวย่องเบา

อ้ายมากสากเหล็กปล้นเจ๊กกือ   เมียมันตาปรือชื่ออีเสา

ถัดไปอ้ายกุ้งคุ้งตะเภา   ฟันผัวแย่งอีเม้าเอาเป็นเมีย

อ้ายสงผัวอีคงอยู่กงคอน   ตีชิงผ้าผ่อนฆ่ามอญเสีย

ถัดไปอ้ายกร่างอยู่บางเหี้ย   หาเมียมิได้ไล่ตีเรือ

อ้ายกลิ้งผัวอีกลักดักขนน   ลักควายขายคนปล้นเรือเหนือ

อ้ายเภาผัวอีพานบ้านนาเกลือ   เอายาเบื่อหลวงโชฎึกเก็บตึกเตียน

อ้ายจั่วผัวอีปรางบางน้ำชน   ขึ้นย่องเบาหมื่นธนขนเอาเลี่ยน

อ้ายแมวผัวอีมาอยู่ท่าเกวียน   เข้าบ้านพิตเพียนปล้นปลอมริบ

พิจารณาเป็นสัตย์ซัดทอดฟ้อง   เก็บเอาข้าวของนางทองกระหมิบ

ถัดไปอ้ายมั่นผัวอีจันทิพ   อยู่น้ำดิบปล้นตีหลวงชีเภา

หาได้แทงแกไม่ดังให้การ   นครบาลสอบแก้เป็นแผลเก่า

อ้ายจันผัวอีจานบ้านกะเพรา   โทษปล้นจีนเก๊าเผาโรงเจ๊ก

ยิงปืนถึงปังประดังโห่   แล้วเอาสันพร้าโต้ต่อยหัวเด็ก

ถัดมานั้นอ้ายสานกเล็ก   อยู่คุ้งถลุงเหล็กผัวอีดี

สกัดตีโคต่างทางโคราช   แทงอ้ายชั้วผัวอีปาดล้มกลิ้งคี่

อ้ายมากหนวดตัวอีขวดอยู่บางพลี   โทษตีเดิมบางเอากลางวัน

อ้ายเกิดกระดูกดําผัวอีคำด่าง   โทษสะดมกรมช้างกับหมอมั่น

ปล้นละว้าป่าดงคงกระพัน   กะหำไขว้ไข่ดันเป็นทองแดง

สิริคนโทษซึ่งโปรดมา   ครบสามสิบห้าล้วนกล้าแข็ง

อยู่ยงคงกระพันทั้งฟันแทง   เรี่ยวแรงทรหดอดทน

ทำกรรมต้องจำมาช้านาน   สิ้นกรรมบันดาลจึงให้ผล

พลายงามทูลขอพ่อออกพ้น   จึงปล่อยโปรดโทษคนทั้งนี้มาฯ

1 ใน 35 เดนตาย ก็คือนายจันศร

บทเสภาคนโทษ 35 คน หรือ “35 เดนตาย” ที่ไปทัพกับขุนแผน มีคนหนึ่งชื่ออ้ายจัน กลอนเสภาบรรยายว่า

ถนัดนั้นอ้ายจันสามพันตึง   เมียชื่ออีอึ่งบ้านเหมืองใหม่

พวกปล้นขุนศรีวิไชย    เอาไม้เสียบกันแกจนตาย

คนนี้แหละนายจันศรที่เป็นโจรปล้นบ้านขุนศรีวิไชยพ่อของขุนช้าง

ลองทบทวนดูแล้วจะเห็นว่านายจันศรต้องโทษติดคุกนานโขอยู่ทีเดียว แต่ไม่รู้ว่ากี่ปี อย่างน้อยต้องมากกว่าอายุของพลายแก้วลูกชายขุนแผนในตอนอาสาไปตีเชียงใหม่แน่ๆ ถ้าขุนแผนไม่ขอเบิกตัวไปตีเมืองเชียงใหม่ สงสัยตายในคุก

เมื่อตีเชียงใหม่ได้ พวก “35 เดนตาย” ก็พ้นโทษ แถมได้รับพระราชทานพระกรุณาหลายอย่างด้วยกันจนกลายเป็นกลุ่มโจรผู้ยิ่งใหญ่ ได้ความดีความชอบ มีสิทธิพิเศษได้ “ตราภูมิคุ้มห้าม” ดังบทเสภาบรรยายว่า

๏ แล้วตรัสสั่งพลันทันใด   ยังพวกไพร่ไปทัพสามสิบห้า

ทั้งอ้ายพวกหาบหามตามโยธา   เอาเงินตราผ้าให้เป็นรางวัล

แล้วให้ยกราชการงานเมือง   ปลดเปลื้องหน้าที่ทุกสิ่งสรรพ์

สังกัดไว้ในอาทมาฏนั้น   ต่อมีทัพคับขันจึงเรียกใช้

ให้มันมีตราภูมิคุ้มห้ามขาด   ทั้งอากรขนอนตลาดอย่าเก็บได้

ทำบาญชีมีนายหมวดกองไว้   ให้ขึ้นแก่จมื่นไวยสิ้นทั้งนั้น

นี่แหละ นี่แหละ 35 เดนตาย กลุ่มโจรผู้ยิ่งใหญ่ในขุนช้างขุนแผน จะว่าไปแล้ว เรื่องนี้น่าเก็บไปทำหนังสือดีๆ สักเรื่อง

อ่านเพิ่มเติม  :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 สิงหาคม 2565