คุณไสย ความรู้และเครื่องมือกำจัดศัตรคู่อาฆาตสมัยโบราณ

"เถรขวาดทำเสน่ห์" จิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องขุนช้างขุนแผน ที่ระเบียงคดรอบวิหารหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ จังหวัดสุพรรณบุรี เขียนโดย เมืองสิงห์ จันทร์ฉาย

ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมาที่สังคมเริ่มมี “พระเครื่อง” เกิดขึ้น พระเครื่องนี้เข้ามาแทนที่บรรดาเครื่องรางของขลังที่ผู้คนในสังคมใช้ก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็น ผ้าประเจียด, ตะกรุด, ผ้ายันต์ และวัตถุไสยศาสตร์อื่นๆ เพราะพระเครื่องนำเอาพุทธคุณมาผสมผสานกับความเชื่อที่เป็นไสยขาว ทำให้กลายเป็นวัตถุสำเร็จรูปที่รวมของบรรดาของขลังที่พกพาสะดวก, ง่ายต่อการเอาใจใส่ และร่วมสมัยมากขึ้น

อีกด้านที่เป็นไสยดำ ที่มีไว้กำจัดศัตรูคู่แค้น

ดังที่เรามักได้ยินคำว่า “โดนของ” ด้วยการเสกสิ่งต่างๆ เข้าร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ตะปู, เข็ม, หนัง (ควาย) เข้าท้อง ฯลฯ ในภาพยนตร์, ข่าว, ในชีวิตจริงสำหรับบางคน เพราะในสังคมเก่า “คุณไสย” เป็นทั้งความรู้ เป็นเครื่องมือการป้องกันตนเอง และจัดการฝ่ายตรงข้ามในเวลาเดียวกัน ของผู้คนในหลากหลายเชื้อชาติ

ซึ่งหนึ่งผู้ที่ขึ้นชื่อว่ามีความสามารถในด้านนี้คือ เขมร หรือ ส่วย

คนเขมรเรียกคุณไสยว่า “อำเปอ” หรือ วัตถุที่อยู่ในอำนาจเวทมนตร์สามารถสั่งให้ไปทำอะไรได้ตามที่ใจต้องการ เช่น หนังควาย, ตะปู, ขี้ผึ้ง, ว่าน, กระดูก, เส้นผม ฯลฯ

แต่สิ่งที่นำเข้าร่างกายที่ร้ายกาจและมีผลรุนแรงที่สุดได้แก่ “อำเปอ กรรไตร-เสกกรรไกรเข้าท้อง” ผู้ถูกกระทำจะเสียชีวิตภายในเวลาไม่เกิน 3 วัน เพราะกรรไกรจะเข้าไปตัดลำไส้ภายในร่างกาย

แต่ที่รู้กันกว้างขวางคงเป็น อำเปอ สะแบก-เสกหนัง (ควาย) เข้าท้อง” การเสกหนังเข้าท้องนั้น จะเอาหนังควายทั้งตัวมาวางตรงหน้า แล้วใช้ต้นหวายขนาดเท่านิ้วมือร่ายมนต์เคาะหนังนั้น ที่จะค่อยๆ หดตัวเล็กลงๆ จนเท่านิ้วก้อย แล้วจึงสั่งให้ลอยไปเข้าท้องผู้เป็นเป้าหมาย แล้วเสกขยายให้ใหญ่ขึ้นๆ เท่าเดิม ทำให้คับท้องและอึดอัดตายในที่สุด

นอกจากนี้ยังมีคุณไสยประเภทอื่นๆ เช่น คุณไสยที่ทำจากขี้ผึ้ง เส้นผม ว่าน ฯลฯ ที่ทำให้คนที่ถูกคุณไสยมีอาการฟั่นเฟือน บ้าคลั่ง, การฝังรูปฝังรอย ก็อาจทำให้เจ็บป่วยเรื้อรัง ฯลฯ

เมื่อมีการใช้ก็ต้องมีการแก้ไขป้องกัน

การถอนคุณไสย มีตั้งแต่การรดหรืออาบน้ำมนต์ คุณไสยที่โดนก็จะออกจากร่างกายออกมา, การกินยาสมุนไพร เช่น ยาแก้คุณไสยที่ทำให้เป็นบ้า จะใช้รากชะอม ส้มป่อย รากกระถินพิมาน ตะปูที่ตอกโรงศพ และถ่านที่เขาเผาผี 7 ชิ้นมาผูกรวมกันด้วยด้ายดำต้มดื่ม, การสวดมนต์ถอน ฯลฯ

ส่วนการป้องกันด้วยการพกพาพระเครื่อง แต่ก่อนหน้าที่ยังไม่มีก็ใช้ตะกรุด, ผ้ายันต์, รากไม้บางชนิด, มนต์บังตัวไม่ให้ถูกทำของ ฯลฯ แน่นอนว่าไสยศาสตร์ก็มีจุดอ่อน และบางครั้งก็ทำอะไรบางคนไม่ได้ นั่นก็คือคนที่มีผิวสีทองแดง (คือร่างกายสดชื่น จิตใจสงบดี สุขภาพกายใจดี)

แต่ทุกวันนี้การใช้ไสยศาสตร์ทำลายศัตรูคู่อาฆาต ไม่ค่อยมีให้เห็น เพราะเป็นเรื่องที่ต้องแอบทำด้วยความผิดและการแก้แค้น แต่ที่สำคัญคนที่มีวิชาจริงลดน้อยลง และยังมีอาวุธอย่างปืน รวมถึงมือปืนรับจ้าง ที่เร็วทันใจ ไม่ต้องรอผลนานอีกต่อไป

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ต้นกำเนิด “พระเครื่อง” เมื่อคนเดือดร้อนไม่มั่นคง และวิทยาศาสตร์ให้คำตอบไม่ได้

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ความเชื่อเรื่อง “เวทมนตร์คาถา” ในสมัยอยุธยา นิยมทั้งราษฎรไปจนถึงราชสำนัก


ข้อมูลจาก

ศรีศักร วัลลิโภดม. พระเครื่องในเมืองสยาม, สำนักพิมพ์มติชน, พิมพ์ครั้งแรก เมษายน 2537

มงกุฎ แก่นเดียว. “อำเปอ(คุณไสย-เขมร):ความเชื่อ” ใน, สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน, มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์, พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2542


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 30 กันยายน 2564

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป