“จำวัด-จำพรรษา-จำศีล” ทำไมต้องจำ “จำ” คำเขมรที่ยืมมาใช้ในภาษาไทย

อักษรเขมรโบราณ ศิลาจารึกปราสาทบันทายศรี พุทธศตวรรษที่ 16

พจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถานอธิบายคำว่า “จำ” ไว้ใน 4 ความหมายด้วยคือ (1) ก. กำหนดไว้ในใจ, ระลึกได้ (2) ก. ลงโทษด้วยวิธีเอาโซ่ตรวนล่ามไว้ เช่น จำโซ่ จำตรวน, ลงโทษด้วยวิธีขัง (3) ก. อาการที่ต้องฝืนใจทำ (4) (โบ) น. ชายผ้า โดยในความหมายที่ 1ที่ว่า “ก. กำหนดไว้ในใจ, ระลึกได้, เช่น จำหน้าได้” นั้นมีความอธิบายต่อไปว่า “ลูกคำของ ‘จำ 1’ คือ จำพรรษา  จำวัด  จำศีล ”

เมื่อค้นคำอธิบายต่อไปของลูกคำในความหมายที่ 1 พจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถานอธิบายว่า จำวัด “ก. นอนหลับ (ใช้แก่ภิกษุสามเณร)”, จำพรรษา “ก. อยู่ประจำที่วัด 3 เดือนในฤดูฝน (ใช้แก่พระสงฆ์)”  และ จำศีล “ก. ถือศีล, รักษาศีล”

ถึงตรงนี้จะเห็นว่า “จำ” ที่อธิบายไว้แต่ต้น เมื่อเอามาผสมเป็นคำว่า “จำวัด-จำพรรษา-จำศีล” แล้วความหมายดูจะลักลั่นกันอยู่บ้าง ที่เป็นเช่นนี้เพราะคำว่า “จำ” นั้นไม่คำไทย แต่เป็นคำเขมร

ความเข้าใจในเรื่องนี้ ขออ้างอิงจากข้อเขียนของ รศ.ดร.ศานติ ภักดีคำ ในหนังสือ “แลหลังคำเขมร-ไทย” (สนพ.มติชน, ธันวาคม 2562) ที่เปิดพจนานุกรมเขมรอธิบายคำว่า “จำ” พจนานุกรมเขมรฉบับพุทธศาสนบัณฑิตย์ พ.ศ. 2512 อธิบายว่า “เฝ้าอยู่ไม่ไปไหน, อยู่ดูแลรักษา”

เพราะคำว่า “จำ” นั้นเป็นคำเขมรโบราณ ที่พบในสิลาจารึกโบราณเขียนในณุปแบบต่างกัน เช่น จํ, จม และจำ แต่มีความหมายเดียวกันคือ “เฝ้า, เฝ้าดู, เฝ้ารักษาเป็นพิเศษ”

นอกจากพจนานุกรมเขมร ผู้เขียน (รศ.ดร.ศานติ ภักดีคำ) ยังมีอ้างอิงข้อความ ในศิลาจารึก K. 732 มีข้อความตอนหนึ่งว่า “ถเว ตโปวน จําวรุษ แปลว่า “ทําตโปวนจําพรรษา มาเป็นหลักฐานอีกด้วย คําว่า จําพรรษา (จําวรุษ) เป็นคําที่มีใช้ในศิลาจารึกเขมรโบราณ หมายความว่า “เฝ้าอยู่ไม่ไปไหนในฤดูฝน”

ดังนั้นคําว่า จํา ที่มาจากภาษาเขมรโบราณแปลว่า “เฝ้า อยู่ไม่ไปไหน, อยู่ดูแลรักษา” เมื่อประสมเป็นคําว่า จําวัด จําพรรษา และ จําศีล ความหมายจริงๆ ของคํา ว่า จําวัด จึงหมายถึง “เฝ้าอยู่ที่วัด (นอน)” จําพรรษา หมายถึง “เฝ้าอยู่ไม่ไปไหนในฤดูฝน” และ จําศีล หมายถึง “อยู่รักษาศีล” เมื่อรู้รากที่มาของคำ การทำความเข้าใจจึงง่ายขึ้น เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป