เทศกาลไหว้ “พระจันทร์” ในวันที่มีมนุษย์ไปถึง “ดวงจันทร์”

(ภาพจาก https://www.matichon.co.th)

เทศกาลจีนยุคแรกจึงมีลักษณะเป็นนักขัตฤกษ์ตามฤดูกาล แสดงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ (มากกว่าแสดงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสังคม) เพราะในสังคมเก่านั้น การทำนาทำไร่คืออาชีพหลักของประชาชน เป็นอาชีพที่ต้องพึ่งพิงธรรมชาติ ต้องสอดคล้องกับฤดูกาล การเซ่นสรวงบูชาฟ้า ดิน ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ฯลฯ เพื่อขอบคุณธรรมชาติ จึงเกิดเป็นเทศกาลตามลัทธิศาสนาของชุมชน และบางเทศกาลของประเทศ หรือยกระดับเป็นพิธีกรรมของรัฐ

เทศกาล “ไหว้พระจันทร์” ก็มีที่มาในลักษณะเดียวกัน

เทศกาลไหว้พระจันทร์ กำหนดตามปฏิทินจันทรคติของจีน คือ วัน 15 ค่ำ เดือน 8  (ปี 2563 ตรงกับวันที่ 1 ตุลาคม) วันนี้เป็นวันหนึ่งพระจันทร์เต็มดวงสวยงามจากมุมองศาที่มองจากเมืองจีน ช่วงเวลานี้มีข้าวเจ้า, ข้าวเหนียวสุกสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว จึงมีข้าวที่จะใช้เซ่นสรวง มีเงินที่จะใช้จับจ่าย มีเวลารื่นเริงนอกจากเซ่นสรวงเทพเจ้าและบรรพชนแล้ว จึงมีกิจกรรมเที่ยวชมจันทร์ คนหนุ่มสาวได้พบปะรู้จักกัน, กลับบ้านกินข้าวเย็นพร้อมกับครอบครัว  นัยว่าเหมือนดวงจันทร์เต็มดวง ฯลฯ

ในสมัยราชวงศ์ถังเทศกาลไหว้พระจันทร์ เป็นแค่เทศกาลพื้นบ้านของประชาชนเท่านั้น  ถึงสมัยราชวงศ์ซ่ง (พ.ศ. 1503-1822) จึงมีฐานะเป็นเทศกาลของรัฐมีการเฉลิมฉลองกันทั้งคืน  แต่ความจดจำของเทศกาลไหว้พระจันทร์กับเป็นตำนานในราชวงศ์หยวน  ซึ่งเป็นสมัยที่ชาวมองโกลปกครองประเทศจีน ที่สอดจดหมายน้อยในไส้ขนมไหว้พระจันทร์เพื่อนัดหมายกันต่อสู้กับมองโกลจนได้ชัยชนะ

สำหรับยุคสาธารณรัฐ เมื่อปี 2492 รัฐบาลพรรคคอมนิวนิสต์ กำหนดวันหยุดราชการใหม่ มีเพียง “ตรุษจีน” เท่านั้นที่เป็นวันหยุดราชการ ต่อมาวันที่ 7 ธันวาคม 2550 รัฐบาลออกประกาศเรื่อง “วันหยุดเทศกาลและวันหยุดราชการ” ว่าตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นไป ให้ เทศกาลตรุษจีนเป็นวันหยุดยาว 7 วัน เทศกาลเช็งเม้ง, เทศกาลบะจ่าง, และไหว้พระจันทร์ หยุดเทศกาลละ 1 วัน

ที่ประเทศจีนไหว้นอกจากตรุษจีนแล้ว รองลงมาก็คือไหว้พระจันทร์ที่เป็นเทศกาลคึกคักไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมณฑลฮกเกี้ยน ตั้งแต่ ฉวนโจวลงมาถึงเซี่ยเหมิน (เอ้หมึง) และจางโจว  เพราะรัฐบาลจีนพยายามใช้เทศกาลไหว้พระจันทร์เป็นสื่อในการสื่อสารไปยังชาวไต้หวันซึ่งอยู่บนแผ่นดินตรงข้าม ให้กลับมาร่วมชาติจีน ร่วมภาษาฮกเกี้ยน เสมือนสมาชิกในบ้านที่กลับมาพร้อมหน้าในเทศกาลไหว้พระจันทร์

สำหรับลูกหลานจีนโพ้นทะเลในไทย อดีตที่ผ่านมาเมื่อ 40-50 ปีก่อน เทศกาลไหว้พระจันทร์มีกิจกรรมหนึ่งสำหรับผู้หญิง เรียกว่า “ง๊วยเนี้ยหวย” ที่ชักชวนผู้หญิงในชุมชนเก็บเงินกันคนละเล็กละน้อยแต่ละเดือน เมื่อถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ก็จะนำเงินก้อนนี้ไปซื้อของให้ตามที่สมาชิกทุกคนที่ร่วมออมเงินตกลงกัน (คล้ายกับการเล่นแชร์ แต่ไม่มีดอก และไม่มีแข่งกันเปียทุกๆเดือน) เช่น เครื่องสำอาง, เสื้อผ้า, ผลไม้, ขนม ฯลฯ ขึ้นกับเงินที่รวบรวมได้มากน้อยเพียงใด

ปัจจุบันไหว้พระจันทร์ถูกลดบทบาทลงไปพอสมควร เทศกาลจีนที่ยังคงให้ความสำคัญ และมีการเซ่นไหว้ ในหลายๆครอบครัว หลายชุมชน เหลือเพียง ตรุษจีน, เช็งเม้ง และสารทจีน เป็นหลัก แต่เทศกาลไหว้พระจันทร์ก็ยังอยู่ในใจผู้คน ดังจะเห็นได้จากข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่คาดการณ์ว่าในปีนี้ ขนมไหว้พระจันทร์จะมีมูลค่าทางการตลาดประมาณ 950 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.1%

เทศกาล“ไหว้พระจันทร์” ในวันนี้ ที่ดูเหมือนจะหมดเสน่ห์ สิ้นมนต์ขลังนั้น ไม่ใช่เพราะมนุษย์หลายสัญชาติสามารถเดินทางออกนอกโลก ไปเหยียบดวงจันทร์ได้ แต่เพราะวิถีชีวิตที่ห่างไกลจากสังคมเกษตรกรรม และธรรมชาติที่เป็นจุดตั้งต้นของเทศกาล

พิเศษ ลด 40%! สมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ลดราคาพิเศษ 40% เฉพาะสมัครวันนี้ถึง 11 ตุลาคม 2563 เท่านั้น คลิกดูรายละเอียดที่นี่


ข้อมูลจาก

ถาวร สิกขโกศล. เทศกาลจีนและการเซ่นไหว้, สำนักพิมพ์มติชน มีนาคม 2557


เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์เมื่อ :13 กันยายน 2562

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป