“ลายกระหนกเป็นของไทย” เป็นเรื่องไม่จริง – ไม่จริง – และไม่จริง!

กนกใบเทศ (ภาพจากหนังสือ คู่มือลายไทย สนพ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552)

คนทั่วไปเข้าใจตรงกันว่า กนก คือ ลายไทย เลยเรียกปนกันทั้ง ลายไทย-ลายกนก-(ลาย)กนกไทย คำว่า กนก เขียนเป็น กระหนก ก็ได้

มีบางคนบางพวกคลุ้มคลั่งมากเกินเหตุ เลยทึกทักว่าลายกนกไทยเป็นงานสร้างสรรค์ของไทยโดย “ช่างไทย” แท้ ๆ งดงามอ่อนช้อยกว่าใครในโลก

แต่ ไม่จริง – ไม่จริง – และไม่จริง

ลายกนก – ลายกระหนก – ลายไทย ได้ต้นแบบจาก “ครู” แขกชมพูทวีป หรือแขกอินเดียสมัยคุปตะและหลังคุปตะ ราวหลัง พ.ศ. 800 – 1200 (มีรายละเอียดอยู่ในหนังสือ กระหนกในดินแดนไทย โดย ศ.ดร. สันติ เล็กสุขุม สำนักพิมพ์เมืองโบราณ พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2547 หน้า 22)

ลายกระหนกอินเดียแพร่หลายมากับศาสนาพราหมณ์และพุทธ สู่ดินแดนสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์คราวเดียวกัน ไม่ต้องไปหลงทางหาตรงไหนก่อน – หลัง เสียเวลาเปล่า ๆ

เพราะมีต้นแบบพ่อแม่เดียวกัน คือลายกนกชมพูทวีปอินเดีย ในแง่ตัวลายจึงไม่มีอะไรต่างกัน เว้นเสียแต่พบอยู่ในเขตประเทศไหน? ก็สมมุติเรียกว่าลายของดินแดนนั้น

ถ้าอยู่ผิดที่ผิดทางก็บอกไม่ได้หรอกว่าลายใครเป็นลายใคร เพราะเป็นกระหนกเดียวกัน เช่น เอาลายไทยไปวางในเขมร, เอาลายเขมรไปวางในลาว, เอาลายลาวไปวางในพม่า, เอาลายพม่าไปวางในมอญ, เอาลายมอญมาวางในไทย, ฯลฯ

ลายดั้งเดิมก่อนรับกระหนกอินเดีย

ก่อนรับกระหนกจากอินเดีย ช่างเขียนสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์วาดรูปลวดลายธรรมชาติเป็นพื้นฐาน (หรือเบสิค) อย่างแข็งแรงแล้ว

มีหลักฐานเป็นลายเส้นบนหน้าผา, ผนังถ้ำ, โขดหิน, ฯลฯ เป็นภาพเขียนดึกดำบรรพ์ มีอายุเก่าแก่มากกว่า 2,500 ปีมาแล้ว พบทั่วไปในดินแดนไทยตั้งแต่ ภาคเหนือ, ภาคอีสาน, ภาคกลาง, ภาคใต้ แล้วพบกระจายอยู่ในดินแดนเพื่อนบ้านโดยรอบด้วย

ทุกแห่งที่พบล้วนเป็นภาพเขียนศักดิ์สิทธิ์ เกี่ยวข้องกับระบบความเชื่อในศาสนาผีพื้นเมืองดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ แล้วสะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนและชุมชนยุคนั้น บริเวณนั้น ตั้งแต่ก่อนรับศาสนาพราหมณ์-พุทธ และก่อนรับลายกระหนกจากอินเดีย

บริเวณโดยรอบของหน้าผา, ผนังถ้ำ, โขดหิน, ฯลฯ  เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ (เทียบเท่าโบสถ์, วิหารสมัยหลัง) ใช้ทำพิธีกรรมเพื่อความอุดมสมบูรณื เช่น ขอฝน, ฯลฯ

คนเขียนลายเส้นเป็นรูปต่าง ๆ เหล่านั้น เช่น คน, สัตว์, ฯลฯ ได้รับการยกย่องเป็นบุคคลพิเศษ (ที่ยุคต่อไปจะเรียกว่าช่าง) มีอำนาจระดับหมอผี หมายถึงผู้มีวิชามากกว่าคนอื่นในท้องถิ่นชุมชนนั้น

ทั้งหมดล้วนเป็นหลักฐานอันมั่นคง ว่าคนพื้นเมืองดั้งเดิมกลุ่มหนึ่งของสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์เมื่อหลายพันปีมาแล้ว มีประสบการณ์ชำนาญและความสามารถระดับสูงแล้วในทางวาดรูป เขียนภาพ ทั้งเหมือนจริงและเหนือจริงเป็นเส้นสัญลักษณ์ ยุคก่อนรับลายกระหนกจากอินเดีย

งานช่างอื่น ๆ ก็ไม่ต่างจากงานช่างเขียน ไม่ว่าช่างฟ้อน ช่างขับ รวมถึงช่างดีดสีตีเป่า ซึ่งรู้จักทั่วไปทุกวันนี้ว่างานดนตรีและนาฏศิลป์ ล้วนมีรากเหง้าร่วมกันมาแต่ยุคดึกดำบรรพ์


“ลายกระหนก”. จากหนังสือ “วัฒนธรรมร่วม อุษาคเนย์ในอาเซียน”. โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ. สำนักพิมพ์นาตาแฮก. 2559


เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์ เมื่อ 27 พฤศจิกายน พ.ศ.2561

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป