เล่าอดีตความเปลี่ยนแปลงพระบรมมหาราชวัง จากหลักฐานรูปถ่ายเก่าสมัยรัชกาลที่ ๔–๕

บทความ “อาคารทรงไทยบนป้อมขัณฑ์เขื่อนเพ็ชร มาอย่างไร ไปอย่างไร ใครตอบที” โดย ประสงค์ ไม่ออกนาม ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ตุลาคม ๒๕๔๙ ได้เปิดเผยหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของป้อมกำแพงล้อมพระบรมมหาราช ที่ครั้งหนึ่งเคยมีอาคารทรงไทยหลังเล็กๆ ตั้งอยู่ด้านบนของป้อมก่อนที่จะถูกรื้อทิ้งไป หลักฐานชิ้นนั้นคือ รูปถ่ายที่เคยจัดแสดงในงาน “ภาพถ่ายโดยพระบรมราชานุญาต รัชสมัยรัชกาลที่ ๔ และ ๕” ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นภาพถ่ายพระบรมมหาราชวังด้านทิศเหนือ ตรงข้ามกับวังท่าพระหรือมหาวิทยาลัยศิลปากรในปัจจุบัน

อาคารทรงไทยหลังเล็กๆ นี้ตั้งอยู่บนหลังคาป้อมขัณฑ์เขื่อนเพ็ชร ซึ่งเป็นป้อมเพียงแห่งเดียวจากทั้ง ๑๗ ป้อมรอบกำแพงพระบรมมหาราชวัง ภาพถ่ายเก่าสมัยรัชกาลที่ ๔-๕

นอกจากนี้แล้ว ภาพอาคารทรงไทยยังปรากฏในภาพจิตรกรรมฝาผนังที่พระอุโบสถวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร และพระอุโบสถวัดเสนาสนาราม พระนครศรีอยุธยา อันเป็นภาพเขียนเกี่ยวกับพระราชพิธี ๑๒ เดือน ที่มีฉากหลังเป็นภาพพระบรมมหาราชวัง ปรากฏภาพอาคารทรงไทยหลังเล็กๆ บนหลังคาป้อมบนกำแพงพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเมื่อนำมาเชื่อมโยงกัน จากหลักฐานทั้งหมดสามารถอุปไมยได้ว่าจิตรกรที่วาดจิตรกรรมฝาผนังที่วัดทั้ง ๒ แห่งนั้น น่าจะวาดภาพจากข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในสมัยนั้น ไม่ได้มีการสรรแต่งจากจินตนาการแต่อย่างใด

ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่พระอุโบสถวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่พระอุโบสถวัดเสนาสนาราม

ปุจฉา อาคารทรงไทยหลังนี้ถูกสร้างขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์ใด และเพราะเหตุใดจึงมีอยู่เฉพาะที่ป้อมขัณฑ์เขื่อนเพ็ชรเท่านั้น???

ศาสตรจารย์ ม.ร.ว. แน่งน้อย ศักดิ์ศรี นักเขียนผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมพระบรมมหาราชวัง ผู้เขียนหนังสือพระอภิเนาว์นิเวศน์ หนังสือสถานที่ตั้งส่วนต่างๆ ของสิ่งปลูกสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๔ และหนังสือสถาปัตยกรรมพระบรมมหาราชวัง อันกล่าวถึงที่มาและสถานที่ตั้งของสถานที่ต่างๆ ในเขตพระบรมมหาราชวังในปัจจุบัน ได้ตั้งข้อสันนิฐานจากตำแหน่งที่ตั้งไว้ว่า มีความเป็นไปได้ที่อาคารทรงไทยหลังนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่เกิดขึ้น ณ ท้องสนามหลวง หรือทุ่งพระเมรุในสมัยนั้น ซึ่งตามรูปถ่ายที่ปรากฏจะเห็นวัวที่กำลังกินหญ้าอยู่ ซึ่งวัวนั้นน่าจะสื่อความหมายสำคัญถึงพิธีแรกนาขวัญ

ทั้งยังมีความสัมพันธ์กับราชนิยมของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ที่โปรดจะทอดพระเนตรพระนครในระยะไกลๆ อันเห็นได้จากหอนาฬิกาตรงบริเวณพระที่นั่งภูวดลทัศไนย ซึ่งในหนังสือพระอภิเนาว์นิเวศน์ ได้กล่าวเกี่ยวกับหอสูงนี้ว่า “พระที่นั่งภูวดลทัศไนย เป็นพระราชนิยมในรัชกาลที่ 4 ที่จะมีหอสูงสำหรับพระราชวังที่ทรงสร้างหรือบูรณปฏิสังขรณ์ เป็นสถานที่ที่จะได้ทอดพระเนตรพระนครไปได้ไกลหรือเป็นหอสังเกตุการณ์ถ้ามีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น เช่น เพลิงไหม้”

พระที่นั่งภูวดลทัศไนย (หอนาฬิกา) ภาพถ่ายเก่าสมัยรัชกาลที่ ๔

เช่นเดียวกับในหนังสือสถาปัตยกรรมพระบรมมหาราชวัง ที่กล่าวถึงพระที่นั่งไชยชุมพลว่า

พระที่นั่งไชยชุมพล

“…พระที่นั่งไชยชุมพลยังตั้งอยู่ตรงกับถนนบำรุงเมือง และสามารถมองทะลุไปถึงเสาชิงช้าได้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับทอดพระเนตรกระบวนแห่พระยายืนชิงช้าในพระราชพิธีตรียัมปวายและการฝึกทหาร”

ฉะนั้นหากพิจารณาตามพระราชนิยมข้างต้นแล้ว จะเห็นได้ว่าอาคารทรงไทยหลังนี้ก็อาจจะเกี่ยวเนื่องด้วยพระราชนิยม ที่สร้างไว้เพื่อทอดพระเนตรพื้นที่ทางด้านทิศเหนือของพระบรมมหาราชวัง เช่น พิธีแรกนาขวัญ เป็นต้น ทั้งนี้เนื่องจากในสมัยโบราณนั้น พระมหากษัตริย์มิได้เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธี พระองค์จึงอาจจะใช้อาคารทรงไทยหลังนี้ทอดพระเนตรพิธีต่างๆ ในทุ่งสนามหลวงก็เป็นได้

แต่อย่างไรก็ตาม อาคารทรงไทยหลังเล็กๆ นี้ได้ถูกถูกรื้อทิ้ง ในปลายรัชกาลที่ ๕ เหตุที่เข้าใจเช่นนี้ก็เพราะว่า ภาพถ่ายมุมที่ใกล้เคียงกัน ไม่ปรากฏภาพอาคารดังกล่าวแล้วในรัชกาลต่อมา

ป้อมขัณฑ์เพ็ชรในปัจจุบัน (ภาพจาก https://pantip.com/topic/37521239)

สรุปความโดย : จุฑารัตน์ อัศววัชรินทร์

อ้างอิง : ประสงค์ ไม่ออกนาม. “อาคารทรงไทยบนป้อมขัณฑ์เขื่อนเพ็ชร มาอย่างไร ไปอย่างไร ใครตอบที.” ศิลปวัฒนธรรม ตุลาคม ๒๕๔๙. หน้า ๓๘-๔๑.

 

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป