สุนทรภู่ชอบสาวชาววังแต่เหยียดสาวชาวบ้าน?!

ภาพ “สาวๆ” จิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถวัดกำแพงบางจาก ริมคลองบางหลวง

พระสุนทรโวหาร(ภู่) หรือโดยทั่วไปมักเรียกท่านว่า สุนทรภู่ หนึ่งในยอดกวีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ที่มีฝีมือการประพันธ์และสร้างสรรค์ผลงาน ทั้งกลอนนิทาน นิราศ สุภาษิต เพลงยาว และผลงานอื่นๆ อีกมาก ซึ่งผลงานที่ท่านประพันธ์นั้นก็ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน

เหตุผลที่ทำให้งานของสุนทรภู่ได้รับความนิยม นอกเหนือไปจากการใช้กลวิธีการประพันธ์อันไพเราะจากสัมผัสคล้องจองและจังหวะอันลื่นไหลแล้ว จินตนาการก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้งานมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งในผลงานของกวีก็ยังได้มีการสอดแทรกประวัติ ความเป็นตัวตนของกวีไว้ในงานอีกด้วย โดยเฉพาะในงานนิราศจะปรากฏทัศนคติ ความคิดของกวีแทรกอยู่เกือบตลอดทั้งเรื่อง

สุนทรภู่ นอกจากจะมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักในด้านของผลงานการประพันธ์แล้ว ยังเป็นที่รู้จักกันดีในด้านของความเป็นกวีนักรักอีกด้วย ดังที่ปรากฏในประวัติของท่านว่า มีภรรยามาแล้วถึง ๓ คน คือ แม่จัน แม่นิ่ม และแม่ม่วง ยังไม่นับรวมนางอันเป็นที่รักอีกหลายนางที่มีชื่อปรากฏอยู่ในผลงานนิราศอีกหลายเรื่อง เช่น นางงิ้ว นางแตง นางอิน นางแก้ว เป็นต้น ซึ่งนางทั้งหลายเหล่านี้ อาจเป็นนางที่สุนทรภู่นั้นจินตนาการขึ้นประกอบคำประพันธ์เพื่อให้ได้อรรถรสมากขึ้นเพียงเท่านั้นก็เป็นได้ แต่เพราะการที่มีนางอันเป็นที่รักหลายนางนี้เอง จึงทำให้ผู้คนนั้นกล่าวถึงสุนทรภู่ว่ามีอุปนิสัย “เจ้าชู้” เป็นอย่างยิ่ง

การที่สุนทรภู่กล่าวคำรำพึงรำพันถึงนางทั้งหลายเหล่านี้เอง จึงทำให้เกิดแนวคิดขึ้นว่าสุนทรภู่นั้นชอบผู้หญิงที่เป็นสาวชาววังเป็นพิเศษและดูถูกสาวชาวบ้านนั้นจริงหรือไม่?

เนื่องจากเมื่อพิจารณาแล้ว จะพบว่าทั้งภรรยาหรือผู้หญิงที่สุนทรภู่มักกล่าวถึงบ่อยๆในนิราศนั้น โดยมากมักจะเป็นสาวชาววังหรือสาวในเมืองหลวงเป็นส่วนใหญ่ ดังเช่น “แม่จัน” ภรรยาคนแรกของสุนทรภู่ ก็เป็นข้าในกรมพระราชวังหลังมาก่อน จึงมีความเป็นไปได้ว่าสุนทรภู่นั้นมีอุปนิสัยชอบเกี้ยวสาวชาววังเป็นพิเศษ

เมื่อประกอบกับประวัติครอบครัวของสุนทรภู่แล้ว จึงยิ่งเป็นการส่งเสริมแนวคิดที่ว่าท่านชอบผู้หญิงชาววังได้เป็นอย่างดี เพราะมารดาของท่านที่ชื่อ “แม่ช้อย” หลังจากที่หย่ากับบิดาของสุนภู่ ภายหลังจากที่ท่านเกิดได้ไม่นาน ก็ได้ถวายตัวเป็นนางนมของ “พระองค์เจ้าหญิงจงกล” พระธิดาในเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ ดังนั้นสุนทรภู่จึงได้อยู่ในพระราชวังหลังกับมารดาและได้ถวายตัวเป็นข้าในกรมพระราชวังหลังในเวลาต่อมา

กล่าวได้ว่าชีวิตตั้งแต่วัยเยาว์ของสุนทรภู่จึงผูกพันกับพระราชวังหลังมาโดยตลอด ผู้หญิงที่พบเจอจึงมักจะเป็นข้าในกรมพระราชวังหลัง ซึ่งล้วนแต่มีหน้าตางดงาม ผิวพรรณผุดผ่อง แต่งกายตามแบบธรรมเนียมของนางใน เป็นผลให้สุนทรภู่นั้นรู้สึกคุ้นเคยและมีรสนิยมชื่นชอบหญิงชาววังเป็นพิเศษ

เพราะสุนทรภู่ชื่นชอบสาวชาววังจึงดูถูกสาวชาวบ้านหรือ?

แม้ว่าสุนทรภู่จะมีรสนิยมชื่นชอบหญิงในวังก็จริง แต่ก็มิน่าจะเป็นเหตุที่ทำให้ท่านนั้นรังเกียจหญิงชาวบ้าน ดังที่กล่าวในเบื้องต้นว่า สุนทรภู่นั้นอาศัยอยู่กับมารดาในวังหลังตั้งแต่วัยเยาว์ กระทั่งเข้ารับราชการก็ยังคงมีความเกี่ยวข้องกับวังอยู่เสมอ ทำให้สุนทรภู่มีความรู้สึกคุ้นเคยกับภาพลักษณ์ของหญิงในวังมากกว่า จนกระทั่งเมื่อครั้งที่สุนทรภู่ต้องเดินทางไปหาบิดาที่เมืองแกลง จังหวัดระยองนั้นเอง จึงเป็นครั้งแรกที่สุนทรภู่ได้เห็นภาพของหญิงชาวบ้านจริงๆ มิใช่หญิงชาววังแบบที่คุ้นเคย ก่อให้เกิดความรู้สึกประหลาดใจมากกว่าที่จะเป็นความรู้สึกเหยียดหรือรังเกียจ ดังที่ปรากฏใน “นิราศเมืองแกลง” ที่สุนทรภู่ได้ประพันธ์ขึ้นระหว่างเดินทางไปหาบิดาที่เมืองแกลง ความว่า

อันนารีที่ยังสาวพวกชาวบ้าน                ถีบกระดานถือตะกร้าเที่ยวหาหอย

ดูแคล่วคล่องล่องแล่นแฉลบลอย           เอาขาห้อยทำเปนหางไปกลางเลน (นิราศเมืองแกลง)

เห็นสาวสาวชาวไร่เขาไถที่                  บ้างพาทีอือเออเสียงเหนอหนอ

แลขี้ไคลใส่ตาบเปนคราบคอ                ผ้าห่มห่อหมากแห้งตะแบงมา (นิราศเมืองแกลง)

ตัวบทที่ได้ยกมาบางส่วนจากนิราศเมืองแกลงนี้จึงเป็นตัวอย่างที่แสดงถึงทัศนคติของสุนทรภู่ที่มองหญิงชาวบ้านในแง่ของความเป็นจริง ไม่ได้ดูถูกหรือเหยียด หากแต่เป็นการนำเสนอภาพลักษณ์ของผู้หญิงที่แตกต่างจากที่คุ้นเคยเท่านั้น หรือแม้กระทั่งในนิราศเรื่องต่อๆมา สุนทรภู่ก็เพียงแค่พรรณนาถึงสภาพของหญิงชาวบ้านที่ได้พบระหว่างเดินทาง มิได้มีเจตนาแฝงนัยดูถูกเลย ดังตัวอย่างความที่ยกมาจาก “นิราศภูเขาทอง” ดังนี้

ถึงเกร็ดย่านบ้านมอญแต่ก่อนเก่า        ผู้หญิงเกล้ามวยงามตามภาษา

เดี๋ยวนี้มอญถอนไรจุกเหมือนตุ๊กตา      ทั้งผัดหน้าจับกระเหม่าเหมือนชาวไทย (นิราศภูเขาทอง)

อาจกล่าวได้ว่า สุนทรภู่เป็นกวีนักรักที่อาจแค่เพียงมีรสนิยมชื่นชอบหญิงสาวชาววังเป็นพิเศษเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันก็มิได้ดูถูกหญิงชาวบ้านเช่นกัน หากแต่เป็นการมองในแง่มุมตามความเป็นจริงที่ได้พบเห็น จึงเกิดความรู้สึกประหลาดใจเพราะก่อนหน้านั้นชีวิตมีแต่ความเกี่ยวข้องกับวังโดยตลอด ภาพของหญิงที่คุ้นเคยจึงเป็นหญิงชาววัง และความคุ้นเคยนี้เองอาจส่งผลไปถึงรสนิยม ความชอบส่วนตัวของกวีด้วย

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป