“3 หัวเมืองเขมร” ในวรรณกรรมสมัยรัชกาลที่ 4 ที่ทุกวันนี้อยู่ในไทย มีเมืองอะไรบ้าง?

พระองค์ผิว เจ้าหญิงกัมพูชา 3 หัวเมืองเขมร
พระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์ มุนีวงศ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์ (ภาพจาก : wikicommon)

“3 หัวเมืองเขมร” ในวรรณกรรมสมัยรัชกาลที่ 4 ที่ทุกวันนี้อยู่ในไทย มีเมืองอะไรบ้าง?

หลักฐานประวัติศาสตร์นอกจากจะมี “พงศาวดาร” แล้ว ยังมี “วรรณกรรม” ที่เป็นเสมือนบทบันทึกเหตุการณ์ สะท้อนทัศนคติ ค่านิยม ในยุคนั้นๆ อีกด้วย

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร 3 หัวเมืองเขมร สมัย รัชกาลที่ 4
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร (ภาพ : Wikimedia Commons)

ดังเช่น “คำฉันท์สมโภชพระบรมมหาเศวตฉัตร บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท” พระนิพนธ์ใน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ซึ่งทรงประพันธ์ขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4)

รศ. ดร. ศานติ ภักดีคำ รองเลขาธิการราชบัณฑิตยสภา ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์กัมพูชา กล่าวถึงพระนิพนธ์นี้ไว้ในหนังสือ “มองเขมรแลสยาม” (สำนักพิมพ์มติชน) ว่า

เนื้อหาตอนหนึ่งของคำฉันท์กล่าวถึงการขอให้เทวดาช่วยคุ้มครองหัวเมืองต่างๆ ที่อยู่ในการปกครองของกรุงรัตนโกสินทร์สมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งมีทั้งหัวเมืองเหนือ หัวเมืองลาว หัวเมืองอีสาน หัวเมืองเขมร และหัวเมืองมลายู

ความตอนท้ายของฉันท์ซึ่งกล่าวถึงชื่อหัวเมือง ได้ระบุจำนวนหัวเมืองที่อยู่ใต้การปกครองของกรุงรัตนโกสินทร์สมัยรัชกาลที่ 4 ว่า มีจำนวนถึง 438 เมืองเลยทีเดียว

ชื่อหัวเมืองใน “คำฉันท์สมโภชพระบรมมหาเศวตฉัตร บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท” จึงน่าจะเป็นหลักฐานในการศึกษาถึงการปกครองหัวเมืองของกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 4 รวมทั้งศึกษาวิวัฒนาการชื่อบ้านนามเมืองต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

“3 หัวเมืองเขมร” สมัยรัชกาลที่ 4 ที่ทุกวันนี้อยู่ในไทย

เรื่องนี้ต้องย้อนความก่อนว่า ยุครัชกาลที่ 4 กัมพูชายังมีฐานะเป็นประเทศราช สยามจึงถือว่าเมืองเหล่านี้เป็นหัวเมืองเขมรที่อยู่ภายใต้การปกครองของสยามด้วย แต่ในช่วงเดียวกันนั้น ฝรั่งเศสก็พยายามแผ่อิทธิพลเหนือกัมพูชาด้วยเช่นกัน

พระองค์ราชาวดี สมเด็จพระนโรดมบรมรามเทวาวตาร ที่ รัชกาลที่ 4 จะ พระราชทาน ภรรยา คือ หม่อมราชวงศ์ตาด หรือ หม่อมตาด ให้ 3 หัวเมืองเขมร
พระองค์ราชาวดี ซึ่งต่อมาคือ สมเด็จพระนโรดมบรมรามเทวาวตาร กษัตริย์กัมพูชา เป็นเชื้อพระวงศ์กัมพูชาที่รัชกาลที่ 4 ทรงจัดการผนวชให้ เมื่อ พ.ศ. 2399 (ภาพ : J. Thompson, via Wikimedia Commons)

เมื่อนำชื่อหัวเมืองเขมรในคำฉันท์สมโภชพระบรมมหาเศวตฉัตรฯ ไปเปรียบเทียบกับชื่อหัวเมืองเขมรใน “ประกาศเทวดาบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 4” ก็พบว่าสอดคล้องกัน แม้ว่าในประกาศฉบับนี้จะมีรายชื่อมากกว่า และมีการจัดแบ่งระหว่างหัวเมืองเขมรส่วนในและหัวเมืองเขมรส่วนนอกอย่างชัดเจนมากกว่าที่ปรากฏในคำฉันท์ ซึ่งให้ความสำคัญกับความไพเราะในการจัดเรียงฉันทลักษณ์มากกว่าความถูกต้องทางภูมิศาสตร์

45 หัวเมืองเขมรที่ปรากฏในคำฉันท์สมโภชพระบรมมหาเศวตฉัตรฯ มีดังนี้

ปัดตะบอง (เมืองพระตะบอง), ระสือ (เมืองรึเซ็ย), พนมสก, ไผทสมัน, ไพรแวง, แลวก (ละแวก), สวายจิก, จงกัน, สุริน (สุรินทร์)

สังขะ, คุขัน, ศรีโสภณ, กะพงสวาย, อุดมมีชัย (น่าจะหมายถึงอุดงค์มีชัย), สมบุก, บาราย, บริบูรณ์, ขลุง

กรอง, บาที, สะโทง, กะพงโสม, เสียมราบ, โพธิสัตว์, สะทึงโฉลง, กะพงคะมุม (น่าจะหมายถึงเมืองตะโบงคมุม), สำโรงทอง

กะแจะ (น่าจะหมายถึงกระแจะ), เปี่ยมจอ, สวายทาบ (น่าจะหมายถึงสวายเตียบ), ไพรกะบาศ, อันลงราฐ, ตรัง (เตรียง), ตะครอ, บาพนม, มะโนไพร

ไพรกะฎี, พนมเพญ (กรุงพนมเปญ), รำดวล, กำภุช (น่าจะหมายถึงกำโปด), มงคลบุรี, เชีงไพร, ชีแครง, ศรีสุนทร และ มุขกำยาน

เมื่อเข้าสู่ความเป็นรัฐสมัยใหม่ มีการกำหนดเขตแดนประเทศ ไม่ได้ใช้ความเป็นประเทศราชกำหนดพื้นที่พรมแดน หัวเมืองเขมรบางเมืองจึงอยู่ในประเทศไทย

3 หัวเมืองเขมรในคำฉันท์สมโภชพระบรมมหาเศวตฉัตรฯ ที่อยู่ในดินแดนไทย ได้แก่ สุริน ปัจจุบันคือ จังหวัดสุรินทร์, สังขะ ปัจจุบันคือ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์, คุขัน ปัจจุบันคือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

ศานติ ภักดีคำ. มองเขมรแลสยาม. กรุงเทพฯ: มติชน, 2568.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 14 สิงหาคม 2568