สุเชาว์ ศิษย์คเณศ “นายเจ๊ก” ของ “ศิลป์ พีระศรี” กับเอกลักษณ์คางแหลม ตาเล็ก ในงานศิลปะ

ภาพชาวนา สุเชาว์ ศิษย์คเณศ นายเจ๊ก
ภาพ "ชาวนา" ผลงานของท่านอาจารย์สุเชาว์ ที่มีผู้ลอกเลียนแบบมากอีกภาพหนึ่ง

ท่านอาจารย์สุเชาว์ ศิษย์คเณศ “นายเจ๊ก” ของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่ใส่อัตลักษณ์ความเป็นตัวเองและพลังแห่งห้วงอารมณ์และจิตใจเข้าไปในงานศิลปะ โดดเด่นเสียจนงานของท่านมีผู้ลอกเลียนมากที่สุดคนหนึ่งในบรรดาศิลปินชั้นยอด

อาจารย์สุเชาว์ เดิมนามสกุล “ยิ้มตระกูล” เห็นได้จากเมื่อครั้งชนะรางวัลเกียรตินิยมอันดับ 2 เหรียญเงิน ประเภทจิตรกรรม จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 4 พ.ศ. 2496 ที่ยังใช้นามสกุลนี้อยู่ ท่านเป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ศิลป์ ซึ่งสมัยเป็นนักศึกษาศิลปากร อาจารย์ศิลป์มักเรียกอาจารย์สุเชาว์ว่า “นายเจ๊ก”

นายเจ๊ก สุเชาว์ ศิษย์คเณศ
ภาพที่ 1

ท่านอาจารย์อวบ สาณะเสน เพื่อนสนิทของอาจารย์สุเชาว์ ที่ไปสมัครเข้าโรงเรียนศิลปศึกษา (รุ่นที่ 2) พร้อมกัน เคยเล่าว่า ยามอารมณ์ดี อาจารย์ศิลป์จะเรียกหาลูกศิษย์อย่างเต็มยศว่า “นายเจ๊ก คางแหลม ตาเล็ก” พร้อมคำพูดตามต่อที่ติดปากท่านเสมอว่า “เดี๋ยวนายเจ๊กทำเสียนะนาย” และยังบอกด้วยว่า นายเจ๊กทำศิลปะได้ แต่นายเจ๊กเป็นคนหยาบ

อาจารย์สุเชาว์ฐานะยากไร้ จึงเรียนจบแค่อนุปริญญา ท่านเคยเล่าถึงชีวิตตนเองไว้ว่า

“ผมเป็นคนไม่มีครอบครัว เคยเปลี่ยนงานมาแล้วเกือบ 20 ครั้ง เปลี่ยนจนไม่มีใครจะมาเปลี่ยนได้อย่างผม ที่ผมเปลี่ยนเพราะผมเป็นคนเบื่อง่าย จำได้ว่าอายุการทำงานที่สั้นที่สุดของผมคือ 1 วัน คือตอนที่ผมเป็นครูสอนศิลปะที่โรงเรียนศิริธนศึกษา”

พลังในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะของท่านโชติช่วงล้นเหลือ โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ อาทิ แมว รวมถึงการหยอกล้อความเป็นตัวเอง นั่นคือ ความเป็น “นายเจ๊ก”

นายเจ๊ก สุเชาว์ ศิษย์คเณศ ภาพกระซิบรัก
ภาพกลุ่มที่ 2 “กระซิบรัก”

สุเชาว์ ศิษย์คเณศ “นายเจ๊ก” ในงานศิลปะ

อาจารย์สุเชาว์เขียนรูป self-portrait หยอกล้อตัวเอง โดยใส่อัตลักษณ์ “คางแหลม ตาเล็ก” เข้าไปในภาพทุกภาพ

กลุ่มภาพที่แสดงรูปร่างหน้าตาชัดเจนจะเป็นงานแนวศิลปะไทย ที่อาจารย์เขียนขายฝรั่งในยุคแรก เป็นงานบนกระดาษที่แสดงลักษณะชัดเจนว่า คางแหลม ตาเล็ก โดยไม่มีข้อยกเว้น

เช่น ภาพที่ 1 นายเจ๊กยากไร้ ไม่มีบ้านอยู่จนสิ้นชีวิต เป็นภาพในชุดที่เลียนแบบงานจิตรกรรมของภาคเหนือ จึงใช้กล้องไม้ไผ่สูบยา ที่ชาวเหนือยุคก่อนเรียกว่า “ปูลีปากปลิ๋ง” (บุหรี่ปากปลิง) ตามลักษณะของกล้องที่มีรูใส่ยาเส้นเหมือนปากของปลิง

ผลงานชุดนี้ไม่พ้นการถูกเลียนแบบ แต่ผู้เลียนแบบผลงานไม่เข้าใจในสัญลักษณ์ จึงลอกเลียนแบบวาดภาพชายหน้าอวบอูมเป็นคางทูม มีหลายภาพถือสิ่งหรูหราเกินกว่าฐานะยากแค้นของนายเจ๊ก

นายเจ๊กที่ยังกางมุ้งนอนกับพื้น ในห้องเช่าขนาด 3×3 เมตร จนถึงวันที่เพื่อนฝูงไปช่วยกันหามส่งโรงพยาบาล แล้วไม่ได้กลับออกมาอีก นายเจ๊กคงไม่มีความฝัน หรือมีความสามารถจะใช้สิ่งของเหล่านั้น

นายเจ๊ก สุเชาว์ ศิษย์คเณศ
ภาพกลุ่มที่ 3 “ตีไก่”

ผลงานของอาจารย์สุเชาว์ยุคแรก ตั้งแต่ พ.ศ. 2512 มีลูกค้าหลักเป็นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะทหารอเมริกัน ที่ประจำอยู่ในประเทศไทย ซึ่งเมื่อมีเวลาพักผ่อน ส่วนมากก็จะมาพักตามโรงแรมแถวต้นถนนสุขุมวิท “บางกะปิแกลเลอรี่” จึงเป็นแหล่งชุมนุมของลูกค้าเหล่านั้น

อาจารย์สุเชาว์วาดภาพไปฝากขายไว้ที่นั่น ผลงานส่วนมากจะวาดบนกระดาษ หรือบนบอร์ดไม้ขนาดเล็ก ที่ชาวต่างชาติสามารถนำกลับไปบ้านเมืองของตนเองได้สะดวก

เพื่อดึงดูดความสนใจ ท่านได้ใช้เทคนิคของภาพถ่ายมาเป็นจุดขาย โดยท่านจะวาดภาพสีและทำเป็นเนกาทีฟล้อกันไป เช่น ภาพที่ 2 กระซิบรัก พ.ศ. 2516 หรือ ภาพที่ 3 ตีไก่ พ.ศ. 2516 ซึ่งผลงานภาพครบคู่แบบสีและเนกาทีฟเหล่านี้ หาได้ยากเย็นยิ่งกว่าผลงานบนผ้าใบมากมายหลายเท่านัก

นายเจ๊ก สุเชาว์ ศิษย์คเณศ
ภาพกลุ่มที่ 4

แม้เมื่อนายเจ๊กออกบวชเป็นฤาษี ก็ยังไม่ทิ้ง คางแหลม ตาเล็ก เช่น ภาพที่ 4 หรือ ภาพฤดูกาล พ.ศ. 2518 ส่วน ภาพที่ 5 ชาวนา ซึ่งเป็น “ต้นแบบยอดฮิต” ของนักเลียนแบบ ในชุดงานฤดูกาลทั้ง 3 ชิ้นของธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ยังเป็นภาพของนายเจ๊ก คางแหลม ตาเล็ก คนเดิม

ไม่ใช่ชาวนาใบหน้าอ้วนฉุบวมเหล้า ที่ภาพตกค้างขายไม่ได้ในท้องตลาดมานานกว่า 20 ปี

ผลงานยุคหลัง

ผลงานในยุคหลังของอาจารย์สุเชาว์ที่เขียนบนผ้าใบ ผมไม่เคยเห็นภาพ self-portrait ของท่านเลย ผลงานของท่านคลี่คลายมาเป็นงานดีไซน์ที่ยังคงอัตลักษณ์ คางแหลม ตาเล็ก เอาไว้

นายเจ๊ก สุเชาว์ ศิษย์คเณศ

อาทิ ภาพที่ 6 เริงเมรัย พ.ศ. 2528 ของมูลนิธิสุเชาว์ ศิษย์คเณศ ที่เป็นภาพหน้าปกหนังสือ “สุเชาว์ ศิษย์คเณศ-ชีวิตและงาน” หรือ ภาพที่ 7 รอคอย พ.ศ. 2527 ที่พี่น้องยืนว้าเหว่อยู่สองคน และ ภาพที่ 8 ชามเปล่า พ.ศ. 2527

ภาพชามเปล่านี้ อาจารย์สุเชาว์ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ก็ชีวิตผมไง เหมือนกัน ชีวิตผมเผชิญมาอย่างนั้น ความหิวโหยผมผ่านชีวิตมาอย่างนั้น มันสั่งสมอยู่ผมก็ระบายมันออกมา”

นายเจ๊ก สุเชาว์ ศิษย์คเณศ
ภาพกลุ่มที่ 9

นอกจากนี้ ท่านยังได้วาดภาพ self-portrait คางแหลม ตาเล็ก ไว้ด้วยปากกาหลายภาพ เช่น ภาพที่ 9

ภาพผลงานที่เขียนบนบอร์ดไม้ เป็นผลงานอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกลอกเลียนแบบมากที่สุด เป็นผลงานกลุ่มปราบเซียน ที่มีตั้งแต่ภาพแบบ “เก๊ตาเปล่า” ไปจนถึง “เหมือนเหลือเกิน” ซึ่งงานบนบอร์ดไม้กลุ่มนี้เป็นที่ถกเถียงกันมายาวนานว่า ชิ้นไหนคือผลงานของอาจารย์สุเชาว์

นายเจ๊ก สุเชาว์ ศิษย์คเณศ

กลุ่มงานชุดพี่น้องบนบอร์ดไม้ เขียนตั้งแต่ พ.ศ. 2514 จนถึงประมาณ พ.ศ. 2518 ซึ่งเป็นปีที่สงครามเวียดนามยุติลง น้องชายในภาพก็ยังคง คางแหลม ตาเล็ก เช่นเคย ดัง ภาพที่ 10 และ ภาพที่ 11

ทั้งสองภาพพี่น้องนี้ เป็นงานสะสมผลงานของท่านอาจารย์สุเชาว์สองภาพแรกในชีวิตของผม ภาพคู่นี้ผมได้มาจากบางกะปิแกลเลอรี ในราคาคู่ละ 600 บาท เมื่อ พ.ศ. 2515 จึงขอยืนยันว่า จะเกิดใหม่อีกกี่ชาติภพ ภาพของนายเจ๊กจะต้อง คางแหลม ตาเล็ก เสมอไป

สัญลักษณ์ คางแหลม ตาเล็ก จึงเป็น grammar ที่แยกผลงานของท่านอาจารย์สุเชาว์ ศิษย์คเณศ “นายเจ๊ก” ออกจากผลงานลอกเลียนแบบที่ “ตาโต คางบวม” อย่างชัดเจนที่สุด

เรื่อง : Khunchild

ภาพ : ภาพวาดทั้งหมดในคอลเลกชันของ Suchet Suwanmongkol

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 22 สิงหาคม 2567