ทำไมพระอภัยมณีเป่าปี่ ?

รูปหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาส ชุด พระอภัยมณี ของสุนทรภู่ ที่พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย (ภาพจากหนังสือ พระอภัยมณี ของ สุนทรภู่)

วันที่ 26 มิถุนายนเป็นวันเกิดของ สุนทรภู่ อาลักษณ์ที่มีความสามารถเชิงกวี สุนทรภู่มีผลงานแพร่หลายและเป็นที่ยอมรับมากมาย เมื่อปี พ.. 2529 ในโอกาสครบรอบ 200 ปีชาตกาล สุนทรภู่ได้รับยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านงานวรรณกรรม จึงถือเอาวันที่ 26 มิถุนายนของทุกปีเป็น วันสุนทรภู่ เป็นวันสำคัญด้านวรรณกรรมของไทย

รูปหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาส สุนทรภู่ ที่พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย (ภาพจากหนังสือ พระอภัยมณี ของ สุนทรภู่)

ผลงานเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งของสุนทรภู่คือ พระอภัยมณี ซึ่งมีเค้าโครงเรื่องสนุก จินตนาการล้ำยุค ตัวละครจากหลากหลายชนชาติ ฯลฯ ตัวเอกของเรื่องคือพระอภัยมณีมีความสามารถในวิชาปี่ พระอภัยเป่าปี่หลายต่อหลายครั้งเพื่อการศึก, เกี้ยวสาว ฯลฯ ซึ่งเป็นประเด็นหนึ่งที่มีการกล่าวถึวกันมากมาย

สมชาย พุ่มสอาด ค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวจำนวนครั้งที่พระอภัยเป่าปี่และอธิบายเหตุที่เป่า เขียนไว้ใน บทความชื่อปี่พระอภัย โดย ตีพิมพ์ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนมิถุนายน 2527 ที่หลายท่านว่าพระอภัยเป่าปี่ 10 ครั้ง แต่สมชาย พุ่มสอาด ค้นคว้าและสรุปว่าพระอภัยเป่าปี่ 13 ครั้ง

ซึ่งขอคัดย่อและเรียบเรียงมานำเสนออีกครั้งเพื่อระลึกถึงสุนทรภู่เนื่องในสุนทรภู่

เป่าปี่ครั้งที่ 1

พระอภัยเป่าปี่ครั้งแรกตอนเรียนวิชากับท่านศาสตราจารย์ดร.ทิศาปาโมกข์อธิการบดีแห่งจันตคาม University หลังจากที่ฟัง Lecture ภาคทฤษฎีแล้วอาจารย์ก็พาไปเรียนภาคปฏิบัติ

       แล้วพาไปยอดเขาให้เป่าปี่    ที่อย่างดีสิ่งใดก็ได้สิ้น

แต่เสือช้างกลางไพรถ้าได้ยิน          ก็ลืมกินน้ำหญ้าเข้ามาฟัง

เป่าปี่ครั้งที่ 2

เมื่อพระอภัยมณีและศรีสุวรรณถูกขับไล่ออกจากเมืองมาพบกับ 3 พราหมณ์ซึ่งสงสัยว่าไปเรียนทำไม่วิชาปี่ พระอภัยจึงอธิบายให้ฟังว่า

     ถึงมนุษย์ครุฑาเทวราช        จตุบาทกลางป่าพนาสิน

แม้ปี่เล่าเป่าไปให้ได้ยิน              ก็จุดสิ้นโทโสที่โกรธา

ให้ใจอ่อนนอนหลับลืมสติ           อันลัทธิดนตรีดีหนักหนา

ซึ่งสงสัยไม่สิ้นในวิญญาณ์           จงนิทราเถิดจะเป่าให้เจ้าฟัง

ส่วนเพลงปี่ที่ใช้ก็กล่าวว่า

      ในเพลงปี่ว่าสามพี่พราหมณ์เอ๋ย     ยังไม่เคยได้ชิดพิสมัย

ถึงร้อยรสบุปผาสุมาลัย                      จะชื่นใจเหมือนสตรีไม่มีเลย

ผลก็คือทั้งคณะหลับกันหมดส่วนนางผีเสื้อสมุทรที่ได้ยินแล้วไม่หลับเพราะไม่ใช่มนุษย์ครุฑเทวดาและสัตว์ 4 เท้า แต่เป็นอมนุษย์ จึงไม่เข้าข่าย

เป่าปี่ครั้งที่ 3

ตอนที่ 14 เมื่อนางผีเสื้อสมุทรตามอาละวาดด้วยความแค้นที่พระอภัยหนีมาจึงเที่ยวทำร้ายผู้คน พระอภัยต้องเป่าปี่ให้นางขาดใจตาย  ก่อนที่จะเป่าปี่พระอภัยบอกให้พรรคพวกของตนเอาน้ำลายมาอุดหู ตัวเองก็ลาเพศฤษี เพื่อจะได้ไม่ทุศีล แล้วเริ่มภาวนาคาถาอาคมตามตำรับไสยเวทก่อนจะลงมือเป่าปี่

      “แล้วทรงเป่าปี่แก้วให้แจ้วจับใจ       สอดสำเนียงนิ้วเอก วิเวกหวาน

พวกโยคีผีสางทั้งนางมาร                    ให้เสียวซ่านวาบวับจับหัวใจ

ฝ่ายนางผีเสื้อสมุทรเมื่อได้ยินเพลงปี่

       “แต่เพลินฟังนั่งโยกจนโหงกหงุบ     ลงหมอบซุบซวนซบสลบไสล

พอเสียงปี่ที่แหบหายลงไป                   ก็ขาดใจยักษ์ร้ายวายชีวา

อนุสาวรีย์สุนทรภู่ และพระอภัยมณี ที่จังหวัดระยอง

เป่าปี่ครั้งที่ 4

ตอนที่ 18 พระอภัยมณีโดยสารเรืออุศเรนเป่าปี่เรียกสินสมุทร

      พระเป่าปี่เปิดเสียงสำเนียงเอก      เสนาะดังฟังวิเวกกังวานหวาน

ละห้อยหวนครวญเพลงบรรเลงลาน       โอ้สงสารสุริย์ฉายจะบ่ายคล้อย

ที่คลาดแคล้วแก้วตามาว้าเหว่              ท้องทะเลแลเปล่าให้เศร้าสร้อย

ป่านนี้น้องสองคนกับลูกน้อย              จะล่องลอยไปอยู่หนตำบลใด

สินสมุทรไม่มาหาบิดาเลย                  พ่อจะเชยใครเล่าเจ้าพ่ออา

สินสมุทรได้ยินเสียงปี่ก็รู้ทันทีว่าพ่อเรียกหา ก็รีบเดินทางมาทันที

เป่าปี่ครั้งที่ 5

ตอนที่ 27 เป็นการเป่าปี่เพื่อจับเจ้าละมานที่อาสามาตีเมืองเพราะหวังในตัวนางละเวงพระอภัยทราบข่าวก็สั่งให้ตีกรงเหล็กรอไว้ขังเจ้าละมานเมื่อยกทัพมาถึงว่าแล้วพระอภัยก็เป่าปี่

หยิบปี่แก้วแล้วชูขึ้นบูชา                พอลมมาเพลาเพลาทรงเป่าพลัน
เปิดสำเนียงเสียงลิ่วถึงนิ้วเอก            หวานวิเวกวังเวงดังเพลงสวรรค์

ให้ชื่นเฉื่อยเจื่อยแจ้วถึงแก้วกรรณ      เหล่าพวกฟันเสี้ยมฟังสิ้นทั้งทัพ
ยืนไม่ตรงลงนั่งยิ่งวังเวก                 เอกเขนกนอนเคียงเรียงลำดับ
เจ้าละมานหวานทรวงง่วงระงับ        ล้มลงหลับลืมกายดังวายปราณ

เหตุการณ์ตอนนี้มีบางท่านว่าคล้ายประวัติศาสตร์สมัยรัชกาลที่ 3  ตอนจับตัวเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์มาขังไว้ที่สนามหลวงเนื่องจากคิดขบถ

เป่าปี่ครั้งที่ 6

ตอนที่  30  พระอภัยตีเมืองลังกา นางละเวงวางกลดักพระอภัย พระอภัยเสียทีแต่เมื่อตั้งสติได้ก็หยิบปี่ขึ้นมาเป่าแก้สถานการณ์

     “ตกพระทัยในอารมณ์ไม่สมประดี      จึงทรงปี่เป่าห้ามปรามณรงค์

วิเวกหวีดกรีดเสียงสำเนียงสนั่น             คนขยั้นยืนขึงตะลึงหลง

ให้หวิววาบซาบทรวงต่างง่วงงง             ลืมณรงค์รบสู้เงี่ยหูฟัง

พระโหยหวนครวญเพลงวังเวงจิต          ให้คนคิดถึงถิ่นถวิลหวัง

ว่าจากเรือนเหมือนนกมาจากรัง           อยู่ข้างหลังก็จะแลชะแงคอย

……………………………………………………………………………………
วิเวกแว่วแจ้วเสียงสำเนียงปี่              พวกโยธีทิ้งทวนชนวนเขนง

ลงนั่งโยกโงกหงับทับกันเอง              เสนาะเพลงเพลินหลับระงับไป

เป่าปี่ครั้งที่ 7-9 (เป่าปี่ 3 ครั้ง)

ตอนที่ 31 พระอภัยเป่าเรียกนางละเวง

      แล้วนึกได้วิชาพฤฒาเฒ่า       จะลองเป่าปี่ประโลมนางโฉมศรี

ให้งามสรรพกลับมาให้พาที           แล้วทรงปี่เป่าเกี้ยวประเดี๋ยวใจ

พอนางละเวงได้ฟังเพลงปี่ก็

      คิดกำหนัดอัดอั้นหวั่นวิญญาณ์       นั่งนึกน่าจะใคร่ปะพระอภัย

เธอพูดดีปี่ดังฟังเพราะ                        จะฉอเลาะลูบต้องทำนองไหน

แล้วนางละเวงก็มาหาพระอภัย พอนางละเวงมาถึงพระอภัยก็วางปี่เข้าคว้าไขว่ นางละเวงพอรู้สึกตัวก็ขับม้าหนีไป พระอภัยเป่าปี่อีก นางก็ไม่กลับมาเหนื่อยไปเอง

เป่าปี่ครั้งที่ 10

พระอภัยก็เป่าปี่ปลุกทัพถ้าไม่เป่าปี่มีหวังยุ่งชุลมุนกันตายเพราะคนทั้งสองทัพตกจำนวนแสนมาหลับกันหมดถ้าหากจะปล่อยให้ตื่นเองคนละทีสองทีก็อาจเหยียบกันตายไม่รู้ว่าชาวฝรั่งชาวไทยคนจะสับสนน่าดูจะบังคับบัญชากันไม่ติดนางละเวงจึงขอร้องให้พระอภัยปลุกทัพคือให้ตื่นก่อนกำหนดโดยการเป่าถอนอำนาจปี่

     ดำริพลางทางลงแล้วทรงปี่      เรียกโยธีไพร่นายทั้งซ้ายขวา

ให้วาบแว่วแก้วหูรู้วิญญาณ์            ต่างลืมตาตกใจทั้งไพร่นาย

เป่าปี่ครั้งที่ 11

ตอนที่ 35  นางยุพาผกาทำอุบายให้พระอภัยเป่าปี่ ตอนติดท้ายรถเข้าเมืองลังกา

     พระฟังคำรำลึกพอนึกได้     ดีพระทัยที่จะชมประสมสอง

หยิบขี้ผึ้งที่เธอทำขึ้นสำรอง        โยนให้ย่องตอดบ้างทั้งธิดา

อันปรอทหยอดหูสู้ไม่ได้           มันเหลวไหลเข้าในหนังในมังสา

แล้วแลดูสุริยนพอสนธยา          หยิบปี่มาเป่าเพลงวังเวงใจ

พอนางหลับหมดพระอภัยก็ปลอมตัววเป็นนางละเวงนั่งรถเข้าลังกาสบายไป

เป่าปี่ครั้งที่  12

ตอนที่  44 ชั้นลูกหลาน พระอภัย ศรีสุวรรณ เกิดรบทัพชุลมุนวุ่นวาย พระอภัยจึงเป่าเรียกนางละเวงและกองทัพทังหมด

    แล้วพระองค์ลงจากม้าที่นั่ง       ขึ้นหยุดยั้งอยู่บนเนินเชิงเทินผา

คิดรำพึงถึงลูกสาวเจ้าลังกา            หยิบปี่มาเป่าดังเป็นกังวาน

แต่ไม่ให้ไพร่พลผู้คนหลับ              ให้วาบวับแว่วเพลงวังเวงหวาน

วิเวกโหวยโหยไห้อาลัยลาน           โอ้ดึกป่านนี้แล้วแก้วกลอยใจ

เรื่องร้อนถึงพระฤษีเกาะแก้วพิสดารต้องมาเทศน์โปรดจนเกิดความสามัคคีกันแก่ทัพทั้ง 2 ว่า

      กูคนซื่อถือสัตย์จะตัดสิน       ให้หายสิ้นโมโหที่โทษา

ด้วยแรกเริ่มเดิมนั้นนางวัณฬา        จะลวงฆ่าพระอภัยเสียให้ตาย

ข้างโน้นมีปี่เป่าเป็นเจ้าเล่ห์            ฝ่ายข้างนี้มีเสน่ห์เหมือนนึกหมาย

แต่สตรีดีกว่าจึงพาชาย                 ให้หลงตายติดขังอยู่วังใน

เป่าปี่ครั้งที่ 13

ตอนที่ 61  พระอภัยเป่าปี่ครั้งสุดท้ายเนื่องจากลูกหลานเกิดรบกันอีก ร้อนถึงพระอภัยต้องเป่าปี่จับ

วลายุกาวายุพัฒน์หัสกัน

     ฝ่ายองค์พระอภัยเห็นใกล้คํ่า      จึงวักน้ำลูบปี่อธิษฐาน

เป่าเสียงสูงฝูงคนเหลือทนทาน         ก้องกังวานวาบวับเสียวจับใจ

แน่นอนการเป่าปี่แต่ละครั้งแสดงถึงความรู้ความสามารถของพระอภัยซึ่งสมชายพุ่มสอาดอธิบายไว้ว่า

อาจแบ่งออกได้เป็น 2 ระดับ คือ ในระดับแรกเป็นความรู้ในทางปฏิบัติจริงๆ นั่นก็คือ ความชำนาญในการเป่าปี่หรือดีดพิณ ซึ่งมีลักษณะเดียวกับการรบพุ่งและการนี้ก็จำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ดี คือ ปี่ที่เป่า เพราะเสนาะเสียง ยินสำเนียงถึงไหนก็ใหลหลง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความสำเร็จอันแรกนี้ย่อมขึ้นกับความรู้ในระดับที่สอง นั่นก็คือ ความรู้ในเล่ห์กลโลกาห้าประการ คือ รูป รส กลิ่น เสียง เคียงสัมผัส เพื่อว่าจะได้ เอาปี่เป่าเล้าโลมน้ำใจคนได้…”

พิเศษ ลด 40%! สมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ลดราคาพิเศษ 40% เฉพาะสมัครวันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2563 เท่านั้น คลิกดูรายละเอียดที่นี่


เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์ เมื่อ 26 มิถุนายน พ.ศ.2560

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป