“สยาม” ถูกใช้เรียกชื่อประเทศเป็นทางการสมัยรัชกาลที่ 4

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

“…พิจารณาไปในเรื่องเมืองพม่าที่กล่าวในหนังสือต่างๆ ได้ความรู้ใหม่อีกอย่างหนึ่งว่า พม่าไม่ได้เรียกประเทศของตนว่า ‘พม่า’ เรียกว่า ‘กรุงอังวะ’ พระเจ้าแผ่นดินถึงเมื่อตั้งราชธานีอยู่ที่อื่น ที่สุดจนถึงพระเจ้าสีป่อก็เรียกว่า ‘พระเจ้าอังวะ’ น่าพิศวงว่าเหตุใดจึงมาเหมือนกันกับไทยที่เรียกประเทศสยามว่า ‘กรุงศรีอยุธยา’ และเรียกพระเจ้าแผ่นดินว่า ‘พระเจ้ากรุงศรีอยุธยา’ มาจนตลอดรัชกาลที่ ๓ เพิ่งมาเรียกชื่อ ‘สยาม’ ในทางราชการตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ เป็นต้นมา” (กรมพระยาดำรงฯ, เล่ม ๘, น. ๑๙๐-๑๙๑.)

“…ข้อที่ทรงทราบมาใหม่ ว่าพม่าเรียกประเทศของตนว่า ‘กรุงอังวะ’ เหมือนกับไทยเรียกประเทศของตนว่า ‘กรุงศรีอยุธยา’ นั้น ดีนัก พม่ากับไทยเห็นจะเดินทางไปอย่างเดียวกันแต่ไม่เรียกชื่อประเทศ…” (กรมพระยานริศฯ, เล่ม ๘, น. ๒๔๔.)

“ข้อที่ทรงทราบมาใหม่” นี้น่าสนใจยิ่ง เมื่ออยู่ในยุคสมัยที่ความคิดเกี่ยวกับความเป็น “ชาติ” ได้ก่อรูป ลงหลักปักฐาน และครอบงำมุมมองต่ออดีตแล้ว การเผชิญกับมโนทัศน์ทางการเมืองโบราณของภูมิภาคนี้จึงเป็นเรื่องชวนพิศวง แม้จะสังเกตเห็นการพลิกผัน แต่เพดานความคิดและความรู้ในยุคหนึ่งๆ ทำให้ปราชญ์ในเวลานั้นมิอาจฉุกคิดได้ว่า ความคิด “สมัยใหม่” ในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ เปลี่ยนไปจากสมัยก่อนหน้านั้นอย่างลึกซึ้ง เช่นเดียวกับที่เราในสมัยปัจจุบันก็มีกรงทางความคิดที่เรายังมองไม่เห็น คนสมัยใหม่ไม่ได้ฉลาดหลักแหลมกว่าคนสมัยโบราณ เป็นแต่เพียงว่าทุกยุคสมัยมีกรอบโครงและเงื่อนไขแห่งความรู้กำกับ คนในสมัยที่เชื่อว่าโลกแบนอาจ “ฉลาด” กว่าคนในสมัยนี้ที่ “รู้แล้ว” ว่าโลกกลม


ที่มา: คัดจากตอนหนึ่งของบทความ “ยังคงอ่าน สาส์นสมเด็จ” โดย มุกหอม วงษ์เทศ ใน ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 27 ฉบับที่ 9 (กรกฎาคม 2549) เป็นเนื้อหาว่าด้วยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป