“Wonder Woman 1854” จะเป็นอย่างไร เมื่อไดอาน่าอยู่ในโลกคู่ขนาน ในสงครามไครเมีย

Zack Snyder ผู้กำกับภาพยนตร์ได้ปล่อยภาพ “Wonder Woman 1854” ผ่านช่องทางทวิตเตอร์ (@ZackSnyder) เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 (ตามเวลาประเทศไทย) ซึ่งเป็นภาพของตัวละคร “ไดอาน่า” หรือที่รู้จักกันดีคือ Wonder Woman ซุปเปอร์ฮีโร่หญิงของ DC ที่ถ่ายภาพคู่กับเพื่อนทหาร? ในสมรภูมิแห่งหนึ่ง? โดยเขาอธิบายว่า

“Wonder Woman 1854 – รูปที่น่ามหัศจรรย์นี้ถ่ายโดย Stephen Berkman จากอีกโลกหนึ่ง ไดอาน่าผู้เบื่อหน่ายสงคราม ซึ่งเธอได้ออกล่าเทพเจ้าเอรีสไปทุกสมรภูมิรบทั่วโลก และเธอยังไม่ได้เจอกับสตีฟ ผู้ที่จะช่วยให้เธอฟื้นความศรัทธาต่อมนุษย์และรักตัวเอง”

ในโลกคู่ขนานนี้ ไดอาน่าเข้าร่วมสงครามอะไรในปี 1854 ?

สงครามในช่วงเวลานั้นมีเพียงสงครามเดียวที่เป็นสงครามใหญ่ระดับนานาชาติ นั่นคือ สงครามไครเมีย (Crimean War, ค.ศ. 1853-1856) สงครามความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับออตโตมันและชาติพันธมิตร ที่มีอังกฤษและฝรั่งเศสซึ่งเป็นสองชาติมหาอำนาจยุโรปเข้าร่วมรบด้วย

สงครามไครเมียคืออะไร? เกิดขึ้นได้อย่างไร?

โดยสรุปแล้วสงครามไครเมียเป็นผลสืบเนื่องมาจากความอ่อนแอของจักรวรรดิออตโตมัน หรือตุรกี ชาติมหาอำนาจยุโรปจึงพยายามแสวงหาผลประโยชน์จากความอ่อนแอนี้ โดยต้นเหตุของสงครามมาจากความขัดแย้งระหว่างฝรั่งเศสกับรัสเซีย ในเรื่องการดูแลคริสต์ศาสนานิกชนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นดินแดนที่อยู่ภายใต้การปกครองของออตโตมัน

สมรภูมิส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณรอบทะเลดำ โดยเฉพาะที่คาบสมุทรไครเมียในดินแดนรัสเซีย การสู้รบเป็นไปอย่างดุเดือดจนทำให้ทหารเสียชีวิตนับแสนคน โดยจำนวนทหาร 1 ใน 5 เสียชีวิตจากการต่อสู้ในสนามรบ ที่เหลือเสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บ ความเหน็บหนาว และโรคระบาด

(อ่านเพิ่มเติม : “สงครามไครเมีย” สมรภูมิยุคใหม่ที่พลิกโฉมประวัติศาสตร์การสงคราม)

ทหารอังกฤษปะทะทหารรัสเซียในสงครามไครเมีย

แล้วไดอาน่าเข้าร่วมกับฝ่ายไหน?

หากสังเกตจากภาพถ่าย ชายสองคนที่ยืนประกบไดอาน่า ชายคนด้านซ้ายของเธอเป็นชาวสก็อต สังเกตได้จาก “คิลต์” (Kilt) หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่ากระโปรงลายสก็อต และชายคนด้านขวาของเธอเป็นชาวซิกข์ สังเกตได้จากผ้าพันศีรษะ (ซึ่งเป็นไปได้ว่าไดอาน่าร่วมมือกับทหารกลุ่มนี้ฝ่าฟันผจญภัยไปทำภารกิจเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ Wonder Woman ภาคแรก)

เป็นที่แน่ชัดว่า ไดอาน่าร่วมรบกับฝ่ายอังกฤษ เพราะดินแดนของชาวสก็อตและชาวซิกข์อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ หรืออาจจะสังเกตได้จากศีรษะทหารที่ไดอาน่าถืออยู่ โดยศีรษะกลางสวมหมวกซึ่งเป็นเครื่องแบบทหารรัสเซีย

เรื่องราวใน “WW1854” จะเป็นอย่างไร?

(Spoiler Alert) หากเรายึดแก่นเรื่องจาก Wonder Woman ภาคแรก นำมาใส่ใน “Wonder Woman 1854” เรื่องราวในภาพยนตร์ก็จะดำเนินไปคล้ายกัน เพียงแค่ต่างกันในส่วนของรายละเอียด โดยในภาพยนตร์ Wonder Woman ภาคแรก ได้เล่าเรื่องราวของเทพเจ้าเอรีสที่พยายามก่อสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยการอยู่เบื้องหลังยุยงให้มนุษย์ทำสงครามห้ำหั่นกันเอง เขาแฝงตัวเป็นนักการเมืองอังกฤษ คอยชักจูงการเมืองอังกฤษอย่างไม่ต้องสงสัย รวมทั้งการไป “กระซิบ” นักวิทยาศาสตร์และนายทหารเยอรมนี เพื่อให้พัฒนาอาวุธสงครามที่ร้ายแรง

หากในโลกคู่ขนานนี้ เทพเจ้าเอรีสก็คงสวมบทบาทคล้ายเดิม เขาคงแฝงตัวเป็นนักการเมืองเพื่อชักนำแต่ละประเทศทำสงคราม และคงคอย “กระซิบ” นักวิทยาศาสตร์และนายทหาร ไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็ตาม ให้พัฒนาอาวุธสมัยใหม่

โดยหากมองในมุมของประวัติศาสตร์แล้ว สงครามไครเมียถือได้ว่าเป็นสงครามรูปแบบใหม่ที่พลิกโฉมประวัติศาสตร์การสงคราม เพราะมีการใช้ยุทโธปกรณ์ใหม่ ๆ เช่น เรือกลไฟ, ปืนไรเฟิล, กระสุนชนิดใหม่ที่มีระยะสังหาร 500 หลา (457.2 เมตร) ฯลฯ ซึ่งในช่วงสงคราม อังกฤษและฝรั่งเศสใช้กระสุนปืนใหญ่กว่า 2,300,000 นัด จากปืนใหญ่ 2,500 กระบอก

ฉากแห่งความกล้าหาญ

ฉากที่ตราตรึงของภาพยนตร์ Wonder Woman ภาคแรก คงหนีไม่พ้นฉากที่ไดอาน่ามุ่งมั่นบุกเข้าไปยังเขตแดนของเยอรมนี ซึ่งต้องเดินผ่านเขตสนามเพลาะ ในโลกคู่ขนานก็คงมีฉากนี้เช่นกัน เพราะในสมรภูมิสำคัญสมรภูมิหนึ่งที่เมืองเซวัสโตปอล อันเป็นที่ตั้งฐานทัพเรือของรัสเซีย ซึ่งกองทัพพันธมิตรปิดล้อมมานานกว่า 11 เดือน ที่นี่ก็มีสนามเพลาะเช่นกัน และเป็นเขตที่ยิ่งถล่มด้วยปืนใหญ่อย่างหนักหน่วง อาจเป็นฉากใน “Wonder Woman 1854” ที่แสดงความกล้าหาญของไดอาน่าได้

แล้วใครจะเป็น “ผู้ที่จะช่วยให้เธอฟื้นความศรัทธาต่อมนุษย์” หากไม่ใช่ “สตีฟ” ?

สงครามไครเมียเป็นสงครามที่เปิดพื้นที่ให้ “สตรี” เข้าไปมีบทบาทในพื้นที่ของ “บุรุษ” มากขึ้น เช่นเดียวกันกับตัวไดอาน่าและภาพยนตร์ที่ชูประเด็น “สตรีนิยม” หาก “Wonder Woman 1854” ต้องการชูประเด็นในเรื่องนี้ ดังนั้น “ผู้ที่จะช่วยให้เธอฟื้นความศรัทธาต่อมนุษย์” คงหนีไม่พ้นผู้หญิง

โดยผู้หญิงสองคนที่เป็นที่รู้จักจากสงครามครั้งนี้คือ ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล และแมรี่ ซีโคล ซึ่งทั้งสองอาสาเข้าไปช่วยดูแลทหารที่ป่วยหรือได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ การอุทิศตนนี้ย่อมแสดงให้เห็นถึงจิตใจที่มนุษย์มีต่อกันเองในช่วงเวลาแห่งความโหดร้ายและทุกข์ยาก อาจเป็นสิ่งที่ช่วยให้ไดอาน่าฟื้นความศรัทธาต่อมนุษย์ก็เป็นได้

ในโลกคู่ขนานของ “Wonder Woman 1854” ก็คงมีสภาพเฉกเช่นเดียวกับภาพยนตร์ Wonder Woman ภาคแรก อาจมีรายละเอียดแตกต่างกันไปบ้าง แต่ประเด็นสำคัญ ๆ นั้นอาจแทบไม่มีความแตกต่างกันเลย

ภาพ “Wonder Woman 1854” (จากทวิตเตอร์
@ZackSnyder)

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 6 มกราคม 2564

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป