| ผู้เขียน | ฑิตยาพร จินตวร |
|---|---|
| เผยแพร่ |
หากกล่าวถึงแหล่งชุมชนเก่าแก่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของจังหวัดสมุทรปราการ หลายคนคงนึกถึงชุมชนบ้านสาขลา ตำบลนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ เป็นหนึ่งในชื่อที่ชาวปากน้ำรู้จักกันดี ชุมชนแห่งนี้มีทั้งบรรยากาศริมน้ำที่สวยงาม และซ่อนเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ผูกพันกับสายน้ำ ผืนป่า และวีรกรรมความกล้าหาญที่กลายมาเป็นชื่อหมู่บ้านในปัจจุบัน
ตำนานชุมชนบ้านสาขลา
ตำนานที่คนในชุมชนบ้านสาขลาเล่าขานต่อ ๆ กันมานั้น ย้อนกลับไปในช่วงสงครามเก้าทัพ พ.ศ. 2328 ศึกครั้งใหญ่ระหว่างสยามและพม่าช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์
“พระเจ้าปดุง” กษัตริย์แห่งกรุงอังวะ มีรับสั่งให้กองทัพพม่าโจมตีสยามจากหลายทิศทางพร้อมกัน ในขณะนั้นเอง กรมพระราชวังบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท เสด็จนำทัพออกไปสกัดกองทัพของพม่าที่สมรภูมิทุ่งลาดหญ้าเมืองกาญจบุรี ทำให้ราชสำนักต้องเกณฑ์ชายฉกรรจ์จากทั่วทุกหัวเมืองรอบปริมณฑลไปร่วมทำศึกสงคราม ซึ่งรวมถึงคนในชุมชนริมฝั่งทะเลด้วย เหลือก็เพียงแต่ผู้หญิง เด็ก และคนชราเท่านั้น
ปรากฏข้อมูลว่า ทหารกองทัพพม่าที่เข้ามากวาดต้อนผู้คน ทรัพย์สิน และข้าวปลาอาหารได้มาปะทะกับชาวบ้านสาขลา แต่ผู้หญิงและคนชราที่เหลืออยู่ต่างยืนหยัดว่าจะมิยอมให้ศัตรูเข้ามาเหยียบย่ำแผ่นดินเป็นอันขาด จึงหยิบอาวุธลุกขึ้นสู้อย่างกล้าหาญ วางกลยุทธ์และต่อต้านกองทัพพม่าจนสามารถคว้าชัยชนะมาได้สำเร็จ
วีรกรรมอันเด็ดเดี่ยวของพวกเธอในครั้งนั้น ทำให้หมู่บ้านนี้ได้รับการขนานนามว่า “บ้านสาวกล้า” แต่ภายหลังสำเนียงเรียกเพี้ยนเสียงกลายมาเป็น “บ้านสาขลา” อย่างในปัจจุบัน
ในทางภูมิศาสตร์ ชุมชนสาขลาเป็นพื้นที่สำคัญมากแห่งหนึ่ง ได้ขึ้นกับธนบุรี เพราะมีเส้นทางการคมนาคมทางน้ำอย่างคลองกระออมเชื่อมต่อไปยังธนบุรี และคลองโคกขามเชื่อมต่อไปยังสมุทรสาคร ทำให้ในอดีตมักใช้เป็นเส้นทางสัญจรของพวกกองทัพที่นำภัยอันตรายเข้ามาสู่หมู่บ้าน หรือเรียกว่า “ทางเสือผ่าน” ของกองทัพ
หลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญที่ยืนยันถึงความเก่าแก่ของชุมชนแห่งนี้ คือ “พระปรางค์เอน” แห่งวัดสาขลาในปัจจุบัน สันนิษฐานว่าองค์พระปรางค์เป็นสถาปัตยกรรมที่ชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันสร้างหลังจากสงครามจบลง

ซึ่งเป็นหลักฐานสะท้อนว่า พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ผู้คนตั้งรกรากถิ่นฐานและมีกำลังมากพอที่จะก่อสร้างศาสนสถานประจำท้องถิ่น โดยลักษณะการเอนเอียงของพระปรางค์นั้น เกิดจากการทรุดตัวของดินตามชายฝั่ง ทำให้เห็นว่าภูมิประเทศแต่เดิมเป็นป่าชายเลนและมีคูคลองอยู่โดยรอบ

สามน้ำ สามป่า สามนา สามหอย
แม้จะเป็นชุมชนเก่าแก่แห่งหนึ่งของสมุทรปราการ แต่สิ่งที่ทำให้บ้านสาขลาแตกต่างจากชุมชนอื่นอย่างเห็นได้ชัด จนได้รับงบประมาณสนับสนุนในการอนุรักษ์ไว้ คือความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติที่ชาวบ้านเรียกกันว่า สามน้ำ สามป่า สามนา และสามหอย

สามน้ำ คือในพื้นที่เดียวนี้มีครบทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม โดยฝั่งติดกับกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรีเป็นน้ำจืด ใช้ทำนาทำสวน, น้ำกร่อย จะอยู่บริเวณคลองปลากดลงไปจนเกือบถึงปากอ่าว และน้ำเค็ม เป็นฝั่งที่ติดกับชายทะเล
สามป่า เป็นความหลากหลายของป่าชายเลน ได้แก่ ป่าแสม ป่าจาก และป่าโกงกาง ซึ่งในอดีตเคยเป็นป่าดิบสมบูรณ์ที่มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ชุกชุม ไม่ว่าจะเป็น เก้ง สมัน เสือ และจระเข้น้ำจืด

สามนา สะท้อนให้เห็นภูมิปัญญาการทำมาหากินตามสภาพน้ำ อย่างพื้นที่บริเวณน้ำจืดจะทำนาข้าวและปลูกส้มเขียวหวาน เขตน้ำกร่อยทำนากุ้งและบ่อปลา ส่วนนาเกลือจะอยู่ติดชายฝั่งทะเลที่ได้ประโยชน์จากน้ำเค็ม ลม และแสงแดด ชาวบ้านจึงนิยมประกอบอาชีพทำนาเกลือกัน
วิถีชีวิตของชาวชุมชนบ้านสาขลาเริ่มเปลี่ยนแปลงในช่วง พ.ศ. 2482-2484 เมื่อมีการขุด “คลองสรรพสามิต” ขึ้น เพื่อเป็นเส้นทางคมนาคมค้าขายเชื่อมระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีน ซึ่งสามารถทะลุผ่านไปออกราชบุรีได้
การตัดคลองสายนี้ส่งผลให้สภาพพื้นที่ชุมชนเดิมของบ้านสาขลาถูกแบ่งแยกออกจากกันเป็น 4 หมู่บ้าน (ปัจจุบันคือ หมู่ที่ 3, 4, 5 และ 7 ของตำบลนาเกลือ) การคมนาคมที่สะดวกขึ้นทำให้วิถีชีวิตการพึ่งพาธรรมชาติแบบดั้งเดิม ต้องปรับตัวเข้าสู่ยุคของการค้าและการพัฒนาเทคโนโลยีท้องถิ่น
แม้ภาพจำของสภาพแวดล้อมและภูมิปัญญาดั้งเดิมจะค่อย ๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา แต่บ้านสาขลาในวันนี้ยังคงเปิดพื้นที่ต้อนรับให้ได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำ

หากใครมีโอกาสได้ไปเยือนเมืองปากน้ำ ต้องไม่พลาดที่จะแวะเวียนไปที่วัดสาขลาเพื่อกราบไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระปรางค์เอียง และเยี่ยมชมศาลาสาวกล้า สถานที่ที่รวบรวมรากเหง้าทางวัฒนธรรม เรื่องเล่าของบรรพบุรุษสาวกล้า และเอกลักษณ์ทางธรรมชาติ ที่ชาวบ้านสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
อ่านเพิ่มเติม :
- 4 สิ่งแรกมีในไทย ทำไมเกิดขึ้นที่ “ปากน้ำ” สมุทรปราการ?
- รัชกาลที่ 3 ทรงเชื่อคนจีนว่า หากรักษาปากน้ำได้ ประเทศก็จะปลอดภัย
- พระสมุทรเจดีย์ เมืองสมุทรปราการ สร้างสมัย ร. 2 แลนด์มาร์กสยามประเทศ
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
คณะกรรมการอํานวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. (2542). วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดสมุทรปราการ. กรุงเทพฯ : องค์การค้าคุรุสภา.
จังหวัดสมุทรปราการ. วัดสาขลา. (ออนไลน์)
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 3 กรกฎาคม 2569





