
| ผู้เขียน | ธนกฤต ก้องเวหา |
|---|---|
| เผยแพร่ |
สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ตกสระบัว ไร้ข้าราชบริพารช่วย ติดเรื่องกฎมณเฑียรบาล
อุปัทวเหตุ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ครั้งเสด็จฯ เยือนชวา เมื่อทรงพระดำเนินตกหล่มสระบัว แต่ไม่มีราชองครักษ์ หรือนางสนองพระโอษฐ์เข้าช่วย
พระยาประดิพัทธภูบาล (คอ ยู่เหล ณ ระนอง) คือผู้บันทึกเรื่องราวข้างต้น เนื่องจากท่านมีโอกาสเป็นผู้อำนวยการเสด็จฯ ครั้งรัชกาลที่ 7 และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี เสด็จพระราชดำเนินประพาสเกาะชวา บาหลี สิงคโปร์ และปีนัง ถือเป็นการเสด็จพระราชดำเนินนอกพระราชอาณาจักรครั้งแรกในรัชกาล และพระยาประดิพัทธฯ ก็ได้ตามเสด็จฯ อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา
ในครั้งนั้น รัชกาลที่ 7 ทรงสนพระราชหฤทัยวัฒนธรรมและวิถีชีวิตบนเกาะชวาและบาหลีมาก ทรงบันทึกเรื่องราวที่พบเห็นไว้ในพระราชหัตถเลขา และภาพยนตร์ที่ทรงถ่ายทำด้วยพระองค์เอง เพื่อเก็บเรื่องราวทางโบราณคดี วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของผู้คนที่หลากหลาย
เมื่อทรงมาถึงเกาะชวา ทางการเนเธอร์แลนด์ เจ้าอาณานิคมได้จัดการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ ทั้งสองพระองค์ก็ได้ทอดพระเนตรกิจการต่าง ๆ อย่างสนพระทัย ไม่ว่าจะเป็นกิจการวิทยุ กสิกรรม โรงงานน้ำตาล และโบราณสถานสำคัญอย่าง บรมพุทโธ (Borobudur) พุทธสถานอันยิ่งใหญ่แห่งชวา

แล้วระหว่างเสด็จฯ ทอดพระเนตรโบราณสถานในที่ราบสูงเดียง ก็เกิดเรื่องราวไม่คาดฝันขึ้น ดังที่พระยาประดิพัทธฯ เล่าว่า
“วันหนึ่งสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี (ในรัชกาลที่ ๗) ทรงพระดำเนินข้ามสระบัวที่ชวา เมืองเดียง (อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล ๖๐๐๐ ฟุต) โดยเข้าพระราชหฤทัยว่า ดินตรงนั้นแข็งแล้วไม่จำเป็นต้องอ้อมไป พอถึงกลางสระก็ทรงตกหล่มลงไป รับสั่งร้องให้ช่วย
ข้าพเจ้าสังเกตเห็นพวกองครักษ์และนางสนองพระโอษฐหนีหมด ข้าพเจ้าเห็นไม่มีใครช่วยจึงรีบลงไปช่วย ล้นเกล้าฯ ประทับยืนอยู่ไม่เห็นรับสั่งอะไร ข้าพเจ้าได้รูดเลนออกจากพระบาท ตอนนี้นางสนองพระโอษฐจึงเอาผ้าเช็ดหน้ามาส่งให้ข้าพเข้าเช็ดพระบาท สมเด็จฯ ทรงยิบผ้าเช็ดหน้าขว้างทิ้งเสีย”
พระยาประดิพัทธฯ มีความดีความชอบจากเหตุการณ์ครั้งนั้น โดยหลังจากนั้น 2 วัน ก็ได้รับพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ชั้น 3 เป็นรางวัลตอบแทนคุณงามความดี
แล้วทำไมบรรดาข้าราชบริพารที่เฝ้าติดตามจึงไม่เข้าช่วยเหลือพระองค์เลย ?
เรื่องนี้ พระยาประดิพัทธฯ บันทึกไว้เช่นกันว่า หลังจากวันนั้น ท่านได้ถามกลุ่มราชองครักษ์ (พระยาพหลพลพยุหเสนา ผู้นำคณะราษฎรในเวลาต่อมาก็เป็นหนึ่งในราชองครักษ์ชุดดังกล่าว) ว่าทำไมไม่เข้าไปช่วยสมเด็จพระราชินี พวกเขาตอบตอบว่า
“ก็ทำไมไม่แก้กฎมณเฑียรบาลเสียก่อน เพราะมีข้อห้ามไว้ไม่ให้ผู้ชายถูกต้องเจ้านายฝ่ายใน ยิ่งเป็นพระบรมราชินีใครจะไปกล้าจับต้องได้”

เป็นอันว่า เหตุที่ในทีแรกไม่มีผู้ใครเข้าช่วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีเลย แม้มีรับสั่งร้องให้ช่วยก็ตาม เพราะข้าราชบริพารพากันกลัวกฎมณเฑียรบาล ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว นั่นคือข้อห้ามที่ระบุว่า มิให้ผู้ใดแตะต้องพระวรกายของพระมเหสีนั่นเอง
ข้อปฏิบัติเดียวกันนี้ยังเป็นเหตุให้สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี พระอัครมเหสีในรัชกาลที่ 5 (พระนางเรือล่ม) ต้องสิ้นพระชนม์ไปพร้อมพระเจ้าลูกเธอพระองค์น้อย คราวเหตุการณ์เรือล่มในอดีต
อ่านเพิ่มเติม :
- “เข้าไปตายก็ไม่เป็นไร ต้องมีศักดิ์ศรีมีสัจจะ” สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ตรัสตอบ ร.7
- 26 ส.ค. 2461 วันอภิเษกสมรส เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์กับหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี
- สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีทรงเล่า สมาชิกคณะราษฎรทูล “ไม่นึกว่าจะลําบาก”
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ประดิพัทธภูบาล, มหาอำมาตย์ตรี พระยา. (2508). เรื่องของเจ้าคุณประดิพัทธฯ. หนังสืออนุสรณ์งานศพวัดบวรนิเวศวิหาร ในงานสตมวารศพ พระยาประดิพันธภูบาล. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.
รัชกร คงเจริญ, ห้องสมุด มสธ. พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสสิงคโปร์ ชวา บาหลี. วันที่ 4 กันยายน 2567. จาก https://library.stou.ac.th/2023/09/photo-essay-of-king-prajadhipok-visit-abroad/
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 1 กรกฎาคม 2569




