รัชกาลที่ 5 ทรงเลือกวิชาเรียนในตปท. ให้พระราชโอรส จากความเหมาะสม-พระอุปนิสัย

เราไม่ได้มาเรียนจะเปนฝรั่ง รัชกาลที่ 5 ทรงเลือกวิชาในตปท. ให้พระราชโอรสจากพระอุปนิสัย
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงฉายร่วมกับพระราชโอรสที่ทรงศึกษาวิชาการอยู่ในยุโรป เมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 1 พ.ศ. 2440

รัชกาลที่ 5 ทรงเลือกวิชาในตปท. ให้พระราชโอรสจากพระอุปนิสัย-ความเหมาะสม

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเป็นกษัตริย์ไทยที่เผชิญต่อการเข้ามาของอาณานิคมและโลกตะวันตก พระองค์ทรงจึงต้องยกระดับประเทศให้เป็นสากล หนึ่งในนั้นคือการให้พระราชโอรสหลายพระองค์เสด็จไปศึกษาต่อที่ยุโรป

ทว่าพระองค์ก็ไม่ทรงมีพระราชดำริให้พระราชโอรสแต่ละพระองค์เสด็จไปเรียนต่อในวิชาที่เกิดประโยชน์แต่ประเทศชาติเท่านั้น แต่ยังทรงเลือกจากพระอุปนิสัยของพระราชโอรสแต่ละพระองค์ว่าเหมาะสมกับอะไร ซึ่งมีพระราชดำรัสของพระองค์ระบุไว้ถึงพระราชโอรสทั้งหมด 6 พระองค์ ปรากฏข้อมูลอยู่ในพระราชหัตถเลขาของพระองค์ถึงพระยาวิสุทสุริยศักดิ์ ดังนี้

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชโอรส
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงฉายร่วมกับพระราชโอรสที่ทรงศึกษาวิชาการอยู่ในยุโรป เมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 1 พ.ศ. 2440

1. เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ หรือพระพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 5 ทรงหมายมั่นให้พระราชโอรสพระองค์นี้ ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นกษัตริย์สยามในวันข้างหน้าเล่าเรียนด้านทหาร เนื่องจากรัชกาลที่ 5 ทรงมองว่าการทหารเป็นเรื่องสำคัญของบรรดา “เจ้าฟ้า” รวมถึงหาเรียนยากที่กรุงเทพฯ 

“ลูกโต ซึ่งไปเป็นทหารในชั้นต้นนั้นเห็นเป็นการมีคุณอยู่ ด้วยเหตุว่าการทหารในกรุงเทพฯ นี้จะเรียกว่าไม่มีเลยก็ว่าได้ หาที่เรียนรู้ในบางกอกไม่ได้…”

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ด้วยเหตุนี้เองรัชกาลที่ 6 จึงทรงศึกษาวิชาทหารและสำเร็จการศึกษาด้านการทหารจากโรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนด์เฮิสต์ ประเทศอังกฤษ ขณะเดียวกันพระองค์ทรงศึกษาด้านประวัติศาสตร์และกฎหมายจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดเช่นกัน เพราะก็ถือเป็นอีกแขนงสำคัญสำหรับการบริหารบ้านเมืองในอนาคต

(จากซ้ายไปขวา) 1. นายพลเอก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จเรทัพบก และราชองครักษ์พิเศษ 2. นายพันเอก สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาภ กรมขุนพิษณุโลกประชานาถ ผู้ช่วยผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการ 3. นายพันตรี พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร ผู้ช่วยกรมกลาง กรมยุทธนาธิการ 4. นายพลโท พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นนครไชยศรีสุรเดช ผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการ และราชองครักษ์พิเศษ

2. เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ และเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ทั้งสองพระองค์ทรงศึกษาทั้งวิชาพลเรือนและการทหารควบคู่กันไป รัชกาลที่ 5 ทรงให้เหตุผลว่า “ส่วนลูกชายบริพัตร แลชายเล็ก 2 คนนี้มีความเชื่อใจว่าถ้าหากว่าให้เรียนเป็นพลเรือนคงจะได้ราชการทั้ง 2 คน แลในการที่จะเป็นโรคฟุ้งซ่าน กล่าวคือ เห็นใครสู้ตัวไม่ได้เสียทั้งหมด ฤๅเหม็นสาปมนุษย์ในเมืองไทยนั้น คงไม่เป็น…”

สมเด็จฯ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ และรัชกาลที่ 5

3. เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร ทรงศึกษาที่โรงเรียนมัธยมแฮร์โรว์ ประเทศอังกฤษ และสำเร็จการศึกษาด้านอักษรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ โดยทรงเน้นศึกษาด้านรัฐศาสตร์ (การปกครอง) และประวัติศาสตร์ 

เหตุที่ทรงเรียนวิชาพลเรือนเหล่านี้ รัชกาลที่ 5 ทรงกล่าวว่า “ส่วนชายยุคล อาศัยกำลังกายและรูปร่างเล็ก ทั้งที่มีเป็นทหารมากแล้ว ควรจะตั้งหน้าเป็นพลเรือนทีเดียว…”

พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ
(จากซ้าย) แถวยืน พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ, พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์, พระองค์เจ้าสุริยงประยุรพันธ์ุ แถวนั่ง สมเด็จเจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร, พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์

4. พระองค์เจ้าวุฒิไชยเฉลิมลาภ ทรงเรียนการทหารเรือจากประเทศอังกฤษ ส่วนเหตุผลนั้นรัชกาลที่ 5 ทรงกล่าวว่า “ชายวุฒิไชย ตามที่กะไว้เดิมเป็นทหารเรือนั้นสมตัว แต่ที่แท้ต่อไปภายหน้าอย่างไร เราคงจะมีกองเรือไม่ได้ แต่เหตุว่าไม่มีนักเรียนฝ่ายเรือนอกจากอาภากร (พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์) ก็คงเป็นทหารเรือได้”

พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าประเวศวรสมัย และพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าวุฒิไชยเฉลิมลาภ (ภาพจาก หนังสือ : จุฬาลงกรณ์ราชสันตติวงศ์)

5. พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ พระองค์ทรงจบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ ณ ประเทศเยอรมนี และเป็นเจ้านายดอกเตอร์พระองค์แรกแห่งราชวงศ์จักรี ที่พระองค์ทรงไม่ได้เรียนทหารนั้นส่วนหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับเรื่องพระพลานามัย ซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงกล่าวว่า “ชายดิลก เป็นคนตาสั้นข้างหนึ่ง ตามตำราเขาก็จะไม่เอาเป็นทหารกันอยู่ ควรจะจัดให้เล่าเรียนฝ่ายพลเรือน…”

จะเห็นได้ว่ารัชกาลที่ 5 ไม่ได้ทรงเลือกวิชาให้บรรดาพระราชโอรสทรงศึกษา เพียงเพื่อเหมาะสมกับความเป็นไปของบ้านเมืองเท่านั้น แต่ในฐานะพระราชบิดาก็ยังทรงห่วงใยและใส่พระทัยพระราชโอรสยิ่ง จึงจัดให้แต่ละพระองค์ทรงเรียนในวิชาที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับพระอุปนิสัยและพื้นฐานของแต่ละพระองค์ด้วยเช่นกัน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง 

พาชื่น สมคำนึง. (2520). ความสำคัญของการศึกษาของพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในการปรับปรุงบ้านเมืองตามแบบตะวัน [วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. คลังปัญญาจุฬาฯ. https://doi.org/10.58837/CHULA.THE.1977.185


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 4 มิถุนายน 2569