อาหารบนฟ้า รสไทยในระดับโลก : วิวัฒนาการของ Thai Airways Catering

อาหารบนฟ้า รสไทยในระดับโลก : วิวัฒนาการของ Thai Airways Catering
พนักงานต้อนรับหญิงของการบินไทยเสิร์ฟอาหารสุดอร่อยที่รังสรรค์ด้วยใจจากครัวการบินไทยให้ผู้โดยสาร (ภาพจาก เว็บไซต์ Thai Airways)

อาหารบนฟ้า รสไทยในระดับโลก : วิวัฒนาการของ Thai Airways Catering

ประเทศไทยเป็นดินแดนอันอุดมสมบูรณ์มาเนิ่นนาน ถึงกับมีคำเปรียบเปรยว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” ทั้งยังเป็นถิ่นฐานที่โอบรับวัฒนธรรมด้าน “อาหาร” จากหลากหลายชนชาติ ไม่ว่าจะเป็นจีน อินเดีย ตะวันออกกลาง และตะวันตก เข้ามาประยุกต์ปรับใช้กับ “อาหารไทย” ได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่มีความโดดเด่นทั้งด้านการผสมผสานจากนานาวัฒนธรรมและรสชาติที่สุดแสนพิเศษ 

“การบินไทย” ในฐานะสายการบินแห่งชาติ ที่นอกจากจะมอบการบริการอันอบอุ่นให้กับผู้โดยสารเพื่อให้รู้สึกถึง “เรือนไทยบนฟ้า” แล้วนั้น ยังมีการบริการด้านอาหารที่เรียกได้ว่าคัดสรรและรังสรรค์มาเป็นอย่างดี เพื่อตอกย้ำถึงความเป็นไทยบนอากาศ ให้ผู้โดยสารที่ได้รับประทานอาหารได้อิ่มท้องและรู้สึกอิ่มใจในรสชาติ สมกับฐานะของประเทศไทยที่โด่งดังเรื่องอาหารไปทั่วโลก

พนักงานต้อนรับหญิงของการบินไทยนำเสนออาหารบนเครื่องปรุงด้วยใจ โดยเชฟมิชลินสตาร์จากโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ไทเป (ภาพจาก FB Thai Airways)

ประเทศไทย ศูนย์กลางอาหารนานาชาติ

หากย้อนกลับไปในอดีต คนไทยโดยทั่วไปนิยมกินข้าวกับปลาซึ่งเป็นวัตถุดิบของอาหารจานหลัก หรือนิยมใช้วัตถุดิบที่หาได้ตามท้องถิ่นมาประกอบอาหาร กระนั้นก็ตาม ดินแดนแห่งนี้ก็พร้อมโอบรับกับวัฒนธรรมอันหลากหลายของชาติต่าง ๆ เห็นได้จากการนำวัตถุดิบต่างถิ่นมารังสรรค์เป็นอาหารทั้งคาวและหวานได้ทั้งสิ้น 

ที่เห็นได้อย่างเด่นชัดเลยคือ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาที่รับเอาอาหารจากชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาผูกมิตรไมตรีและทำการค้าระหว่างประเทศ เช่น จีน อินเดีย เปอร์เซีย (อิหร่าน) มลายู และโปรตุเกส เป็นต้น อย่างกลุ่มคนแขก ไม่ว่าจะเปอร์เซีย อินเดีย หรือมลายู ที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารจำพวกกะทิและนานาเครื่องเทศ ก็ส่งอิทธิพลต่ออาหารไทย เช่น แกงมัสมั่น และข้าวบุหรี่ เป็นต้น หรือโปรตุเกสที่น่าจะคุ้นเคยกันดีคือ “ท้าวทองกีบม้า” ผู้นำขนมจากโปรตุเกสมาประยุกต์ปรับแต่งให้กลายเป็นขนมไทย เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และขนมหม้อแกง เป็นต้น

นายทหารชาวยุโรปและชาวเปอร์เซียบนจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถวัดสุวรรณาราม กรุงเทพฯ จากหลักฐานที่ปรากฏ พ่อค้าชาวเปอร์เซียได้เข้ามากรุงศรีอยุธยาตั้งแต่ พ.ศ. 1894 ตรงกับต้นรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ส่วนพ่อค้าชาวยุโรปเดินทางมาถึงเมืองท่าสยามฝั่งทะเลอันดามันราว พ.ศ. 1973 ต้นรัชกาลสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) (ภาพจาก บริษัท วิริยะธุรกิจ จำกัด กรุงเทพฯ)

นับได้ว่า ท้าวทองกีบม้าเป็นผู้บุกเบิกวงการขนมไทยให้เข้าสู่ยุคใหม่ที่แตกต่างไปจากยุคเดิมอย่างเห็นได้ชัด เพราะก่อนหน้านี้ ขนมไทยมักทำจากวัตถุดิบจำพวกแป้ง น้ำตาล และมะพร้าว เป็นหลัก

ส่วนชาวจีนเองก็มีความสนิทผูกพันกับดินแดนสยามมาช้านาน จนมีอาหารไทยที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารจีนปรากฏในชีวิตประจำวันหลายอย่างมากมาย และคนไทยก็นิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลาย ในปัจจุบันที่เห็นได้ชัดเจน เช่น ก๋วยเตี๋ยว และบะหมี่ เป็นต้น ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่วัฒนธรรมจีนส่งอิทธิพลต่อวัฒนธรรมอาหารไทยมากที่สุดก็คือ “กระทะ” ซึ่งเข้ามาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว นับว่าเป็นนวัตกรรมของจีนที่ปฏิวัติอาหารไทยมากเลยทีเดียว

ชาวจีนในเมืองไทยใช้กระทะเหล็กทำอาหาร จิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) กรุงเทพฯ (ภาพจาก Silpa-Mag)

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ดินแดนแห่งนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของอาหารการกิน ดังจะเห็นได้จากบันทึกของชาวต่างชาติที่แวะเวียนเข้ามา ต่างก็บันทึกถึงข้าวปลาอาหารที่บริบูรณ์ และเมื่อบ้านเมืองปราศจากความวุ่นวายหรือศึกสงคราม นั่นก็ทำให้การคิดรังสรรค์อาหารไทยมีความวิจิตรบรรจงมากขึ้นไปอีกขั้น พร้อมกันนั้น ชาวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาอาศัยและติดต่อกับประเทศสยามมากขึ้นนี้เอง ทำให้การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้านอาหารกินเป็นเรื่องปกติไปโดยปริยาย อาหารในยุคกรุงรัตนโกสินทร์เรียกได้ว่ามีทั้งอาหารไทยดั้งเดิมและอาหารที่ประยุกต์มาจากชนชาติต่าง ๆ

โดยแต่ละรัชสมัยก็จะมีอาหารที่หลากหลายขึ้นอยู่กับบริบทสังคมในแต่ละยุค เช่นสมัยรัชกาลที่ 1 อาหารส่วนใหญ่จะทำจากวัตถุดิบที่หาได้ง่าย ทำไม่ยากนัก เพราะกำลังสร้างบ้านแปลงเมือง, สมัยรัชกาลที่ 2 มีอาหารที่หลากหลาย ได้รับอิทธิพลจากต่างชาติ อย่างจีนและเปอร์เซีย ซึ่งเห็นได้จาก “กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน”, สมัยรัชกาลที่ 4 เกิดสิ่งที่เรียกว่า “ข้าวแช่” ฉบับชาววัง และเริ่มเห็นเค้าลางของวัฒนธรรมอาหารตะวันตกที่เริ่มเข้าสู่สยามมากขึ้น, สมัยรัชกาลที่ 5 มีการปรับตัวเข้าสู่วัฒนธรรมตะวันตกอย่างเต็มตัว มีอาหารและขนมไทยที่ประยุกต์จากโลกตะวันตก ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาแห่งความรุ่งเรืองของอาหารชาววังที่เรามักได้ยินและลิ้มลองกันในปัจจุบันเช่นกัน

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เสวยพระกระยาหารร่วมกับพระเจ้าลูกยาเธอ ภาพจากอัลบั้มฝีมือเจ้าจอมเอิบ บุนนาค ถ่ายบนโต๊ะเสวย พระกระยาหารนี้น่าจะมีปลาทูทอดฝีมือเจ้าจอมเอิบด้วย (ภาพจาก Silpa-Mag)

ทั้งนี้ประเทศไทยไม่ได้มีเพียงอาหารที่มีความเอร็ดอร่อยครบรสชาติ แต่ยังมีกลเม็ดการปรุงอาหารให้ผู้รับประทานประทับใจ โดยได้ใส่ใจกับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่น การแกะสลักผักและผลไม้เคียงไปในจานอาหาร เพื่อสร้างความสุนทรีย์ให้กับผู้ที่ได้ลิ้มลอง

จากที่กล่าวมาคงทำให้เห็นภาพแล้วว่า ประเทศไทยถือเป็นดินแดนอู่ข้าวอู่น้ำ และให้ความสำคัญพิถีพิถันตั้งใจกับเรื่องอาหารมากเพียงใด และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ชาวต่างชาติจากทั่วสารทิศหลั่งไหลมาชิมอาหารไทยด้วยตนเอง

คัดสรรอย่าง “ครัวการบินไทย” 

เมื่ออาหารไทยกลายเป็นของขึ้นชื่อของประเทศ การบินไทยในฐานะสายการบินแห่งชาติที่พร้อมนำเสนอความเป็นไทยไปสู่ผู้โดยสาร จึงหยิบยกอาหารไทยมาเป็นหนึ่งในการบริการ เพื่อให้ผู้โดยสารได้สัมผัสและรู้สึกเหมือนอยู่บนเรือนไทยท่ามกลางท้องฟ้า โดยมี “ครัวการบินไทย” เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความยิ่งใหญ่นี้

ครัวการบินไทยกำเนิดขึ้นมาในช่วงเดียวกับการก่อตั้งสายการบิน ในช่วง 3 ปีแรกยังเป็นครัวที่ให้บริการอาหารภายในสายการบินของตนเองเท่านั้น ก่อนจะขยายการบริการให้กับสายการบินอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงดำรงหน้าที่นี้ด้วยมาตรฐานชั้นเลิศ เรียกได้ว่า เมื่อสายการบินต่างประเทศมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ประเทศไทย ส่วนใหญ่ก็ไว้วางใจครัวการบินไทยที่จะนำอาหารปรุงสดใหม่นำไปเสิร์ฟบนเที่ยวบินของตนเอง

ครัวการบินไทยมีมาตรฐานระดับสากลที่ให้ความสำคัญพิถีพิถันทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบไปจนถึงการส่งมอบอาหารถึงผู้โดยสาร โดยครัวการบินไทยจะแบ่งครัวแยกย่อยไปอีกมากมาย เช่น ครัวฝรั่ง ครัวไทย ครัวฮาลาล และครัวขนมหวาน เป็นต้น เพื่อให้การปรุงอาหารเป็นระบบและมีขั้นตอนที่ชัดเจน กระบวนการผลิตจึงย่อมได้รับการดูแลใส่ใจอย่างใกล้ชิด และเมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนของการปรุงอาหารเรียบร้อยแล้วก็จะผ่านเข้าสู่กระบวนการถนอมความสดใหม่ เพื่อเตรียมพร้อมเสิร์ฟให้กับผู้โดยสารได้อิ่มอร่อย ซึ่งแน่นอนว่าในทุก ๆ ขั้นตอนจะมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาวิชาคอยดูแล ควบคุม และตรวจสอบ เพื่อให้อาหารทุกประเภทนั้นสมบูรณ์แบบและเป็นไปตามมาตรฐาน

ผู้รังสรรค์อาหารเลิศรส จากครัวการบินไทย (ภาพจาก VDO เปิดบ้านการบินไทย – การจัดอาหารผู้โดยสารชั้นธุรกิจ ที่ YouTube : THAI Corporate Communications)

ทั้งนี้ การเลือกสรรวัตถุดิบของครัวการบินไทย ส่วนใหญ่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์หรือวัตถุดิบจากท้องถิ่นในประเทศ เพื่อสนับสนุนการเกษตรกรรมของไทยให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน เหล่านี้คือการเอาใจใส่ด้านอาหารของครัวการบินไทย ที่ไม่ได้เป็นแค่เพียงอาหารมื้อหนึ่งของผู้โดยสารเท่านั้น แต่กลับรังสรรค์ขึ้นมาด้วยความประณีตและใส่ใจในทุกขั้นตอน

“ครัวการบินไทย” ความอร่อยระดับนานาชาติ

ไม่เพียงแค่ความพิถีพิถันในการเลือกสรรวัตถุดิบและปรุงรสชาติอาหารให้อร่อยเลิศเท่านั้น แต่การคัดเลือกเมนูอาหารเพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสารก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่การบินไทยให้ความสำคัญมาเป็นอันดับแรก ๆ 

เพราะไม่เพียงเสิร์ฟอาหารนานาชาติที่ทุกคนคุ้นเคย แต่ครัวการบินไทยยังนำเสนอ “ความเป็นไทย” ผ่าน “อาหารไทย” ให้ชาวต่างชาติได้ลิ้มชิมรสวัฒนธรรมไทยอีกด้วย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความโดดเด่นของการบินไทย ทั้งยังสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย

ผู้โดยสารชั้น Royal First รับประสบการณ์ความอิ่มอร่อยจากอาหารเลิศรสบนฟากฟ้า สายการบินไทย (ภาพจาก เว็บไซต์ Thai Airways)

การคัดเลือกอาหารของการบินไทย ไม่ใช่แค่เป็นอาหารไทยแล้วจะได้ขึ้นโต๊ะเสิร์ฟผู้โดยสาร แต่อาหารไทยดังกล่าวจะต้องมีความพิเศษในฐานะที่พร้อมนำเสนอประสบการณ์แห่งเสน่ห์ มีเรื่องราว และอัตลักษณ์ความเป็นไทยไปสู่ผู้คนจากทั่วโลก ไปพร้อมกับการจัดเสิร์ฟที่สดใหม่และคงคุณภาพชั้นเยี่ยมอยู่เสมอ

อย่างเช่น “ผัดไทย” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งอาหารประจำชาติที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จัก ด้วยรสชาติเปรี้ยวอมหวานจากซอสมะขามที่คลุกเคล้ากับเส้นที่ผัดจนหอมกลิ่นกระทะอันเป็นอีกรูปรสหนึ่งที่อาหารไทยขึ้นชื่อ ผสานกับเนื้อสัตว์ ไข่ ผัก และเครื่องเคียงอีกมากมาย ก็ได้ช่วยให้ผัดไทยเป็นอาหารที่ครบรสและอร่อยถูกปากจนเป็นที่นิยม

การบินไทยไม่ได้นำเสนอแค่ “ผัดไทย” ในฐานะที่เป็นอาหารแห่งชาติเท่านั้น แต่ยังเสริมเติมเรื่องราวให้ผู้โดยสารได้รู้สึกประทับใจมากยิ่งขึ้น ด้วยการหยิบ “ผัดไทยประตูผี” ร้านผัดไทยชื่อดังที่มีความเก่าแก่ยาวนานร่วม 50 ปี และเป็นที่รู้จักทั่วโลก เข้ามาร่วมรังสรรค์เกิดเป็นเมนูใหม่ ๆ ที่ชูโรงผัดไทยให้โดดเด่นมากกว่าเดิม

ขณะเดียวกันเมนูอย่าง “ผัดกะเพรา” อาหารที่คนไทยกินเป็นประจำก็ได้นำมาเสิร์ฟบนเที่ยวบินของการบินไทย แต่เป็นการนำเสนอผัดกะเพราผ่านการรังสรรค์จากเชฟหลากหลายท่าน ให้เป็นเมนูที่มีความพิเศษแตกต่างไปจากแบบดั้งเดิม แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นผัดกะเพราไว้เต็มเปี่ยม อย่างใน พ.ศ. 2569 การบินไทยก็มีพรอเจกต์ “Streets to Sky” นำเสนอกะเพราไก่แบบราดข้าว จากร้าน “บ้านยี่สาร” หรือกะเพราคลุกอกไก่จากร้าน “เลิศทิพย์”

ข้าวกะเพราไก่ จากบ้านยี่สารอาหารไทย ร้านอาหารไทยพื้นบ้านโบราณ ฝีมือเชฟตุ๊กตาแห่งเชฟกระทะเหล็ก กับเมนูพื้นบ้านที่ผสมผสานความดั้งเดิมและความพิถีพิถัน (ภาพจาก FB Thai Airways)

ทั้งนี้ยังมีการปรับเอาวัตถุดิบหรือเมนูไทยให้เข้ากับความเป็นนานาชาติอีกด้วย เพื่อให้ชาวต่างชาติที่ยังไม่คุ้นเคยกับอาหารไทยได้ลิ้มลอง ส่วนคนไทยที่รู้จักอาหารไทยเป็นอย่างดีก็จะได้เปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ดังจะเห็นได้จากอาหารในแคมเปญ “Taste of Thai Tales” ของการบินไทยที่นำเสนอหลากหลายเมนู 

โดยการบินไทยจับมือกับเชฟชื่อดังของไทย อย่าง เชฟแพม พิชญา สุนทรญาณกิจ จากร้าน “POTONG” นำเสนอเมนู เช่น ซี่โครงแกะย่างถ่าน ที่เสิร์ฟพร้อมกับแกงรัญจวนเนื้อตุ๋น หรือจะกินคู่กับซอสแกงระแวง เมนูระดับชาววังที่หากินไม่ได้ง่าย ๆ หรือแม้แต่เมนูของหวานอย่าง ขนมข้าวกระยาคู ขนมไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ที่นำไปเสิร์ฟบนเที่ยวบินของการบินไทย

ซี่โครงแกะสามเกลอย่างถ่าน เสิร์ฟพร้อมแกงรัญจวนเนื้อตุ๋น ข้าวมันกะทิผำปรุงรส และไข่ครอบ เมนูจากเชฟแพม ในโครงการ Taste of Thai Tales ของสายการบินไทย (ภาพจาก FB Thai Airways)

นอกจากนี้ยังมี เชฟโบ ดวงพร ทรงวิศวะ จากร้าน “โบ.ลาน” เลือกสรรเมนูมากมาย อย่างของว่าง พายแกงฮังเลหมู พร้อมกระเทียมและขิงดองเสียบไม้ พายข้าวซอยไก่ พร้อมผักกาดดอง มะนาวฝาน เป็นต้น ซึ่งทั้ง 2 ร้านนี้ล้วนการันตีดาวจากมิชลิน ตอกย้ำความอร่อยและพิถีพิถันที่ผู้โดยสารจะได้ลิ้มรสความอร่อยไปกับการบินไทย

พายแกงฮังเลหมู พร้อมกระเทียมและขิงดองเสียบไม้ รังสรรค์โดยเชฟโบ จากร้าน “โบ.ลาน” เสิร์ฟบนเครื่องบินของการบินไทย (ภาพจาก FB Thai Airways)

ความงดงามของ “อาหารไทย” สู่สายตาชาวโลก

ไม่เพียงแค่ความอร่อยเลิศรสของอาหารไทยเท่านั้น แต่การจัดจานก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เลื่องชื่อเช่นกัน ซึ่งครัวการบินไทยก็ให้ความสำคัญ เพราะได้จัดเสิร์ฟอาหารด้วยความละเมียดละไมไปพร้อมกับความเอร็ดอร่อยของอาหารที่สดใหม่อยู่เสมอ โดยครัวการบินได้ใช้การจัดเสิร์ฟแบบ “Fine Dining” เพื่อนำเสนอความวิจิตรหรูหราเพื่อเพิ่มสุนทรียะในการรับประทานอาหาร

สำหรับการจัดเสิร์ฟแบบ “Fine Dining” ของการบินไทย ไม่ได้เป็นเพียงแค่การให้บริการอาหารที่ยกระดับขึ้นจากเชฟหลากหลายท่านผ่านนานาเมนูเท่านั้น แต่อาหารดังกล่าวยังต้องมอบประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษเฉพาะตัวที่สื่อถึงความเป็นไทยผ่านวัตถุดิบระดับพรีเมียม

การตกแต่งจานอาหารของการบินไทยปรากฏในทุกเมนู ด้วยการใช้วัตถุดิบหรือความงามของพรรณไม้มารังสรรค์ เสมือนกับมีชาววังมาลงมือทำให้รับประทานถึงที่เลยทีเดียว เช่น การใช้ผักผลไม้มาแกะสลักเป็นดอกไม้ นำเนื้อสัตว์ที่แล่เป็นชิ้นพอดีคำมาร้อยเรียงเป็นกลีบดอกไม้ หรือใช้วัตถุดิบอื่น ๆ มาตกแต่งให้สมมาตรกับอาหารบนจาน

การจัดเสิร์ฟอาหารด้วยความพิถีพิถันและการจัดแต่งจานอาหารและเครื่องดื่มชั้นเยี่ยมที่มีเฉพาะที่การบินไทย (ภาพจาก FB Thai Airways)

อย่างเมนูของเชฟแพม พิชญา สุนทรญาณกิจ ที่ร่วมมือกับการบินไทยในโครงการ “Taste of Thai Tales” ก็นำธงชาติไทยที่ทำจากวัตถุดิบชั้นเลิศมาตกแต่งจานอาหาร สะท้อนถึงสายการบินไทยที่เป็นสายการบินแห่งชาติ การนำศิลปะการจัดจานที่ต้องใช้ทั้งหลักการความสมดุล สีสัน และรสสัมผัสอันหลากหลายมารังสรรค์ไว้ในแต่ละจาน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ นี้ก็ต้องเหมาะสมกับอาหารที่จะอยู่บนเครื่องบินอีกด้วย

หรือการจับมือกันระหว่างการบินไทยกับ “Lebua” ก็ได้นำเสนออาหารนานาชาติที่รังสรรค์อาหารไทยให้มีสีสันและศิลปะอันโดดเด่น ซึ่งจะรับประทานได้เฉพาะบนเที่ยวบินของการบินไทยเท่านั้น

การบินไทยจับมือกับ Lebua นำ Mezzaluna by Lebua และ Chef’s Table by Lebua ร้านอาหารรางวัล 2 Michelin Stars ร่วมรังสรรค์อาหารชั้นเลิศให้บริการบนเที่ยวบิน หนึ่งในนั้นคือเมนู Imperial Sunrise Omelet by Mezzaluna x THAI (ภาพจาก FB Thai Airways)

การเสิร์ฟอาหารในแต่ละครั้งจึงไม่ได้เพียงมอบความเอร็ดอร่อยให้กับผู้โดยสาร แต่เป็นการนำเสนอประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่หาที่ไหนไม่ได้ ผ่านอาหารเลิศรสและศิลปะอันงดงามบนจานให้กับผู้โดยสารขณะอยู่บนฟากฟ้า ราวกับว่าได้รับประทาน “Fine Dining” ที่ร้านหรูระดับพรีเมียมจากประเทศไทย

การบริการด้วยใจผ่านการเสิร์ฟอาหารของสายการบินไทยต่อผู้โดยสาร (ภาพจาก เว็บไซต์ Thai Airways)

การบินไทยจึงไม่ใช่แค่สายการบินแห่งชาติ ที่ให้บริการการบินไปยังจุดหมายทั่วโลก แต่ยังทำหน้าที่เสมือน “ทูต” เพราะ “ครัวการบินไทย” พร้อมจะนำเสนอ “อาหารไทย” และ “ศิลปะอาหารไทย” ให้ชาวโลกได้เห็นและสัมผัสถึงวัฒนธรรมไทยที่ปรากฏอยู่ในวิถีการกินมาอย่างยาวนาน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง

พรรณงาม บุญศิริ. เกร็ดย่อยการท่องเที่ยว ครัวการบินไทย ในนิตยสารท่องโลก ฉบับที่ 11 เดือนกุมภาพันธ์ 2527.

สำนักหอสมุดแห่งชาติ. เมนูสำรับ กับข้าวเจ้านายในราชสำนักสยาม จาก https://www.nlt.go.th/service/2420.

นิพัทธ์ ทองเล็ก. แขกเปอร์เซียทรงอิทธิพล…ในอยุธยา. จาก https://www.matichon.co.th/article/news_5654371.

มติชน. เปิด 4 เมนูใหม่ เสิร์ฟบนเที่ยวบินการบินไทย สตรีทฟู้ดส์ยอดนิยม. จาก https://www.matichon.co.th/lifestyle/food-travel/news_5172454.

spin9. บุกครัวการบินไทย! ชมเบื้องหลังอาหารทุกจานบนเครื่องบิน จาก Youtube https://youtu.be/kq_QigJINGs?si=a7zY_7Q4op9YsGF5.

Onthejetplane. [รีวิว] Taste Of Thai Tales การบินไทยจับมือ “เชฟแพม-Potong” รังสรรค์ 18 เมนูใหม่ ให้บริการตลอดปี 2026 | Chef Pam x THAI Airways จาก https://www.onthejetplane.com/post/taste-of-thai-tales-thai-airways-chef-pam.

Thai Airways. Good Taste for a Good Cause. จาก https://www.thaiairways.com/th-th/content/offers-Promotions/special-offers/good-taste-for-a-good-cause/.

Thai Airways. อาหารบนเครื่อง. จาก https://www.thaiairways.com/th-th/content/in-flight-experience/in-flight-cuisine/.

Thai Airways. Streets to Sky การบินไทยพาตำนานรสชาติความเป็นไทยสู่สากล. จาก https://ropnewsletter.thaiairways.com/julsep2025/basic/th/thai-brings-authentic-street-food-worldwide-through-streets-to-sky.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 พฤษภาคม 2569