เมื่อ “ปัลเลอกัวซ์” เป็นสมณทูตสยาม ส่งพระราชสาสน์รัชกาลที่ 4 ถึงโป๊ปที่กรุงโรม

ฌัง-บัปติสต์ ปัลเลอกัวซ์ สังฆราชปาลเลกัวซ์ ประกอบเรื่อง สมณทูตสยาม
ฌัง-บัปติสต์ ปัลเลอกัวซ์ [Jean-Baptiste Pallegoix] หรือสังฆราชปัลเลอกัวซ์ ผู้บันทึกเกี่ยวกับสยามสมัยรัชกาลที่ 4

ครั้งหนึ่งพระสังฆราชฌัง-บัปติสต์ ปัลเลอกัวซ์ (Bishop Jean-Baptiste Pallegoix) เคยเป็น “สมณทูตสยาม” ถวายพระราชสาสน์จากรัชกาลที่ 4 ถึงสมเด็จพระสันตะปาปาแห่งคริสตจักรคาทอลิกที่กรุงโรม

บทบาทดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากพระสังฆราชปัลเลอกัวซ์ ผู้เป็นทั้งพระอาจารย์ และพระสหายต่างศาสนาใน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) พำนักอยู่ในสยามเป็นระยะเวลาถึง 24 ปี ก็มีธุระให้ต้องเดินทางกลับฝรั่งเศส บ้านเกิดของท่าน เพื่อจัดการธุระของคณะมิสซังสยาม และเยี่ยมญาติพี่น้องที่นั่น

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

ก่อนออกเดินทางไปฝรั่งเศส รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้พระสังฆราชปัลเลอกัวซ์ และคณะบาทหลวงคริสตังมาเข้าเฝ้า ณ ท้องพระโรง ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2395 เมื่อทรงทราบว่า พระสังฆราชกำลังจะเดินทางกลับฝรั่งเศส และอาจถือโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาที่กรุงโรม จึงทรงโสมนัสเป็นอย่างยิ่ง

รัชกาลที่ 4 จึงฝากพระราชหัตถเลขาไปถวายประมุขของชาวคาทอลิก โดยทรงพระอักษรเป็นภาษาอังกฤษด้วยลายพระหัตถ์ของพระองค์เอง แล้วประทับตราประจำพระองค์ ลงวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2395 เป็นพระราชสาสน์ถึง สมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 9 และยังพระราชทานเงินจำนวนหนึ่งเป็นค่าเดินทางแก่คณะพระสังฆราชปัลเลอกัวซ์ด้วย

คณะของพระสังฆราชปัลเลอกัวซ์จึงเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่กรุงโรมในฐานะ “สมณทูตสยาม” ในคณะยังมีฟรังซัวส์แก้ว (Francois Keo) เด็กชายชาวสยาม และยอแซฟชม (Joseph Xom) เด็กชายชาวญวน ติดตามไปด้วย

สังฆราชปัลเลอกัวซ์ บาทหลวงฝรั่งเศส ชาวจีนในนครปฐม
สังฆราชปัลเลอกัวซ์ พร้อมด้วยเด็กไทยชื่อแก้ว และเด็กญวนชื่อชมถ่ายที่ปารีส เมื่อ พ.ศ. 2397 (ภาพ: Wikimedia Commons)

หลังจากพระสังฆราชปัลเลอกัวซ์ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 9 และถวายพระราชสาสน์ของรัชกาลที่ 4 แล้ว องค์สมเด็จพระสันตะปาปาก็มีพระสมณสาสน์ตอบกลับมายังพระเจ้าแผ่นดินสยามเป็นภาษาละติน ลงวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2395 โดยฝากมากับพระสังฆราชปัลเลอกัวซ์ให้นำกลับมาถวาย

แต่พระสังฆราชต้องเดินทางต่อไปยังกรุงปารีสและพำนักอยู่ฝรั่งเศสอีกระยะหนึ่ง จึงจัดส่งพระสมณสาสน์ล่วงหน้ามายังกรุงสยามก่อนโดยทางเรือ

สมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 9
สมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 9 (ภาพจาก Wikimedia Commons)

แม้ไม่มีการเผยแพร่ต้นฉบับพระราชสาสน์และพระสมณสาสน์ดังกล่าว แต่ในพระราชสาสน์ฉบับที่ 2 ซึ่งรัชกาลที่ 4 มีไปถึงสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 9 อีกครั้งใน พ.ศ. 2404 โดยฝากไปกับคณะทูตของพระยาศรีพิพัฒน์ราชโกษาธิบดี (แพ บุนนาค) ที่เดินทางไปเจริญพระราชไมตรีกับราชสำนักฝรั่งเศสก็มีการกล่าวถึงเหตุการณ์ตอนพระสังฆราชปัลเลอกัวซ์ไปเยือนกรุงโรมในฐานะสมณฑูตสยามอยู่ด้วย ดังข้อความตอนหนึ่งว่า

“…บาทหลวงยวงบาบติสบิจฉบเมืองแมลอศ (ปัลเลอกัวซ์) นั้นเข้ามาลากรุงสยาม ว่าจะไปเยี่ยมเยียนเมืองฝรั่งเศสซึ่งเป็นชาติภูมิ แล้วว่าถ้าได้ช่องโอกาสจะแวะไปเฝ้าบังคมบาทท่านผู้บิดาบริสุทธิ์ (พระสันตะปาปา) ณ เมืองโรมด้วย…

เพราะฉะนั้น กรุงสยามจึงได้ถามหารือบาทหลวงยวงบาบติสบิจฉบนั้นว่า ถ้าได้ไปเฝ้าบังคมบาทท่านผู้บิดาบริสุทธิ์แล้ว จะว่ากล่าวชักโยงท่านผู้บิดาบริสุทธิ์ให้รู้จักกรุงสยามเหมือนซางตูศปาปา พร้อมเวลาแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้รู้จักพระเดชพระคุณ สมเด็จพระนารายณ์มหาราชในครั้งนั้น จะได้หรือมิได้ บาทหลวงยวงบาบติสบิจฉบรับว่าได้…กรุงสยามจึงได้เขียนราชหัตถเลขาเป็นภาษาอังกฤษสำแดงความคำนับไปถึงบิดาบริสุทธิ์…

กรุงสยามขอแสดงความชื่นชมยินดีขอบคุณมาถึงท่านผู้บริสุทธิ์ด้วยความเมตตาอาริยไมตรีอันสนิทมาถึงกรุงสยามด้วยความในสมณสาส์นนั้นก็ดี ด้วยเครื่องสมณบรรณาการนั้นก็ดี ความจริงนี้จงได้ทราบแต่ญาณของท่านผู้บริสุทธิ์ เทอญ…”

สมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 9
สมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 9 (Pope Pius IX) (ภาพจาก Wellcome Library)

นอกจากนี้ ระหว่างพำนักอยู่ที่ฝรั่งเศส พระสังฆราชปัลเลอกัวซ์ยังถูกญาติมิตรรบเร้าให้เล่าเรื่องเกี่ยวกับสยามให้ฟังอยู่บ่อยครั้ง ท่านจึงตัดปัญหาด้วยการเขียนหนังสือ “เล่าเรื่องกรุงสยาม” (Description du Royaume Thai ou Siam) ที่พรรณนาถึงราชอาณาจักรสยามในมิติต่าง ๆ ทั้งภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ศาสนา ภาษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ตลอดจนสถานการณ์การเผยแผ่คริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิกในดินแดนตะวันออก ซึ่งก็เป็นหนึ่งในบันทึกเกี่ยวกับสยามจากมุมมองของชาวต่างชาติที่สำคัญอีกฉบับ

พระสังฆราชปัลเลอกัวซ์เดินทางกลับมาถึงกรุงสยามใน พ.ศ. 2399 พร้อมของขวัญที่ระลึกจากสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 9 และจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 มาน้อมเกล้าฯ ถวายแด่รัชกาลที่ 4 จากนั้นไม่นาน ท่านก็ได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์ทางคริสต์ศาสนาเป็นอาร์ชบิชอป (Archbishop) หรืออัครมุขนายกประจำประเทศสยาม

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

สุทธิศักดิ์ ระบอบ สุขสุวานนท์. พระสังฆราชปัลเลอกัวซ์ พระสหายต่างศาสนาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับกรกฎาคม พ.ศ. 2553.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 เมษายน 2569