น้ำมันแพง ยุค 2516-2523 รัฐสั่งเปลี่ยนพฤติกรรม จำกัดเวลาเปิดปั๊ม-ความเร็วรถ ฯลฯ

น้ำมันแพง ยุค 2516-2523
เครื่องจ่ายน้ำมัน ขณะที่น้ำมันขาดแคลนในไทย จาก มติชนออนไลน์

น้ำมันแพง ยุค 2516-2523 รัฐสั่งเปลี่ยนพฤติกรรมคนทั้งประเทศ!

ช่วงน้ำมันแพง ถือเป็นวิกฤตอันหนักหนาของคนทั่วโลก เพราะไม่ได้กระทบแค่การขนส่งหรือการเดินทาง แต่กระทบแทบจะทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน ของใช้ ไฟฟ้า การใช้ชีวิตประจำวันต่าง ๆ เพราะแต่ละสิ่งล้วนเกี่ยวข้องกับ “น้ำมัน”

ที่จริงแล้วประเทศไทยก็เผชิญกับปัญหาน้ำมันแพงมาหลายต่อหลายครั้ง ที่หนักและคนจดจำได้ช่วงหนึ่ง ก็คือ ยุค พ.ศ. 2516-2523

รถขนน้ำมันสมัยแรกๆ

วิกฤตน้ำมันแพงยุคนั้นได้ผลกระทบมาจากตะวันออกกลางอีกทีหนึ่ง ทำให้คนไทยต้อง “เปลี่ยนพฤติกรรม” ของตนเองอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นการปรับเวลาเปิดโรงภาพยนตร์ สถานบันเทิง ปั๊มน้ำมัน ลามไปถึงการใช้รถและถนน 

1. กำหนดระยะเวลาให้บริการสถานบันเทิง

ในช่วงนี้ประเทศขาดแคลนน้ำมันเตาสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า รัฐบาลจึงออกมาตรการประหยัดไฟในสิ่งที่ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของประชาชนนัก ทำให้เกิดการปรับเวลาของสถานบันเทิง แบ่งได้ 2 ประเภท คือ โรงภาพยนตร์ และสถานบริการ

1.1 โรงภาพยนตร์

ลดรอบฉายให้เหลือเพียงรอบบ่าย รอบเย็น และรอบค่ำ สำหรับวันธรรมดา เปิดแค่ 14.00-22.00 น. เท่านั้น ส่วนวันหยุดราชการ ฉายได้เพียง 12.00-20.00 น. เพื่อประหยัดไฟและน้ำมันให้ได้มากที่สุด

โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2516 เป็นต้นมา พอการขาดแคลนน้ำมันเตาเริ่มคลี่คลายในเดือนกันยายน พ.ศ. 2517 จึงเปลี่ยนแปลงใหม่ คือ วันธรรมดาสามารถฉายภาพยนตร์ได้ตั้งแต่ 12.30-21.30 น. 

นอกจากนี้ สมาคมโรงภาพยนตร์ยังมีหนังสือไปทางโรงฉายทั่วประเทศว่า ขอให้ร่วมมือกับรัฐบาล ด้วยการงดใช้บันไดเลื่อนและลิฟท์โดยเด็ดขาด ลดการใช้ไฟฟ้าโฆษณาหน้าโรงหนัง ให้เหลืองเพียงป้ายชื่อโรงภาพยนตร์ และป้ายชื่อหนังที่กำลังฉายในเวลา 18.00-19.30 น. เท่านั้น

ศาลาเฉลิมไทย
ศาลาเฉลิมไทย ภาพถ่ายเมื่อทศวรรษ 1960 โดย Harrison Forman (ภาพจาก University of Wisconsin-Milwaukee Libraries)

1.2 สถานบริการ

มาตรการการเปิดปิดสถานบริการนี้ เริ่มมาตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2517 โดยห้ามสถานเต้นรำ รำวง หรือรองเง็ง (ศิลปะการแสดงพื้นเมืองและการเต้นรำที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวไทยมุสลิมในภาคใต้) เปิดในวันอาทิตย์ และใน พ.ศ. 2522 ก็เปลี่ยนมาเป็นการจำกัดระยะเวลาเปิด เป็นเปิดได้แค่เวลา 18.00-24.00 น. และให้น้อยลงอีกในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2523 เปิดได้แค่ 21.00-01.00 น.

ส่วนบริการอาบอบนวด ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2517 รัฐจำกัดให้บริการเฉพาะวันธรรมดา ห้ามเปิดก่อน 16.00 น. พอเข้าช่วง พ.ศ. 2522 ในเดือนสิงหาคม ก็ผ่อนปรน ให้วันธรรมดาเปิดได้ 18.00-24.00 น. และวัดหยุดราชการเปิดได้เฉพาะ 14.00-24.00 น. เท่านั้น

ไม่รวมถึงสถานบริการแบบอื่น เช่น ที่มีอาหารและเครื่องดื่มจำหน่าย พร้อมกับมีที่พักหลับนอนและนวดให้ลูกค้า ใน  เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2522 เปิดวันธรรมดาได้แค่ 16.00-22.00 น. และวันหยุดราชการเปิดแค่ได้ 12.00-22.00 น. ส่วนสถานที่ที่มีอาหาร เครื่องดื่ม ผู้หญิงปรนิบัติ และการแสดงดนตรี เปิดได้แค่ 11.00-14.00 น. และ 18.00-24.00 น. เท่านั้น

2. การกำหนดระยะเวลาจำหน่ายน้ำมันของปั๊ม

สำหรับ พ.ศ. 2518 เป็นต้นมา จำกัดเวลาจำหน่ายน้ำมันได้แค่ 05.00-21.00 น. ของทุกวันเท่านั้น และยิ่งเกิดวิกฤตขาดแคลนน้ำมันอย่างหนักใน พ.ศ. 2522-2523 รัฐบาลก็ให้ปั๊มทั่วประเทศปิดวันอาทิตย์ และเปิดวันอื่น ๆ ได้ที่เวลา 06.00-18.00 น.

3. กำหนดให้ประชาชนทำตามกฎจราจร

ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2522 รัฐบาลถึงกับให้กรมตำรวจกวดขันการใช้ความเร็วของรถยนต์ในเขตที่ไม่ได้จำกัดความเร็ว และกำหนดให้รถยนต์ส่วนบุคคลใช้ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว

สำหรับรถขนส่งและรถยนต์โดยสารสาธารณะก็กำหนดไว้ว่าไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากใครฝ่าฝืนให้จับกุมทันทีไม่มีผ่อนผัน

นอกจากนี้ หนึ่งเดือนถัดมา ในปีเดียวกัน ก็ยังบังคับไม่ให้จอดรถยนต์และเปลี่ยนแปลงเวลาห้ามจอดในถนนสายต่าง ๆ ที่มีการจราจรติดขัดในเขตกทม. ถึง 39 สาย เพื่อการเดินทางที่คล่องตัวและลดการผลาญน้ำมันโดยใช่เหตุ 

ภาพด้านหน้าสถานกงสุลอังกฤษเดิม ที่ปรากฏอนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าวิกตอเรีย ริมถนนเจริญกรุงก่อนที่ทางอังกฤษจะขายที่ดินให้กับรัฐบาลไทย และเอาเงินที่ได้จากการขายที่ดินไปซื้อที่ดินผืนใหม่บริเวณสี่แยก ถนนวิทยุตัดกับถนนเพลินจิตในปัจจุบัน (ภาพจาก เทพชู ทับทอง, อนุทินกรุงเทพฯ ภาพแห่งความทรงจ. น. ๒๗๔.)

เช่น ห้ามจอดตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. ในถนนราชวิถีตั้งแต่ถนนราชปรารภถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ห้ามจอดตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. ในถนนเพลินจิตตลอดสาย หรือห้ามจอดที่ถนนสุขุมวิทตั้งแต่แยกบางนา-ตราด จนถึงทางรถไฟถนนเพลินจิต ในเวลา 06.00-09.00 น. และ 16.00-20.00 น.

4. รณรงค์ให้ประชาชนประหยัดน้ำมันและไฟฟ้า

นอกจากจะมีมาตรการบังคับเพื่อให้ประชาชนลดใช้น้ำมันและไฟฟ้าแล้ว รัฐบาลก็ยังรณรงค์ขอความร่วมมือจากประชาชนอีกด้วย 

กล่าวคือ มีประชาสัมพันธ์ไม่ให้ขับรถเร็วจนเกินไปคือ ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้ความเร็วอย่างสม่ำเสมอ หรือหากจอดรถเกินกว่า 3-4 นาที ก็ควรดับเครื่องยนต์ 

ควรรับส่งคนในครอบครัวให้ได้ภายในครั้งเดียว หรือถ้าจะไปเส้นทางเดียวก็ควรไปด้วยกัน เพื่อประหยัดน้ำมัน

รถยนต์ในไทยสมัยปี 1960 จาก collections.lib.uwm.edu/

ขณะเดียวกันในวิกฤตน้ำมัน พ.ศ. 2522-2523 ก็ขอให้ประชาชนใช้เครื่องปรับอากาศในอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 27 องศา ทั้งยังทำโปสเตอร์ หนัง และสติ๊กเกอร์ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนประหยัดน้ำมันและไฟฟ้า

การรณรงค์นี้เรียกว่าได้ผลอย่างดีเลยทีเดียว เพราะบ้านเรือนก็ใช้ไฟน้อยลง แหล่งธุรกิจในกรุงเทพฯ อย่าง สามย่าน ปทุมวัน ราชเทวี พญาไท สยามแสควร์ วงเวียนเล็ก วงเวียนใหญ่ และเยาวราช ก็มีรถบางตามาก

ขณะที่ผู้คนจำนวนน้อยก็เลือกกินอาหารเที่ยงใกล้ที่ทำงานด้วยการเดิน แทนที่จะขับรถออกไปที่ไกล ๆ 

นี่คือส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำมันขาดแคลนของรัฐบาลไทยใน พ.ศ. 2516-2523 

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/His(M.A.)/Tassaneeporn_W.pdf


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 มีนาคม 2569