
| ผู้เขียน | ธนกฤต ก้องเวหา |
|---|---|
| เผยแพร่ |
การประชุมที่สนามเทนนิส จุดระเบิดปฏิวัติฝรั่งเศส ปี 1789
ผู้คนมักจำการปฏิวัติฝรั่งเศสว่า มีหมุดหมายแรกคือ การทลายคุกบัสตีย์ (Basille) สัญลักษณ์แห่งอำนาจและการกดขี่ของระบอบกษัตริย์ ซึ่งตรงกับวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1789 แต่จริง ๆ แล้วเหตุการณ์นี้ต่อเนื่องมาจากการประชุมสภาฐานันดร เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ปีเดียวกัน
สภาฐานันดรนี้ประกอบด้วย “ผู้แทน” ของฐานันดร 3 ฝ่ายในฝรั่งเศส ได้แก่ ขุนนาง นักบวช และสามัญชน

การประชุมสภาในวันที่ 5 พฤษภาคม ณ พระราชวังแวร์ซาย จากพระบรมราชานุญาตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้แทนสามัญชนตระหนักว่า พวกเขาไม่อาจยอมรับการกดขี่ และการถูกดูหมิ่นจากชนชั้นนำได้อีกต่อไป เพราะจริง ๆ แล้วคนส่วนใหญ่ และเป็น “ทุกสิ่งทุกอย่าง” ของประเทศ จึงร่วมกันจัดตั้ง สมัชชาแห่งชาติ (National Assembly) ขึ้นในวันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 1789
มติจากสมัชชาแห่งชาติคือ พวกเขาจะไม่จ่ายภาษีหากต้องแยกการประชุมกับ 2 ฐานันดรแรก (แต่เดิมจะแยกผู้แทนสามัญชนไปประชุมอีกห้อง) และยกเลิกพระราชอำนาจคัดค้าน (veto) ของกษัตริย์ ทำให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงสั่งให้ล้มมติของสภานี้ แล้วปิดห้องประชุมทันที
แต่สมัชชาแห่งชาติไม่ยอมถอย ในวันที่ 20 มิถุนายน พวกเขาปฏิเสธคำสั่ง และเปิดการประชุมต่อบริเวณสนามเทนนิสของพระราชวังแวร์ซาย แล้วร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณว่า จะไม่ยอมแยกจากกัน และจะประชุมในทุก ๆ ที่ตามความจำเป็นของสถานการณ์ จนกว่าจะร่างรัฐธรรมนูญของประเทศสำเร็จ
ตอนนั้นเองที่แนวคิดเรื่องอำนาจอธิปไตยแห่งชาติไม่ได้เป็นของกษัตริย์อีกต่อไป เพราะสภาสมัชชาแห่งชาติคือ “อำนาจสูงสุด” ในการกำหนดทิศทางการเมืองของฝรั่งเศส

แม้สุดท้ายพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงยอมผ่อนปรนให้มีการประชุมใหม่ที่ฐานันดรทั้ง 3 ประชุมร่วมกัน แต่ขณะเดียวกันก็ทรงเรียกทหารให้มาประจำการรอบกรุงปารีสและพระราชวังแวร์ซาย ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น เพราะผู้แทนฐานันดรที่ 3 ตระหนักได้ทันทีว่า กษัตริย์จะใช้กองทัพยุบสภาแห่งชาติแล้วจับกุมพวกตน จึงเริ่มจัดตั้งกองกำลังป้องกันตัวเองเรียก กองกำลังป้องกันชาติ (Natioanl Guard)
ด้านสมาคมหัวรุนแรงเรียกว่า พวกชองกูลอต (Sans-culottes) ที่เป็นการร่วมกลุ่มของกรรมกร นายช่าง และเจ้าของร้านค้าในกรุงปารีส ก็เริ่มจัดเตรียมอาวุธป้องกันตัวเช่นกัน พวกเขาได้บุกยึดปืนยาว และปืนใหญ่จากคลังอาวุธทหาร ตามมาด้วยเหตุการณ์บุกคุกบาสตีย์อันโด่งดังเพื่อเอาดินปืน ทำให้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงกับทหารผู้คุมเรือนจำจนต้องสังเวยชีวิตไป 98 ราย
สถานการณ์ลุกลามบานปลายทันที ประชาชนพากันโกรธแค้น และลุกฮือจับตัวผู้บัญการเรือนจำมาประชาทัณฑ์ และตัดศีรษะเสียบประจาน การจลาจลภายในกรุงปารีสทำให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงหวาดวิตกจนต้องยอมสั่งถอนกำลังทหาร และยอมรับการจัดตั้งสภาเทศบาล หรือ คอนมูนปารีส (Commune of Paris) ในวันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1789

แต่ข่าวความวุ่นวายในกรุงปารีสที่แพร่ออกไปทำให้ชาวนาที่เผชิญปัญหาปากท้องอยู่แล้วพากันออกมาเคลื่อนไหวทั่วประเทศ นำมาสู่การยกเลิกระบบฟิวดัล และอภิสิทธิ์ต่าง ๆ ของชนชั้นสูงในสังคม รวมถึงการสิ้นสุดของสภาฐานันดร เพื่อจัดระบบการบริหารประเทศใหม่
แล้วระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ก็สิ้นสลาย เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติประกาศให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 พ้นจากพระราชอำนาจ และเปลี่ยนประเทศเป็นระบอบสาธารณรัฐในวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 1792
นักประวัติศาสตร์บางกลุ่มเลยถือว่า อรุณรุ่งแห่งการปฏิวัติฝรั่งเศส เริ่มต้นจากการประชุมของสามัญชน ที่ “สนามเทนนิส” พระราชวังแวร์ซาย เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน นั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม :
- ทหารใช้ “ปืนใหญ่พระนารายณ์” ถล่มป้อมบาสตีย์ ในการปฏิวัติฝรั่งเศส ?
- ปฏิวัติฝรั่งเศส 1789 : เมื่อความหิวโหยจากฟ้าประทาน สั่นคลอนบัลลังก์บูร์บง
- 5 พ.ค. 1789 พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 เปิดการประชุมสภาฐานันดร
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
อนันต์ชัย เลาหะพันธุ. (2560). ยุโรปสมัยใหม่ ค.ศ. 1492-1815. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2569




