“เจ้านายวังหน้าหลนปลาร้าใส่ไข่” ประโยคที่ชาววังหลวงล้อเลียนชาววังหน้า สมัยรัชกาลที่ 5

พระอุโบสถ วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) ตรงมุมของพระอุโบสถ มีเก๋งจีน สร้างอย่างศาลาทิศ เป็นที่ประดิษฐานพระอัฐิพระราชวงศ์ในพระราชวังบวรสถานมงคล (ภาพถ่ายเก่าจาก สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร)

“เจ้านายวังหน้าหลนปลาร้าใส่ไข่” ประโยคที่ชาววังหลวงล้อเลียนชาววังหน้า สมัยรัชกาลที่ 5

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) มีบรรยากาศคุกรุ่นระหว่าง “ชาววังหลวง” คือ ข้าราชการฝ่ายวังหลวง กับ “ชาววังหน้า” คือ ข้าราชการฝ่ายวังหน้าในสังกัดกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ซึ่งทรงเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล หรือ “วังหน้า” ในสมัยนั้น

พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เดิม คือ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ พระบิดา กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ เจ้านายวังหน้าหลนปลาร้าใส่ไข่
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชบิดาของกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ

ทำไมถึงเกิดบรรยากาศเช่นนี้?

ตามโบราณราชประเพณี ตำแหน่งวังหน้าหรือว่าที่พระมหากษัตริย์องค์ต่อไป พระมหากษัตริย์จะเป็นผู้ทรงแต่งตั้ง โดยจะทรงคัดเลือกพระราชอนุชาในพระองค์ให้ขึ้นเป็นวังหน้า

ทว่าวังหน้าในรัชกาลที่ 5 พระมหากษัตริย์ไม่ได้ทรงแต่งตั้ง แต่ผู้แต่งตั้ง คือ “ขุนนาง” เปี่ยมอำนาจมากบารมีอย่าง สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)

ผู้ที่สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์เลือกขึ้นมาเป็นวังหน้า คือ พระองค์เจ้ายอดยิ่งยศ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว (วังหน้าในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) ประสูติแต่เจ้าคุณจอมมารดาเอม

เท่ากับว่า กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ วังหน้าในรัชกาลที่ 5 นอกจากจะไม่ได้เป็นพระราชโอรสในพระมหากษัตริย์พระองค์ก่อนแล้ว พระมหากษัตริย์ก็ไม่ได้เป็นผู้ทรงแต่งตั้งอีกด้วย

นี่จึงเป็นสาเหตุหลักประการแรก ที่ทำให้ชาววังหลวงไม่พอใจชาววังหน้า

วังหน้า พระราชวังบวรสถานมงคล พระธิดาวังหน้ารัชกาลที่ 5 เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ เจ้านายวังหน้าหลนปลาร้าใส่ไข่
บริเวณพระราชวังบวรสถานมงคล ที่ประทับของวังหน้า (ภาพถ่ายทางเครื่องบินเมื่อ พ.ศ. 2489)

ประการต่อมาเป็นเรื่องการรับราชการฝ่ายวังหน้า ตามธรรมเนียมแล้วครอบครัวข้าราชการจะส่งบุตรกระจายไปรับราชการทั้งวังหลวงและวังหน้า เมื่อวังหน้าทิวงคต ข้าราชการวังหน้าก็สามารถมารับราชการวังหลวงได้โดยไม่เกิดปัญหา

อย่างไรก็ตาม พระปิ่นเกล้า พระบิดาในกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ทรงเป็นวังหน้าอยู่นานราว 15 ปี ทำให้ข้าราชการในพระองค์มีความผูกพันและมีความรู้สึกเป็นพวกเดียวกันสูง ขณะเดียวกันช่วงเวลานี้ก็มีข้าราชการใหม่ๆ เข้ารับราชการฝ่ายวังหน้าจำนวนมาก

วิกฤตการณ์วังหน้า กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ เจ้านายวังหน้าหลนปลาร้าใส่ไข่
ติดตาม “สับประวัติศาสตร์ ZAB HISTORY วิกฤตการณ์วังหน้า ไฟไหม้วังหลวง ปฐมบทรัชกาลที่ 5 ยึดคืนพระราชอำนาจ” โดยศิลปวัฒนธรรม ได้ที่นี่

แม้ต่อมาพระปิ่นเกล้าจะสวรรคต และข้าราชการต้องย้ายไปประจำวังหลวง แต่เมื่อมีวังหน้าพระองค์ใหม่ ข้าราชการทั้งหลายก็กลับมาประจำวังหน้าเช่นเดิม ทั้งยังมีความจงรักภักดีอย่างสูงต่อกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ซึ่งเป็นพระราชโอรสในพระปิ่นเกล้า

นอกจากนี้ ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้เพิ่มเครื่องราชูปโภคและตำแหน่งข้าราชการวังหน้าพระราชทานแก่พระปิ่นเกล้า กระทั่งเรียกได้ว่าเทียมพระเจ้าแผ่นดิน ที่สำคัญคือให้ทหารบกและทหารเรือขึ้นกับวังหน้า เมื่อมาถึงยุคของกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ เครื่องยศ บริวาร กำลังทหารบกและทหารเรือ ก็ยังคงอยู่เช่นเดิม

ปัจจัยข้างต้น ค่อยๆ บ่มเพาะความไม่พอใจที่ฝ่ายข้าราชการวังหลวงมีต่อข้าราชการวังหน้า เกิดความรู้สึกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ชาววังหลวงมักดูถูกชาววังหน้าว่าต่ำต้อย รุ่มร่าม เป็นที่มาของคำกลอนล้อเลียนชาววังหน้าว่า “เจ้านายวังหน้าหลนปลาร้าใส่ไข่ เจ้านายวังหลวงเหมือนเจ้าพวงมาลัย” นั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

ฉัตรดาว ลีเชวงวงศ์. การเมืองในราชสำนักฝ่ายใน ในสมัยรัชกาลที่ 5. วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญารัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองและการจัดการปกครอง ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2558


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 22 ธันวาคม 2568