“งานฤดูหนาว” ที่วัดเบญจมบพิตร งานรื่นเริงที่ “เหล่าเจ้านาย” มักมาดูตัวกัน

พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ พระองค์เจ้าสุริยงประยุรพันธ์ุ สมเด็จเจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร พระบาทสมเด็จพระมุงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ งานฤดูหนาว
(จากซ้าย) แถวยืน พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ, พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์, พระองค์เจ้าสุริยงประยุรพันธ์ุ แถวนั่ง สมเด็จเจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร, พระบาทสมเด็จพระมุงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์

“งานฤดูหนาว” ที่วัดเบญจมบพิตร งานรื่นเริงที่ “เหล่าเจ้านาย” มักมาดูตัวกัน

ยิ่งมีฐานันดรศักดิ์สูงเท่าไหร่ การ “เสกสมรส” ก็ยากขึ้นเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีงานที่ให้เหล่าชนชั้นเจ้านายได้พบปะกัน หนึ่งในนั้นคือ “งานฤดูหนาว” ที่วัดเบญจมบพิตร หรือ “งานวัดเบญจฯ” เหตุที่ได้ชื่อว่า “ฤดูหนาว” เพราะงานนี้จัดตรงกับช่วงฤดูหนาวของไทย ซึ่งตอนนั้นยังได้สัมผัสกับความเย็นอย่างยาวนานนั่นเอง

งานวัดเบญจมบพิตร

งานดังกล่าวถือเป็นงานใหญ่ ดังที่ ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย เล่าไว้ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับที่ 7 ปีที่ 25 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2547 บทความ “การมีคู่ครองของชาววัง” ว่าเป็น “งานที่ขึ้นชื่อว่าเป็นงานสำหรับหนุ่มสาวเลือกคู่กัน”

งานนี้จัดขึ้นตั้งแต่สมัยต้นรัชกาลที่ 5 ในงานมีการออกร้านขายของเพื่อหาเงินบำรุงวัด เจ้านายจากทั้งฝ่ายหน้าและในต่างเสด็จไปออกร้านและไปเที่ยว ซึ่งแต่ละพระองค์ล้วนทรงอยู่ในวัยหนุ่มสาว รวมถึงข้าราชการและคหบดีก็ไปงานนี้ด้วย

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (AFP PHOTO)

สำหรับเจ้านายฝ่ายชาย กลุ่มนี้จะทรงเรียนจบจากต่างประเทศและทยอยเสด็จกลับสยามกันในทุกปี หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเล่าว่า “ท่านพวกนี้เปรียบเสมือนเทวดาตกลงมาจากสวรรค์ ความคิดของท่านไม่ยอมให้คลุมถุงชนเป็นแน่”

ด้วยเหตุนี้ งานฤดูหนาวจึงเป็นโอกาสของเจ้านายฝ่ายชายที่จะทรงได้ดูตัวเจ้านายฝ่ายหญิง ที่มีฐานะทางสังคมประมาณกัน

พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ
(จากซ้าย) แถวยืน พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ, พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์, พระองค์เจ้าสุริยงประยุรพันธ์ุ แถวนั่ง สมเด็จเจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร, พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์

ศันสนีย์ เล่าอีกว่า แม้มีงานนี้ แต่การดูตัวของเหล่าเจ้านายก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการที่หญิงและชายจะอยู่ใกล้กันเกินไปเป็นเรื่องไม่งาม ดังนั้นเจ้านายฝ่ายชายจึงทรงมีกลยุทธ์ที่ใช้กันมาก นั่นคือการแสดงความสนใจในสิ่งของหรือสินค้าที่อยู่ในร้านของเจ้านายฝ่ายหญิง

แต่ละพระองค์จะทรงเข้าชม ถามไถ่ เพื่อเป็นหนทางที่จะได้พูดคุยกันบ้าง แต่ทั้งหมดนี้ก็ล้วนแล้วต้องอยู่ในสายตาของผู้ปกครองเจ้านายฝ่ายหญิง หากต้องการแสดงความสนใจอย่างสมจริง ฝ่ายชายก็จะต้องทรงควักกระเป๋าซื้อของนั้น หรือเจ้านายฝ่ายชายบางพระองค์ก็ทรงมีกลยุทธ์ของตนเอง ต่างกันไป

ทว่าก็มีเจ้านายฝ่ายชายบางพระองค์ที่ทรงไม่กล้า สำหรับกลุ่มนี้ เจ้าของบทความ “การมีคู่ครองของชาววัง” เล่าไว้ว่า จะต้องให้ผู้ใหญ่ช่วยเหลือ อย่างคู่ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ กับ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงเฉลิมเขตรมงคล

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ กับ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงเฉลิมเขตรมงคล พร้อมด้วยพระโอรส

เรื่องนี้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ ทรงเล่าให้หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัยฟังว่า

“ในงานออกร้านวัดเบญจมบพิตร เจ้านายหนุ่มๆ อยากดูผู้หญิงก็ไม่กล้า เราต้องจัดการให้ ลุงนั่งอยู่กับพวกหนุ่มๆ หน้าร้าน เรียกสาวๆ เข้าไปรับแจกเงิน บางคนทำดัดจริตกระมิดกระเมี้ยน เพราะมีหนุ่มๆ อยู่ด้วย แต่พอถึงยายบี้ (ทรงหมายถึงพระองค์เจ้าหญิงเฉลิมเขตร์) แกก็ทำหน้าเป๋อ เข้าไปหมอบกราบเอาเงินแจก แล้วยังซ้ำกราบเจ้านายหนุ่มๆ นั้น เสียด้วย สมเด็จชายก็เลยพอพระทัยว่าไม่มีจริต”

การดูตัวในครั้งนั้น ทั้ง 2 พระองค์ก็ได้เสกสมรสกันในเวลาต่อมา

นอกจากคู่ของสมเด็จฯ กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ กับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงเฉลิมเขตรมงคล แล้วนั้น งานฤดูหนาวแต่ละปีก็จะมีข้าหลวงจากหลายตำหนักกราบบังคมทูลออกไปมีเรือนกันอีกหลายคนเลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. “การมีคู่ครองของชาววัง”, ใน ศิลปวัฒนธรรม (พฤษภาคม 2547).

https://www.matichon.co.th/weekly/featured/article_157783


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 ธันวาคม 2568