กรมหลวงสมรรัตนสิริเชษฐ พระราชธิดา ร.4 ผู้อภิบาล “สยามมกุฎราชกุมาร” พระองค์แรกของสยาม

พระองค์เจ้าหญิงโสมาวดี กรมหลวงสมรรัตนสิริเชษฐ
พระองค์เจ้าหญิงโสมาวดี (ภาพ : Wikimedia Commons)

กรมหลวงสมรรัตนสิริเชษฐ พระราชธิดา ร.4 ผู้อภิบาล “สยามมกุฎราชกุมาร” พระองค์แรกของสยาม

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสมรรัตนสิริเชษฐ แรกประสูติคือ พระองค์เจ้าหญิงโสมาวดี ทรงเป็นพระราชธิดาใน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ประสูติแต่ เจ้าจอมมารดาเที่ยง เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2395 หรือหลังรัชกาลที่ 4 ทรงขึ้นครองราชย์ได้ 1 ปีกว่า

พระองค์เจ้าหญิงโสมาวดี กรมหลวงสมรรัตนสิริเชษฐ
พระองค์เจ้าหญิงโสมาวดี (ภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ในเว็บไซต์ KMUTT Library)

กล่าวกันว่า พระองค์ทรงเป็นพระราชธิดาที่ได้รับพระเมตตาและเป็นที่โปรดปรานในรัชกาลที่ 4 เป็นอย่างยิ่ง เนื่องด้วยทรงมีกิริยามารยาทงดงาม นุ่มนวล มีน้ำพระทัยกว้างขวาง โอบอ้อมอารี ทั้งยังทรงพระปรีชาสามารถด้านหนังสือเป็นเลิศ

เหตุการณ์ที่เป็นประจักษ์พยานถึงเรื่องดังกล่าวได้เป็นอย่างดี คือเมื่อครั้งรัชกาลที่ 4 ทรงพระประชวร หลังเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสุริยุปราคา ที่หว้ากอ ประจวบคีรีขันธ์ ทรงไว้วางพระราชหฤทัยให้พระราชธิดาพระองค์นี้รับใช้ใกล้ชิดทั้งเรื่องส่วนพระองค์และกิจการบ้านเมือง

ปรากฏในบันทึกประจำวัน ที่ เจ้าพระยามหินทรศักดิธำรง บรรยายรายละเอียดพระอาการประชวร และเรื่องราวระหว่างทรงพระประชวร เช่น เมื่อวันเสาร์ เดือน 11 ขึ้น 10 ค่ำ ได้บันทึกว่า

“–ดูรู้สึกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระกิริยาอาการกระปรี้กระเปร่าแข็งแรงขึ้น จึงรับสั่งว่า ‘แม่โสมจ๋าขอน้ำพ่อกินที’–”

เมื่อรัชกาลที่ 4 ใกล้สวรรคต เจ้าพระยามหินทรศักดิธำรงบันทึกเหตุการณ์ช่วงนั้นไว้ว่า

“–แม่หนูโสมจ๋า ขอผ้าขาวชุบน้ำมาซับตาให้พ่อ”

นอกจากนี้ ยังมีบันทึกไว้อีกด้วยว่า

“–พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวดำรัสสั่งให้เขียนกระแสร์รับสั่งพระราชทานให้พระองค์เจ้าหญิงโสมาวดี อัญเชิญออกมายังที่ประชุมพระราชวงศ์ และเสนาบดี พระนางได้อัญเชิญพระรับสั่งไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคม (พระที่นั่งองค์นี้อยู่ในพระบรมมหาราชวัง-ผู้เขียนบทความออนไลน์) และทรงอ่านต่อหน้าที่ประชุม–”

ต่อมา เมื่อ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ ทรงขึ้นครองราชย์เป็น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ก็ทรงมีพระเมตตาต่อพระพี่นางพระองค์นี้เสมอมา

กรมหลวงสมรรัตนสิริเชษฐ พระอภิบาล สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารมหาดเล็ก ทรงสายสะพายมหาวราภรณ์ (มหาวชิรมงกุฎ) คาดสายรัดพระองค์ และสายสะพายสายคันชีพทับสายสะพาย (ภาพ : สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

พระองค์ทรงเห็นถึงพระปรีชาสามารถด้านหนังสือและพระจริยวัตรอันงดงาม จึงโปรดให้กรมหลวงสมรรัตนสิริเชษฐทรงเป็นพระอภิบาล สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชโอรสในพระองค์ ที่ประสูติแต่สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี

สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ทรงใกล้ชิดและผูกพันกับพระองค์เจ้าหญิงโสมาวดี ที่พระองค์ทรงขานพระนามว่า “ป้าโสม” อย่างยิ่ง ดังที่พระองค์ทรงบันทึกถึงไว้หลายครั้งหลายคราวด้วยกัน เช่น

“–เราตื่นนอนเช้า แต่งตัวใส่เสื้อกับกางเกงขาว ป้าโสมรับไปที่บน–”

“–ป้าโสมปลุกสามโมง กินข้าวแล้วแต่งตัว ใส่เสื้อปักทองนุ่งผ้าม่วงใส่สายสร้อย–”

“–เราไปกินข้าวที่โต๊ะหินหลังห้องสมเด็จแม่ เราพลาดเก้าอี้ลงมา ป้าโสมรับไว้ เราไม่เจ็บ–”

นอกจากทรงอภิบาลสยามมกุฎราชกุมารพระองค์แรกของสยามในแง่ชีวิตประจำวันเป็นอย่างดีแล้ว ยังทรงถ่ายทอดวิชาความรู้ถวายสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ เพื่อให้ทรงสามารถนำไปใช้ในภายภาคหน้า ดังที่สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ทรงบันทึกว่า

“–เราเลยไปห้องสมเด็จแม่ ให้ป้าโสมเล่านิทาน เรานอนหลับบนพระแท่นสมเด็จแม่ของเรา–”

“–เรากลับมาตำหนัก นอนฟังป้าโสมอ่าน รามเกียรติ์

“–เรากลับมาตำหนักตอนสี่ทุ่ม ฟังป้าโสมอ่านหนังสือ สามก๊ก–”

“–เย็นเราอาบน้ำแล้วเข้าไปนอนฟังหนังสือ พงศาวดารเขมร แล้วเราให้ป้าโสมเล่าถึงราชทูตออกไปเมืองลอนดอนแต่ครั้งแผ่นดินทูลหม่อมปู่–”

“–แล้วเราทูลลากลับตำหนัก ฟังป้าโสมเล่าถึงแผ่นดินพระพุทธยอดฟ้า–”

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสมรรัตนสิริเชษฐ ทรงเป็นที่รักและเคารพนับถือของพระบรมราชวงศ์อย่างยิ่ง พระองค์ดำรงพระชนม์ยืนยาวถึง 4 แผ่นดิน โดยสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2474 พระชันษา 79 ปี

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. ลูกแก้วเมียขวัญ “สตรีคู่พระทัย” ในราชสำนักสยาม. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ: มติชน, 2566.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2568