| ผู้เขียน | ธนกฤต ก้องเวหา |
|---|---|
| เผยแพร่ |
กุศโลบายลองใจ ? เมื่อรัชกาลที่ 4 ทรง “จัดฉาก” ให้ 3 เจ้านายชั้นผู้ใหญ่ต้องมาปฏิญาณตนต่อหน้า “พระแก้วมรกต” ว่าจะไม่ทรงแย่งราชบัลลังก์จากสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์ใหญ่ หรือภายหลังคือ รัชกาลที่ 5
เป็นที่ทราบกันว่า ธรรมเนียมการสืบราชสมบัติของพระบรมราชวงศ์จักรีในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ไม่ได้มีแบบแผนแน่นอนว่าหากรัชกาลปัจจุบันเสด็จสวรรคต ราชบัลลังก์ต้องตกทอดสู่พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ แต่จะเป็นการหารือกันระหว่างพระบรมวงศานุวงศ์กับขุนนางชั้นผู้ใหญ่ (โดยเฉพาะสกุลบุนนาค) เพื่อเลือกเจ้านายผู้ทรงเหมาะสมที่สุดให้ขึ้นเสวยราชย์ เรียกรูปแบบนี้ว่า “อเนกชนนิกรสโมสรสมมติ”
แม้ไม่มีระบุธรรมเนียมดังกล่าวไว้ในกฎมณเฑียรบาล แต่เราเห็นแนวทางข้างต้นได้ชัดเจนมากจากกรณีการเลือกรัชกาลที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ขึ้นเสวยราชย์

ตลอดรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) พระองค์มิได้ทรงกำหนดองค์รัชทายาทผู้สืบราชสมบัติไว้แต่อย่างใด แต่เชื่อได้ว่าทรงมีความปรารถนาที่จะให้ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ (รัชกาลที่ 5) พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ ได้เสวยราชย์ต่อจากพระองค์อยู่ ทั้งนี้ก็สุดแต่ว่าในอนาคตคณะที่ประชุมเจ้านายและขุนนางจะเห็นพ้องเลือกใคร
เพราะเมื่อครั้งทรงสถาปนาเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ทรงกรมเป็น “กรมหมื่นพิฆเนศวรสุรสังกาศ” เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2409 มีพระราชดำรัสถึงเจ้านาย 4 พระองค์ ได้แก่ “กรมหมื่นพิฆเนศวรสุรสังกาศ กรมหมื่นบำราบปรปักษ์ กรมหมื่นวรจักรธรานุภาพ และกรมหมื่นอักษรสาสนโสภณ” ทรง “เปรย” ว่าหากพระองค์ใดพระองค์หนึ่งได้เสด็จเถลิงราชย์ “จะมิได้ทรงรังเกียจเดียดฉันท์เลย”
กระทั่งปลายพระชนมชีพ เชื่อว่ารัชกาลที่ 4 ทรงตระหนักพระราชหฤทัยว่า หากพระราชโอรสได้สืบราชสมบัติต่อจริง ๆ จะเป็นการดีกว่าถ้าได้แรงสนับสนุนจากพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ด้วย เป็นที่มาของการให้เจ้านาย 3 พระองค์ มาปฏิญาณตนต่อหน้าพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ “พระแก้วมรกต” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ณ พระอุโบสถวัดพระแก้ว

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงบันทึกไว้ใน “พระราชประวัติรัชกาลที่ ๕ ก่อนเสวยราชย์” โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงเล่าพระราชทานไว้ ดังนี้ [เว้นวรรคคำ ปรับย่อหน้าใหม่ และเน้นคำเพิ่มเติมโดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม]
“ในปีเถาะ พ.ศ. ๒๔๑๐ เมื่อพระราชทานเพลิงพระศพ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้ว โปรดให้เลื่อนกรมเจ้านายเนื่องในเหตุที่พระมหาอุปราชสวรรคตตามราชประเพณีซึ่งเคยมีมา
เจ้านายซึ่งโปรดให้เลื่อนกรมครั้งนั้นมี ๔ พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ามหามาลา เป็น กรมขุนบำราบปรปักษ์ พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นวรจักรธรานุภาพ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอกรมหมื่นราชสีหวิกรม สองพระองค์หลังนี้เป็นกรมขุนคงพระนามเดิม
ส่วนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (เดิมทรงพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นพิฆเรศวรสุระสังกาศ) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงเปลี่ยนพระนามกรมเป็น กรมขุนพินิตประชานาถ ด้วยทรงพระราชดำริว่า กรมมเหศวรศิววิลาศ กรมวิษณุนาถนิภาธร พระชันษาไม่ยั่งยืน จะเป็นด้วยพระนามพ้องกับนามของพระเป็นเจ้าในไสยศาสตร์ จึงทรงเปลี่ยนพระนามกรมหมื่นพิฆเนศวรสุระสังกาศ เป็นกรมขุนพินิจประชานาถ
เวลาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวดำรัสสั่งให้เลื่อนกรมเจ้านายครั้งนั้น เสด็จประทับที่ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสนาราม เมื่อทรงสั่งแล้วมีพระราชดำรัสให้หาเจ้านายทั้ง ๔ พระองค์นั้นเข้าไปเฝ้า ณ ที่รโหฐานตรงหน้าพระพุทธรูป แล้วมีพระราชดำรัสว่าจะทรงปฏิญาณเฉพาะพระพักตร์พระมหามณีรัตนปฏิมากรว่าเจ้านายซึ่งจะเป็นกรมขุน ๔ พระองค์นี้ ถ้าใครได้ครองราชสมบัติต่อไป ไม่ทรงรังเกียจเลย
เจ้านาย ๓ พระองค์ ต่างกราบทูลถวายปฏิญาณว่า มิได้ทรงคิดมักใหญ่ใฝ่สูง ตั้งพระหฤทัยแต่จะสนองพระเดชพระคุณช่วยทำนุบำรุงสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอให้ได้รับราชสมบัติสืบไป”

ไม่ว่าจะทรง “ตั้งใจ” จัดฉาก เพื่อลองพระทัยพระญาติวงศ์หรือไม่ แต่ก็เป็นอันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทรงได้รับคำมั่นสัญญาจากพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ถึง 3 พระองค์ว่า จะให้การสนับสนุนสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ กรมขุนพินิตประชานาถ เป็นพระมหากษัตริย์อย่างแน่นอน และเป็นเครื่องการันตีอยู่กลาย ๆ ว่าจะไม่เกิดการแย่งราชสมบัติขึ้นหลังพระองค์เสด็จสวรรคต
ท้ายที่สุด ทั้งกรมขุนบำราบปรปักษ์และกรมหมื่นวรจักรธรานุภาพ ก็ทรงให้การสนับสนุนรัชกาลที่ 5 เสด็จขึ้นครองราชสมบัติดังที่ทรงตั้งปฏิญาณไว้ ส่วนกรมหมื่นราชสีหวิกรมนั้นประชวรไข้และสิ้นพระชนม์ไปก่อนรัชกาลที่ 4 เสด็จสวรรคต 6 วัน

อ่านเพิ่มเติม :
- “เจ้านาย” ที่ ร.4 ยินดีให้เป็นกษัตริย์ต่อจากพระองค์ มิได้เจาะจงแค่ “เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์”
- รัชกาลที่ 3 กับพระราชดำริถึงผู้สืบราชสมบัติ ก่อนบัลลังก์ตกทอดสู่พระอนุชาธิราช (ร.4)
- “อเนกชนนิกรสโมสรสมมติ” คติสืบสันตติวงศ์กรุงรัตนโกสินทร์ คืออะไร มีกษัตริย์องค์ใดบ้าง?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา, ดร. (2528). วังท่าพระ กรมช่างสิปป์หมู่ และเรื่องพิศดารอื่น ๆ. กรุงเทพฯ : หจก. ป.สัมพันธ์พาณิชย์. ที่ระลึกงานฌาปนกิจศพ หม่อมราชวงศ์หญิงทวีลาภา ปูรณะสุคนธ (ชุมสาย) พ.ศ. 2528.
คึกฤทธิ์ ปราโมช, พล.ต. ม.ร.ว. (2538). โครงกระดูกในตู้. กรุงเทพฯ : อมรินทร์. อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ศาสตราจารย์ พลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ป.จ., ม.ป.ช., ม.ว.ม. เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส, 23 ธันวาคม พ.ศ. 2538.
ธนกฤต ก้องเวหา. “อเนกชนนิกรสโมสรสมมติ” คติสืบสันตติวงศ์กรุงรัตนโกสินทร์ คืออะไร มีกษัตริย์องค์ใดบ้าง?. 12 มิถุนายน 2567. (ออนไลน์)
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 กันยายน 2568





