“ปราสาทตาเมือนธม” ร่องรอยแห่งศรัทธากว่า 1,000 ปี ที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

ปราสาทประธาน ปราสาทตาเมือนธม อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์
ปราสาทประธาน ปราสาทตาเมือนธม

ปราสาทตาเมือนธม อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ปราสาทหินอายุกว่าพันปี ตั้งอยู่บนพื้นที่เปราะบางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และกลายเป็นกระแสสังคมแทบทุกครั้งเมื่อมีการจุดชนวนความขัดแย้งไทย-กัมพูชาขึ้น

แต่พอความสนใจมุ่งไปที่ข้อพิพาทและประเด็นทางการเมือง มิติด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดีก็มักจะถูกละเลยและลืมเลือน ทั้งที่พื้นที่และปราสาตาเมือนธมคือประจักษ์พยานชั้นดีของ “พลังศรัทธา” ที่สืบเนื่องมากว่าพันปีเลยทีเดียว 

ปราสาทประธานของปราสาทตาเมือนธมซึ่งมีมณฑปต่อยื่นออกมาทางด้านหน้า

ประเด็นนี้ รศ. ดร. รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง เคยเล่าไว้ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับมิถุนายน 2554 ว่า ปราสาทตาเมือนธมตั้งอยู่บริเวณ “ช่องตาเมือน” ช่องเขาสำคัญของเทือกเขาพนมดงรัก เส้นทางติดต่อระหว่างศูนย์กลางการเมืองการปกครองเมืองพระนครกับชุมชนใหญ่ ๆ ในภาคอีสานของไทย อาทิ ชุมชนบริเวณเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ชุมชนเมืองพิมาย จังหวัดนครราชสีมา

สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ. 1724-1762) พระองค์โปรดให้สร้าง “บ้านมีไฟ” หรือที่พักคนเดินทางตามเส้นทางสายต่าง ๆ ทั่วอาณาจักร หนึ่งในนั้นคือเส้นทางเชื่อมระหว่างเมืองพระนครกับเมืองพิมาย ซึ่งต้องผ่านช่องตาเมือน จึงมีบ้านมีไฟบนเส้นทางนี้ถึง 17 หลัง สะท้อนการเป็นเส้นทางสำคัญในอดีต

โบราณวัตถุที่พบ

หลักฐานเก่าที่สุดเท่าที่พบบริเวณปราสาทนี้ ได้แก่ จารึกปราสาทตาเมือนธม 1 เขียนบนพื้นหินภายในลานปราสาทด้วยอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต กำหนดอายุได้ประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 13 เนื้อความเกี่ยวข้องกับความเชื่อในศาสนาพราหมณ์และการบูชาให้พระศิวะ ทำให้เชื่อได้ว่าพื้นที่แห่งนี้เคยถูกใช้เป็นเทวสถานของพระศิวะ

นอกจากนี้ ยังพบจารึกอีกจำนวนมาก ทำให้ทราบกิจกรรมต่าง ๆ ที่กระทำกันในสถานที่แห่งนี้ในระดับหนึ่ง เช่น จารึกปราสาทตาเมือนธม 9 ระบุมหาศักราชตรงกับ พ.ศ. 1421 ชี้แจงเรื่องที่ดินของศาสนสถานตามทิศต่าง ๆ ที่มีอยู่ในรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 3 (พ.ศ. 1393-1420) และภายหลังจากที่พระองค์สวรรคตไปแล้ว

จารึกปราสาทตาเมือนธม 4 ระบุมหาศักราชตรงกับ พ.ศ. 1556 รัชกาลพระเจ้าสูรยวรมันที่ 1 (พ.ศ. 1553-1593) เนื้อหาตอนหนึ่งกล่าวถึงการถวายที่ดินและปักหลักเขตที่ดินของศาสนสถานแห่งนี้ การถวายสิ่งของเพื่อสักการบูชาเทพเจ้า

จารึกปราสาทตาเมือนธม 5 ระบุมหาศักราชตรงกับ พ.ศ. 1563 รัชกาลพระเจ้าสูรยวรมันที่ 1 เนื้อความตอนหนึ่งกล่าวถึงการถวายสิ่งของและข้าทาสให้เทพเจ้า

ข้อมูลจากจารึกเหล่านี้สะท้อนความสำคัญของปราสาทตาเมือนธมในฐานะศูนย์กลางความเชื่อความศรัทธา ทั้งระดับชุมชนและระดับราชอาณาจักร เพราะกล่าวถึงกษัตริย์พระองค์ต่าง ๆ ถวายสิ่งของหรือที่ดินแก่ศาสนสถานอยู่เนือง ๆ

อย่างไรก็ตาม ปราสาทดั้งเดิมที่เก่าถึงพุทธศตวรรษที่ 12-13 (ร่วมสมัยกับจารึกปราสาทตาเมือนธม 1) ไม่เหลือให้เห็นแล้ว ส่วนปราสาทตาเมือนธมที่เห็นกันในปัจจุบันสร้างขึ้นเมื่อราว พ.ศ. 1500-1600 หรือเมื่อ 1,000 ปีก่อน สังเกตได้จากลวดลายที่พบตามส่วนต่าง ๆ ของปราสาทเป็นศิลปะเขมรแบบบาปวน

รุ่งโรจน์จึงสันนิษฐานว่า ปราสาทองค์นี้สร้างทดแทนปราสาทองค์ที่เก่ากว่า ส่วนรูปเคารพประธาน คือ “สวยัมภูลึงค์” เป็นสิ่งที่มีมาแต่เดิม

สวยัมภูลึงค์ คือหินธรรมชาติรูปลักษณ์คล้ายอวัยวะเพศชาย ตามความเชื่อในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ถือว่าเกิดขึ้นจากพระประสงค์ของพระศิวะ ทำให้ลึงค์ประเภทนี้มีความศักดิ์สิทธิ์และได้รับการนับถือบูชาเป็นอย่างยิ่ง

สวยัมภูลึงค์ประดิษฐานอยู่ภายในห้องครรภคฤหะ (ห้องประดิษฐานรูปเคารพสูงสุด) ของปราสาทประธาน ถูกขัดแต่งให้อยู่ในผังกลม เจตนาให้เป็นรูปลักษณ์ของปลายลึงค์เชื่อมเป็นชิ้นเดียวกันกับพื้นห้อง (โยนี) คือพื้นหินธรรมชาติที่รองรับตัวปราสาท

จารึกที่พบจากปราสาทแห่งนี้เอ่ยถึงการถวายที่ดินและสิ่งของแก่ “พระกัมรเตงชคัตศิวบาท” ตามความเห็นของรุ่งโรจน์ เป็นไปได้ว่านี่คือพระนามของสวยัมภูลึงค์

ปรางค์ประธานปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์

ตัวโบราณสถาน

ปราสาทตาเมือนธมหันหน้าไปทางทิศใต้ สิ่งที่หลงเหลือมาจนปัจจุบันคือปราสาทประธานมีมณฑปต่อยื่นออกมาด้านหน้า ปราสาทบริวาร 2 องค์ด้านหลัง มีอาคารรูปสี่เหลี่ยม ร่องรองหลุมเสา และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ กระจายตัวอยู่โดยรอบ

ทั้งหมดปิดล้อมด้วยแนวระเบียงคด นอกแนวระเบียงคดทางด้านทิศใต้มีบันไดทางขึ้นสู่ศาสนสถาน แม้โครงสร้างจะแล้วเสร็จ แต่ลวดลายสลักมีสมบูรณ์แค่บริเวณห้องประดิษฐานรูปเคารพประธานเท่านั้น ส่วนอื่น ๆ ของปราสาทยังสลักไม่แล้วเสร็จ อาจเป็นไปได้ว่าช่างสลักมีจำนวนน้อยและมีความจำเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งจึงต้องละทิ้งงานไป

รุ่งโรจน์ชี้ว่า ความสำคัญของปราสาทยังคงมีอยู่สืบเนื่องต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 18 หรือสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพราะตั้งอยู่บนเส้นทางราชมรรคาที่เชื่อมระหว่างเมืองพระนครกับเมืองพิมาย ในระยะนี้ยังมีการสร้างปราสาทสำคัญ 2 องค์ตามพระราชโองการ คือ ปราสาทตาเมือนและปราสาทตาเมือนโต๊จ ศาสนสถานประจำที่พักคนเดินทางและอโรคยศาลตามลำดับ อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปราสาทตาเมือนธมไม่ไกลนัก

เหล่านี้เป็นประจักษ์พยานความรุ่งเรืองของชุมชนโบราณที่มีปราสาทตาเมือนธมเป็นศูนย์กลางความเชื่อถือศรัทธาได้เป็นอย่างดี เป็นความศรัทธาต่อเทพเจ้า โดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นผู้คนจากดินแดนใด

กระทั่งเกิดเส้นแบ่งดินแดนโดยใช้เทือกเขาพนมดงรักเป็นแนวเขตแดนธรรมชาติ ปราสาทตาเมือนธมซึ่งอยู่ใกล้เส้นพรมแดนจึงกลายเป็นชนวนความขัดแย้ง เส้นเขตแดนที่ตัดผ่านป่าไร้ผู้คนกลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย คุณค่าแท้จริงของปราสาทที่โยงใยอยู่กับความเชื่อความศรัทธาของคนโบราณเป็นอันต้องมลายหายไป

พอเป็นเช่นนั้น สันติสุขจึงยากจะเกิด…

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 มิถุนายน 2568