23 ม.ค. หมิงไท่จู จากลูกชาวนาสู่การสถาปนาเป็นปฐมจักรพรรดิราชวงศ์หมิง

ภาพวาดปฐมจักรพรรดิราชวงศ์หมิง (ภาพจาก National Palace Museum)

23 มกราคม ค.ศ. 1368 : หมิงไท่จู จากลูกชาวนาผู้ยากจน สู่การสถาปนาเป็นปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิง

ย้อนกลับไปในช่วงคริสต์ศักราช 1352 พระสงฆ์รูปหนึ่งได้เดินทางมาเพื่อเข้าร่วมกับกองทัพกบฏชาวนาโดยการนำของกวอจื่อซิ่ง ภายหลังจากยึดเมืองหาวโจวได้สำเร็จ สภาพของพระสงฆ์ในขณะนั้นเครื่องแต่งกายขาดรุ่งริ่ง รูปร่างที่สูงใหญ่ ใบหน้าเหลืองซูบซีด แต่ดวงตากลับวาวแววมีพลัง ด้วยลักษณะทั้งหมดทำให้เขาได้เข้าร่วมกับกองทัพพร้อมกับได้รับชื่อใหม่ว่า จูหยวนจาง

การตัดสินเข้าร่วมกองทัพกบฏชาวนากลายเป็นจุดเริ่มต้นของชายนักบวชผู้แร้นแค้นสู่หน้าประวัติศาสตร์แห่งแผ่นดินมังกรในฐานะจักรพรรดิผู้ก่อตั้งราชวงศ์หมิงและจอมทรราชผู้สังหารขุนนางที่เป็นประโยชน์ต่อแผ่นดิน

เดิมเขามีชื่อว่า จูจ้งปา เป็นบุตรของจูอู่ซื่อ ชาวนาผู้ยากจนข้นแค้น ที่เมืองจงหลี (ปัจจุบันอยู่ทางตะวันอกของเมืองเฟิ่นหยางในมณฑลอันฮุย) กระทั่งเกิดโรคระบาดในเมือง พ่อ แม่ และพี่ชายของเขาเสียชีวิตหมด สถานะในตอนนั้นเขากลายเป็นเด็กกำพร้า ต้องออกบวชเพื่อเดินบิณฑบาตประทังชีวิตถึง 3-4 ปี จนเมื่อเขาได้เข้าร่วมกับกองทัพกบฏหลังจากได้ยินข่าวการมาเยือนของกองทัพที่บ้านเกิดของเขา

จูจ้งปาภายใต้นามใหม่ว่า จูหยวนจาง ไต่ขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการฝ่ายซ้ายภายใต้อำนาจของหานหลินเอ๋อ ผู้สถาปนาและครองแคว้นซ่ง เมื่อกวอจื่อซิ่งจากไปด้วยอาการป่วยหนัก จูหยวนจาง จึงได้ขึ้นมาบัญชากองทัพของเขาแทน ในปีค.ศ. 1355 แต่การเป็นผู้แต่บังคับบัญชาเหมือนยังไม่ใช่ทางสำหรับเขา

จูหยวนจาง รวบรวมกำลังพลโจมตีไท่ผิงลู่ (ปัจจุบันอำเภอตางถูในมณฑลอันฮุย) แล้วจัดตั้งกองทัพโดยยกตนเองขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหาร จนเมื่อค.ศ. 1356 จูหยวนจางได้รับชัยชนะเหนือกองทัพหยวนที่เมืองไฉ่สือ (ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเขาหม่าอัน มณฑลอันฮุย ในปัจจุบัน) อีก 3 เดือนต่อมาจูหยวนจานตีเมืองจี๋ชิงพร้อมกับเปลี่ยนชื่อเมืองเป็นจังหวัดอิงเทียน (เมืองหนานจิงในปัจจุบัน)

ค.ศ. 1363 จูหยวนจางก็ได้รับชัยชนะจากการทำยุทธนาวีกับกองทัพของเฉินโหย่วเลี่ยงที่ทะเลสาบผอหยาง ถือว่าเป็นสงครามทางเรือที่ใช้กลศึกแบบเดียวกับสงครามชื่อปี้ (ศึกผาแดง) เมื่อ 1,000 ปีก่อน นับเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่และเป็นการกำจัดอุปสรรคของจูหยวนจางออกไปได้สำเร็จ

ค.ศ.1367 กองทัพของจูหยวนจาง นำโดยสวีต๋าและฉางอวี้ชุน ขับไล่อิทธิพลของพวกมองโกเลียออกไปได้สำเร็จ ราชวงศ์หยวนที่ปกครองแผ่นดินในเวลานั้นเป็นอันล้มสลาย จูหยวนจางขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิที่จังหวัดอินเทียน ใช้ต้าหมิงเป็นชื่อราชวงศ์ และใช้ชื่อรัชสมัยว่าหงอู่ ตามชื่อของตนในสถานะจักรพรรดิว่า จักรพรรดิหงอู่ หรือ หมิงไท่จู่ จูหยวนจาง ในปี ค.ศ. 1368

แม้ว่า จักรพรรดิหงอู่ หรือ หมิงไท่จู่ จูหยวนจาง จะเป็นปฐมจักรพรรดิของราชวงศ์หมิงแห่งแผ่นดินจีนอันมีกองทัพที่แข็งแกร่งจนสามารถไล่ต้อนมองโกเลียเสียราบคาบ แต่ในรัชสมัยของพระองค์นั้นกลับเต็มไปด้วยการหลั่งเลือด

ขุนนางและข้าราชการถูกสังหารไปจำนวนมาก สืบเนื่องจากพระองค์ไม่ไว้ใจใคร แม้แต่สวีต๋า ผู้เป็นพระสหายในวัยเยาว์เองก็ต้องจบชีวิตลง ในขณะนั้นสวีต๋าป่วย พระองค์ได้ให้ขันทีนำอาหารพระราชทานไปให้ สวีต๋าคิดว่าพระองค์ทรงเป็นห่วงตน แต่เมื่อเปิดออกดูกลับต้องตกใจเพราะเป็นห่านพะโล้ซึ่งเป็นของแสลงกับโรคที่ตนเป็น สวีต๋ารู้ทันทีว่ากษัตริย์จูหยวนจางต้องการให้ตนตาย เขาจึงกินอาหารที่ได้พระราชทานมาทั้งน้ำตาและไม่กี่วันต่อมาเขาก็ได้เสียชีวิตในปีค.ศ. 1385


อ้างอิง

หลี่เฉวียน. เขมณัฏฐ์ ทรัพย์เกษมชัย, แปล. ประวัติศาสตร์จีนฉบับย่อ. กรุงเทพฯ : มติชน, 2556

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป