ธนิต อยู่โพธิ์ เล่าเรื่อง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับพระแสงดาบที่ขุดได้จากกรุวัดราชบูรณะ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงจับพระแสงดาบ ที่ขุดพบจากกรุวัดราชบูรณะ อยุธยา (ภาพจาก หนังสือ ภูมิแผ่นดินมรดกไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับการเสด็จพระราชดำเนินแหล่งมรดกไทย. 2554)

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงให้ความสนพระทัยโบราณวัตถุเป็นอย่างยิ่ง ได้เสด็จไปทอดพระเนตรบรรดาของที่ขุดได้จากกรุวัดราชบูรณะ ณ กองกำกับการตำรวจภูธร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๐

หลังจากทอดพระเนตรเสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปประทับเพื่อเสวยพระกระยาหารกลางวัน ณ บริเวณ วังโบราณ ในวันนั้น นายธนิต อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอย่างใกล้ชิด และได้เล่าถึงเหตุการณ์สำคัญยิ่งในวันดังกล่าวว่า

“มีประชาชนมาเฝ้ารับเสด็จเต็มไปหมด พระองค์ประทับเสวยบนเสื่อจันทรบูร ใต้ร่มมะขาม พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากรให้นายธนิต อยู่โพธิ์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่ใกล้ๆ เผื่อพระองค์จะมีรับสั่งถาม ระหว่างเสวยก็ทอดพระเนตรไปรอบๆ รับสั่งว่า เอ๊ะทำไมคนมากมาย

กราบทูลว่า ชาวบ้านเขาพากันจะมาดูการทรงถอดพระแสงดาบที่ขุดได้จากวัดราชบูรณะ

รับสั่งว่า สนิมจับอย่างนั้นใครจะถอดออก

กราบทูลว่า  ชาวบ้านพูดกันเช่นนั้น จึงกราบบังคมทูลให้ทรงทราบ

รับสั่งว่า นี่เขามีน้ำมันกัดสนิมนะ เอาน้ำมันนั่นมาหยอดสิ

กระแสพระราชดำรัสวันนั้น คือ พระราชดำรัสที่ก่อให้เกิดการสงวนรักษาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ตามอย่างวิทยาการสมัยใหม่ แสดงว่าพระองค์ทรงทราบเกี่ยวกับวิทยาการสงวนรักษาโบราณวัตถุเป็นอย่างดี จึงได้ทรงแนะนำวิธีการและมิได้ทรงถอดพระแสงโดยที่มิได้ผ่านการศึกษาอย่างเป็นวิชาการเสียก่อนและด้วยกระแสพระราชดำรัสนี้ กรมศิลปากรได้จัดส่งนักวิทยาศาสตร์ไปศึกษาวิชาการสงวนรักษาโบราณวัตถุยังต่างประเทศ ก่อให้เกิดความก้าวหน้าทางวิทยาการในการปฏิบัติงานด้านนี้อย่างดีจนมาทุกวันนี้

 ต่อมา…พระแสงดาบองค์นั้นได้ทอดไว้ ณ ห้อง แสดงศิลปวัตถุสมัยอยุธยา ในวันเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดอาคารสร้างใหม่ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๑๐…หลังจากพระองค์เสด็จพระราชดำเนิน ทอดพระเนตรไปเรื่อยๆ จนถึงห้องอยุธยาซึ่งตั้งโต๊ะทอดพระแสงไว้ พอทอดพระเนตรเห็นก็รับสั่งถามว่า

นั่นพระแสงดาบเล่มนั้นใช่ไหม

ใช่พระพุทธเจ้าข้า

แล้วเป็นยังไงถอดได้ไหม แล้วท่านก็เสด็จพระราชดำเนินตรงไปถอดพระแสง แสดงว่าทรงสนพระทัยอย่างจริงจังและไม่เคยทรงลืม…”


(คัดจาก บทที่ 7 พระมหากรุณาธิคุณในการพัฒนาท้องถิ่น  ในหนังสือ วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณืและภูมิปัญญา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา.2542)

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป