ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว ปราสาทสด๊อกก๊อกธม หลักแหล่ง “ลัทธิเทวราช”

Live กรุงเทพฯ ตั้งเค้าเป็นราชธานีที่สด๊กก๊อกธม (อ.โคกสูง จ.สระแก้ว) หลักแหล่งลัทธิเทวราช

โพสต์โดย Matichon Online - มติชนออนไลน์ เมื่อ วันอังคารที่ 25 มิถุนายน 2019

รายการ ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว “กรุงเทพฯ ตั้งเค้าเป็นราชธานี ที่ปราสาทสด๊อกก๊อกธม [อ. โคกสูง จ. สระแก้ว] หลักแหล่ง ลัทธิเทวราช” วันอังคารที่ 25 มิถุนายน 2562 เวลา 14.00 น

ปราสาทสด๊กก๊อกธม ต. โคกสูง อ. โคกสูง จ. สระแก้ว (ภาพจากโดรนมติชนทีวี)

กรุงเทพฯ เริ่มตั้งเค้าเป็นราชธานี

เจ้าพระยาจักรี (ร.1) รู้ข่าวจลาจลกรุงธนบุรี ยกไพร่พลจากเสียมเรียบ (พระเจ้าตากให้ไปตีเขมร) พักรอฟังข่าวที่ด่านพระจารึก คือ ปราสาทสด๊กก๊อกธม

หลวงสรวิชิต [หน (ข้าหลวงเดิม คนสนิท)] ลักลอบเอาข้อราชการกรุงธนบุรีไปบอกเจ้าพระยาจักรี ที่ด่านพระจารึก (หลังปราบดาภิเษก ได้เป็นพระยาพิพัฒโกษา, เจ้าพระยาพระคลัง) [มีในพระราชพงศาวดารฯ ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ฉบับตัวเขียน)]

เจ้าพระยาจักรีตัดสินใจยกพลเข้ากรุงธนบุรี ปราบจลาจล, ปราบดาภิเษก, สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ 6 เมษายน 2325

เท่ากับกรุงเทพฯ เริ่มตั้งเค้าเป็นราชธานีแห่งใหม่ที่ด่านพระจารึก คือปราสาทสด๊กก๊อกธม

หลักแหล่ง “ลัทธิเทวราช”

จารึกสด๊กก๊อกธม พรรณนาความเป็นมาของลัทธิเทวราช และตระกูลพราหมณ์ผู้เป็นเจ้าพิธีลัทธิเทวราช เกี่ยวข้องพื้นที่และปราสาทสด๊กก๊อกธม (โดยไม่พบในที่อื่น)

เสมือนเป็นหลักแหล่งสำคัญของตระกูลพราหมณ์เจ้าพิธีลัทธิเทวราช เป็นตระกูลพราหมณ์ปุโรหิต ผู้ประกอบพิธีบรมราชาภิเษกกษัตริย์กัมพูชาตามลัทธิเทวราช

Live กรุงเทพฯ ตั้งเค้าเป็นราชธานีที่สด๊กก๊อกธม (อ.โคกสูง จ.สระแก้ว) หลักแหล่งลัทธิเทวราช

โพสต์โดย Matichon Online – มติชนออนไลน์ เมื่อ วันอังคารที่ 25 มิถุนายน 2019

ลัทธิเทวราช

ลัทธิเทวราช หมายถึง ระบบความเชื่อว่าพระราชามนุษย์เมื่อสวรรคต ผีพระขวัญจะขึ้นไปสถิตรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเทวะบนสวรรค์ เรียกเทวราช มีพลังอําานาจปกป้องคุ้มครองให้คุณและโทษผู้มีชีวิตในราชอาณาจักร โดยเทวราชสามารถสื่อสารกับคนทั้งปวงผ่านพราหมณ์พิธี (หรือ หมอพราหมณ์) ในพิธีทรงเจ้าเข้าผี

เหล่านี้มีขึ้นจากการประสมประสานความเชื่อท้องถิ่นในศาสนาผี เข้ากับความเชื่อสากลเรื่องราชาเหนือราชาทั้งหลาย ที่เรียก จักรพรรดิราช หรือ จักรวาทิน โดยรับเข้ามาใหม่จากอินเดียพร้อมศาสนาพุทธและศาสนาพราหมณ์-ฮินดู

การประสมประสานกันระหว่างความเชื่อเก่ากับความเชื่อใหม่ น่าจะก่อหวอดมีแล้วตั้งแต่ศาสนาจากอินเดียแผ่ถึงอุษาคเนย์ เพื่อยกสถานะคนชั้นนําพื้นเมืองท้องถิ่นจากหมอมดหมอขวัญขึ้นเป็นเจ้า ได้แก่ เทพเจ้า (หรือ พระพุทธเจ้า) สืบเนื่องจนสมมุติชื่อเรียกสมัยหลังว่าลัทธิเทวราช เป็นความเชื่อมีในราชสํานักภูมิภาคอุษาคเนย์ โดยเฉพาะราชสํานักอาณาจักรกัมพูชา เมื่อเรือน พ.ศ. 1500

[นักวิชาการตรวจทานแล้วลัทธิเทวราชไม่พบในอินเดีย]

ราชสํานักรัฐละโว้ (ลพบุรี) พูดภาษาเขมร เป็นขอม รับลัทธิเทวราชจากอาณาจักรกัมพูชา แล้วส่งต่อราชสําานักรัฐอยุธยา (ที่สืบทอดจากรัฐละโว้)

เทวราช เป็นลัทธิความเชื่อถูกสร้างใหม่ โดยรับความเชื่อเรื่องเทวะเข้าประสมกลมกลืนกับความเชื่อเรื่องผีขวัญ แล้วได้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ใหม่ขนานนามว่าเทวราช มีอํานาจเหนือธรรมชาติ (ซึ่งเป็นแบบใหม่) ที่คลุกเคล้ากันระหว่างเทวดากับผี ซึ่งมีตัวอย่างสําคัญมากที่ปราสาทนครวัด

เทวราชปราสาทนครวัด พระเจ้าสูรยวรรมัน (สุริยวรมัน) ที่ 2 ผู้ทรงสร้างปราสาทนครวัด ครั้นสวรรคตแล้วผีพระขวัญถูกเชิญสู่โลกหลังความตาย รวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระวิษณุ เท่ากับทรงเป็นเทวราชได้พระนามใหม่ว่า พระบรมวิษณุโลก หมายถึง ผู้เสด็จไปประทับบนโลกอันสูงส่งของพระวิษณุ

[เทวราช โดยทั่วไปหมายถึง พระศิวะ (ตามคติไศวนิกาย) แต่ปราสาทนครวัด สร้างโดยพระเจ้าสูรยวรรมันที่ 2 นับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ไวษณพนิกาย บูชาพระวิษณุ จึงปรับเปลี่ยนเทวราชหมายถึงพระวิษณุ ไปตามความเชื่อของกษัตริย์ผู้มีอํานาจ]

หลักแหล่งเจ้าพิธี “ลัทธิเทวราช” ปราสาทสด๊กก๊อกธม

ปราสาทสด๊กก๊อกธม แปลว่า ปราสาทกกใหญ่ หรือปราสาทที่หมู่กกกอใหญ่ เพราะตั้งอยู่บริเวณที่มีกกกอใหญ่ขึ้นหนาแน่น เป็นชื่อในภาษาเขมรที่ชาวบ้านสมัยหลังซึ่งพูดเขมรตั้งขึ้นเรียกกันเอง เพราะชื่อเดิมอย่างไร? ไม่มีใครรู้แล้ว

ต่อมาพบชื่อในจารึก แต่เป็นชื่ออะไร? ไม่รู้

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป