รู้จัก พิศมัย โชติวุฒิ “นางสาวสยาม” คนสุดท้ายของประเทศก่อนปรับเป็น “นางสาวไทย”

พิศมัย โชติวุฒิ (ที่มาภาพจากหนังสือ "ดอกไม้ของชาติจากเวทีความงามสู่เวทีชีวิต อัลบั้มชีวิต 13 นางสาวไทยยุคแรก")

“นางสาวสยาม” ถูกจัดประกวดขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2477  เริ่มมีการจัดงานประกวดนางสาวสยามครั้งแรกในงานฉลองรัฐธรรมนูญ จัดขึ้นภายในพระราชอุทยานสราญรมย์ ซึ่งเป็นสโมสรคณะราษฎร

อ่านเพิ่มเติม : เส้นทางนางงามไทย: จากใต้อำนาจรัฐสู่การรับใช้นายทุน

การประกวดนางสาวสยามถูกจัดขึ้น 5 ครั้ง โดยมีผู้ที่ได้รับตำแหน่งโดยใช้ชื่อนางสาวสยาม เพียง 5 คน ก่อนจะมีการเปลี่ยนชื่อจาก “นางสาวสยาม” มาเป็น “นางสาวไทย” โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นเนื่องมาจากมีการเปลี่ยนชื่อประเทศ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่นใด ซึ่งใช้คำว่า “สยาม” ให้ใช้คำว่า “ไทย” แทน การประกวด “นางสาวสยาม” จึงเปลี่ยนมาใช้การประกวด “นางสาวไทย” นับตั้งแต่ พ.ศ. 2482

พิศมัย โชติวุฒิ นางสาวสยามคนสุดท้าย (ที่มาภาพจากหนังสือ “ดอกไม้ของชาติจากเวทีความงามสู่เวทีชีวิต อัลบั้มชีวิต 13 นางสาวไทยยุคแรก”)
พิศมัย โชติวุฒิ นางสาวสยามคนสุดท้าย (ที่มาภาพจากหนังสือ “ดอกไม้ของชาติจากเวทีความงามสู่เวทีชีวิต อัลบั้มชีวิต 13 นางสาวไทยยุคแรก”)

ตำแหน่งนางสาวสยามคนสุดท้ายของประเทศคือ พิศมัย โชติวุฒิ ขณะประกวดนั้นเธออายุเพียง 18 ปี เข้าประกวดในชุดผ้าแถบห่มสไบ นุ่งโจงกระเบน และเดินเท้าเปล่าบนเวที รางวัลที่ได้รับมีเงินสด 1,500 บาท ถ้วยเงินใบใหญ่หนึ่งใบ พร้อมมงกุฎ และเข็มกลัดทองลงยารัฐธรรมนูญ

เพิ่มเติม : งานฉลองรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2481 เป็นปีพิเศษ เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลทรงประทับอยู่ในประเทศไทย พร้อมด้วยสมเด็จพระอนุชา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา และสมเด็จพระราชชนนีฯ ทรงเปิดงานฉลองรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 

การจัดประกวดแบ่งเป็น 5 คืน คืนที่ 18-11 เป็นรอบคัดเลือก เหลือคืนละ 4 คน นำนางงามจากแต่ละคืนรวม 16 คนมาชิงตำแหน่งในวันสุดท้าย และวันที่ 12 เป็นคืนวันตัดสิน

รางวัลที่นางสาวสยามจะได้รับมีเงินรางวัล 1,500 บาท ถ้วยเงินใบใหญ่ พร้อมมงกุฎ และเข็มกลัดทองลงยารัฐธรรมนูญ 

สำหรับผู้ได้ตำแหน่งนางสาวสยาม หนังสือพิมพ์ประมวญวัน วันพุธที่ 14 ธันวาคม อธิบายว่า “นางสาวพิศมัย โชติวุฒิ เรามีความเห็นเหมาะที่จะได้ตำแหน่งนางสาวสยามปีนี้ ดังที่กรรมการได้ชี้ขาด เธอมีรูปร่างสะโอดสะอง หน้ารูปไข่ ผิวเนื้อนวลสะอาด ยิ้มเก๋ เดินงาม ดวงตาหวาน ความจริงความงามโดยทั่วไปก็เด่นกว่าคนอื่นดังที่กล่าวมาแล้ว”

พิศมัย ได้คะแนน 8 จากเต็ม 10 ชนะผู้เข้าประกวดทั้งหมด มีการเปิดเผยสัดส่วนนางสาวสยามลงหนังสืิอพิมพ์ด้วย วัดกันละเอียดยิบ ถือเป็นทรวดทรงที่วัดไว้ก่อนได้รับตำแหน่งเพื่อเก็บสถิติไว้เทียบเคียงนางสาวจากต่างประเทศ

หลังจากประกวดอีกปีเศษ เธอแต่งงานกับนายเล็ก ตันเต็มทรัพย์ ทนายความ และเป็นลูกชายคหบดีชาวจีนที่มีชื่อเสียง อรสม สุทธิสาคร ผู้เขียนหนังสือ “ดอกไม้ของชาติจากเวทีความงามสู่เวทีชีวิต อัลบั้มชีวิต 13 นางสาวไทยยุคแรก” อธิบายว่า ขณะนั้นฝ่ายชายแยกกันอยู่กับผู้หญิงคนแรกของเขาและเจรจาถอนทะเบียนสมรส แต่พิศมัย เห็นใจเธอผู้นั้น ขอร้องกับคนกลางไว้ ในท้ายที่สุดเมื่อสามีจากไปก่อน ผู้หญิงคนนั้นได้ทรัพย์สินมรดกไปตามกฎหมาย

ส่วนพิศมัย กับนายเล็ก มีลูกชายด้วยกัน 2 คน

พิศมัย โชติวุฒิ (ที่มาภาพจากหนังสือ “ดอกไม้ของชาติจากเวทีความงามสู่เวทีชีวิต อัลบั้มชีวิต 13 นางสาวไทยยุคแรก”)

พิศมัย โชติวุฒิ ป่วยด้วยโรคหัวใจและเสียชิวิตในเดือนพฤษภาคม 2531 นับเป็นนางสาวสยามคนสุดท้ายที่มีความงดงามและอายุยังน้อยคนหนึ่งของประเทศ


อ้างอิง

“นางสาวไทย”. โดย wikipedia. นางสาวไทย

หนังสือ “ดอกไม้ของชาติจากเวทีความงามสู่เวทีชีวิต อัลบั้มชีวิต ๑๓ นางสาวไทยยุคแรก”. โดย อรสม สุทธิสาคร. รวมทรรศน์. 2533

หมายเหตุ : เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์เมื่อ 2560

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป