พบหลักฐานมนุษย์นีแอนเดอร์ธัล “ชำแหละร่าง” พวกเดียวกัน เพื่อการ “บริโภค” เป็นครั้งแรกในยุโรปตอนบน

ภาพพฤติกรรมการกินมนุษย์ด้วยกันเอง *ในภาพไม่ใช่มนุษย์นีแอนเดอร์ธัล* แต่เป็นภาพเขียนแสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 1557 (พ.ศ. 2100) ในบราซิล จากคำกล่าวอ้างของ ฮันส์ สตาเดน (Hans Staden) นักสำรวจชาวเยอรมัน (ค.ศ. 1525-1579, พ.ศ. 2068-2122) ภาพพิมพ์โดย Théodore de Bry

ซากกระดูกมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลบางส่วนที่ถูกพบในถ้ำแห่งโกเยต์ (Goyet) ประเทศเบลเยียมอายุราว 4.05-4.55 หมื่นปี แสดงให้เห็นหลักฐานของการจงใจ “ชำแหละร่างผู้ตาย” ซึ่งถือเป็นหลักฐานชิ้นแรกของการ “กินมนุษย์” สายพันธุ์เดียวกันของมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลที่อาศัยอยู่ตอนเหนือของเทือกเขาเอลป์ ในช่วงท้ายๆ ก่อนสูญพันธุ์

แถลงการณ์ของคณะวิจัยซึ่งนำโดย ศาสตราจารย์ Hervé Bocherens และ Johannes Krause จากศูนย์วิจัยเซนเกนเบิร์กเพื่อวิวัฒนาการมนุษย์และระบบนิเวศน์ในบรรพกาล (Senckenberg Center for Human Evolution and Palaeoenvironment) พร้อมด้วยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยทูบิเงน (Tübingen) ในเยอรมนี กล่าวตอนหนึ่งว่า

“ซากมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลบางส่วนจากโกเยต์ถูกใช้งานผ่านมือมนุษย์ หลักฐานเห็นได้จากร่องรอยการตัด การเจาะรู และการทำรอยบาก นักวิจัยเห็นว่านี่คือสิ่งบ่งบอกว่าร่างอันเป็นที่มาของกระดูกเหล่านี้ถูกชำแหละ โดยซากที่พบดูเหมือนจะผ่านขั้นตอนต่างๆ อย่างละเอียดละออ ตั้งแต่การถลกหนัง การผ่า และการสกัดไขกระดูก”

“นี่เป็นสิ่งบ่งชี้ที่ทำให้เราสันนิษฐานได้ว่ามนุษย์นีแอนเดอร์ธัลกินมนุษย์ด้วยกันเอง” Hervé Bocherens กล่าวก่อนเสริมว่า คงตอบไม่ได้ว่าการชำแหละร่างมนุษย์ด้วยกันของมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลเป็นการกระทำเชิงสัญลักษณ์ หรือด้วยเหตุผลง่ายๆ เพียงเพื่อใช้เป็น “อาหาร” เท่านั้น นอกจากนี้ Bocherens ยังกล่าวว่า ซากของม้าและกวางที่พบในบริเวณเดียวกัน ต่างก็ถูกชำแหละในลักษณะเดียวกัน

แถลงการณ์ระบุต่อไปว่า นักวิจัยต่างถกเถียงถึงหลักฐานการกินพวกเดียวกันของมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลมาเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งจนถึงปัจจุบันมักจะเน้นไปที่หลักฐานที่พบในสเปนและฝรั่งเศส ขณะที่หลักฐานจากถ้ำ Troisième แห่งโกเยต์ ถือเป็นครั้งแรกที่มีการพบหลักฐานของการกินพวกเดียวกันในกลุ่มมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลในพื้นที่ตอนเหนือของยุโรป

Bocherens กล่าวว่า มนุษย์นีแอนเดอร์ธัลในภูมิภาคเดียวกันล้วนมีพฤติกรรมในการจัดการร่างของผู้ตายต่างออกไปจากกลุ่มนีแอนเดอร์ธัลในโกเยต์ ด้วยส่วนใหญ่มักนำร่างผู้ตายไปประกอบพิธีฝังศพ และยังมีการพัฒนาเครื่องมือหินที่หลากหลายยิ่งกว่ากลุ่มนีแอนเดอร์ธัลในโกเยต์

“ในทางหนึ่งเราพบความแตกต่างทางพฤติกรรมอย่างมากระหว่างมนุษย์กลุ่มนี้ ขณะเดียวกันก็พบความใกล้ชิดทางพันธุกรรมอย่างยิ่งในยุคท้ายๆของมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลในยุโรป ทำให้เกิดหลายคำถามตามมาเกี่ยวกับการใช้ชีวิตทางสังคม และการแลกเปลี่ยนระหว่างกลุ่มต่างๆ” Bocherens กล่าว

ที่มา: แถลงการณ์ของ The University of Tübingen ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2016 <https://www.uni-tuebingen.de/…/kannibalismus-unter-den-spae…>

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป