การร่วมรักในสายเลือดเดียวกัน จากความเชื่อยุคโบราณ สู่ข้อห้ามทางสังคมยุคใหม่

ภาพประกอบเนื้อหา - รูปปั้นชายหญิงอียิปต์

เซ็กซ์ในสายเลือดเดียวกันที่เรียกว่าอินเซสท์ (incest) นั้นเป็นข้อห้ามของสังคมเด็ดขาด (taboo) ที่มิอาจล่วงละเมิดได้ ซึ่งได้แก่อินเซสท์ระหว่างพ่อกับลูกสาว พี่ชาย-น้องสาว พี่สาว-น้องชาย และแม่กับลูกชาย ในทุกสังคมในปัจจุบัน ผู้ล่วงละเมิดจะเป็นที่รังเกียจและตกเป็นจำเลยของสังคมทันที

ในสังคมโบราณอย่างฟาโรห์ของอียิปต์ หรือราชวงศ์ของบางชาติจะสนับสนุนพฤติกรรมเซ็กซ์ในสายเลือดเพราะเกรงว่าสายเลือดของผู้อื่นซึ่งต่ำต้อยกว่าจะเข้ามาเจือปน

ในสังคมอเมริกัน (ซึ่งเปิดเผยกว่าสังคมอื่น) [บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อพ.ศ. 2550/ค.ศ.2007 – กองบรรณาธิการ] ปรากฏการณ์เซ็กซ์ในสายเลือดยังมีอยู่ โดยเฉพาะระหว่างพ่อกับลูกสาว และระหว่างพี่ชาย-น้องสาว พบบ่อยที่สุด แม่กับลูกชาย พบน้อยมาก

ปีหนึ่งๆ มีพ่อชาวอเมริกันมีเซ็กซ์ในสายเลือดกับลูกสาวประมาณ 36,000 ราย นี่เป็นตัวเลขที่รู้กันเพราะเกิดเป็นคดีความแล้วเท่านั้น ตัวเลขจริงน่าจะมากกว่านี้นัก

การสำรวจของคินซีย์และคณะซึ่งหลายปีมาแล้ว (1948, 1953) พบว่ามีกรณีอินเซสท์ร้อยละ 1-2 ของกลุ่มประชากร ส่วนคนอื่นๆ ค้นคว้าในเวลาต่อมา (1965) พบมากขึ้นเป็นร้อยละ 5 และคล้ายจะมีมากกว่าเมื่อดูตัวเลขในการค้นหาในปัจจุบัน เมื่อศึกษาลงลึกในรายละเอียดก็พบว่าเหยื่อ (กรณีพ่อกับลูกสาว) มีอายุน้อยมาก คือ อยู่ระหว่าง 3-18 ปี และเมื่อติดตามศึกษาชีวิตในระยะยาวของเหยื่อเหล่านี้ก็พบว่าส่วนมากมีชีวิตที่ไม่ดี เป็นโสเภณี ติดสารเสพติด และมีอาการทางประสาท

มีนักจิตวิทยากลุ่มหนึ่งศึกษาบุตรที่เกิดจากเซ็กซ์ในสายเลือด 18 คู่ 12 คู่ เป็นคู่พี่ชาย-น้องสาว และอีก 6 คู่ เป็นคู่พ่อกับลูกสาว ทั้งนี้เปรียบเทียบกับคู่ปกติทั่วไปในด้านความเฉลียวฉลาด สถานภาพทางสังคม เศรษฐกิจ ระดับอายุ และสถานภาพอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน พบว่าทารกที่เกิดจากเซ็กซ์ในสายเลือดเสียชีวิตเมื่ออายุเพียง 6 เดือน 5 ราย 2 ราย มีระดับเชาวน์ปัญญาต่ำ (ปัญญาอ่อน) 3 ราย เชาวน์ปัญญาอยู่ในระดับก้ำกึ่ง (ระหว่างปัญญาอ่อนกับปัญญาปกติ) และอีก 1 ราย มีร่างกายพิการ สำหรับบุตรของคู่สมรสปกติ 1 ราย มีร่างกายพิการ และอีก 1 ราย มีระดับเชาวน์ปัญญาก้ำกึ่งเท่านั้น

เมื่อศึกษาชีวิตจิตใจจากภาพวาดของเหยื่อเซ็กซ์ในสายเลือด พบว่าแต่ละรายมีทุกข์ในจิตใจค่อนข้างมาก ดังตัวอย่างเหยื่อ 3 ราย รายแรกเด็กหญิงอายุ 7 ขวบ วาดภาพว่าตนเองตกอยู่ในวงล้อมของพายุ หรือกรงขัง รายที่ 2 เป็นเด็กสาววัยรุ่นแสดงภาพตนเองถูกรัดด้วยงู

ส่วนรายที่ 3 เป็นเด็กชายวัย 9 ขวบ ถูกจับขังกรงกลางทุ่งในชนบท (รายหลังสุดนี้ พ่อมีพฤติกรรมพีโดฟิเลีย (pedophilia)-โรครักเด็กด้วย)

พฤติกรรมเซ็กซ์ในสายเลือด ย่อมเป็นอันตรายกับบุคคลหลายฝ่าย ควรแก่การป้องกันไว้ให้ได้มากที่สุด ซึ่งถ้าหากรู้จักมันก็จะช่วยป้องกันได้มาก ทำนองนี้

1. สถานการณ์ มีสถานการณ์บางอย่างที่เอื้อให้เกิดพฤติกรรมเซ็กซ์ในสายเลือดได้ง่าย เช่น พี่น้องชายหญิงวัยรุ่นมีห้องนอนร่วมกัน (เช่น กรณีคนยากจนหรือในชุมชนแออัด) วัยรุ่นเหล่านั้นมีแรงจูงใจเรื่องนี้ (incest motivation) โดยธรรมชาติ จึงมีโอกาสเสี่ยงสูงมาก

2. สภาพการป่วยทางจิต โดยเฉพาะของบิดา ทั้งนี้รวมทั้งติดเหล้าด้วย โอกาสที่พ่อจะมีพฤติกรรมเซ็กซ์ในสายเลือดได้ง่ายกว่า

3. การเจ็บป่วยด้วยโรครักเด็ก-พีโดฟิเลีย เหยื่ออาจเป็นได้ทั้งเด็กชายและเด็กหญิง

4. ครอบครัวผิดปกติ ในครอบครัวที่พ่อมีพฤติกรรมเซ็กซ์ในสายเลือด ย่อมเป็นตัวอย่างไม่ดีแก่ลูกชาย ซึ่งเขาจะปฏิบัติเช่นเดียวกันกับบิดา ต่อพี่สาว-น้องสาวของเขา และกับลูกสาวของเขาในอนาคตด้วย

5. ชีวิตสมรสที่ร้าวฉาน บางกรณีภรรยาที่สามีชิงชัง ขับไล่หรือทนไม่ไหวหนีออกไปเอง เปิดโอกาสให้พ่อมีพฤติกรรมเซ็กซ์ในสายเลือดได้ง่ายขึ้น

เซ็กซ์ในสายเลือดก่อให้เกิดอันตราย บางรายเหมือนถูกตราบาปหรือถูกสาปตลอดชีวิต เจ็บปวด ขายตัว ติดเหล้า ติดยา และถูกรุมเร้าด้วยโรคประสาท

อย่างไรก็ดีเซ็กซ์ในสายเลือดยังพอป้องกันได้ ถ้าได้รู้จักมันและพิษภัยของมัน

คลิกอ่านเพิ่มเติม : พีโดฟิเลีย หรือเรียกอีกอย่างว่า “โรครักเด็ก”

 

หมายเหตุ : เนื้อหานี้คัดจากบทความ “อินเซสท์-เซ็กซ์ในสายเลือด” โดย ส.สีมา เผยแพร่ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับพฤษภาคม 2550 เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 กรกฎาคม 2564

สำนักพิมพ์มติชนลดราคาพิเศษ 30% เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรมรายปี แถมฟรีอีก 1 เดือน เฉพาะสมัครระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. ถึง 31 ก.ค. 2564 สนใจคลิกสมัครสมาชิกหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป