“ไข้เหงื่อออก” ระบาดปริศนายุคราชวงศ์ทิวดอร์ คร่าชีวิตโดยไม่พบต้นเหตุ กษัตริย์ยังกักตัว

พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ช่วง ค.ศ. 1491-1547 ภาพโดย Hans Holbein คาดว่าวาดเมื่อ 1540 ไฟล์จาก Wikimedia Commons (ไฟล์ Public Domain)

ในอดีตปรากฏโรคระบาดหลายชนิดที่สร้างความเสียหายหนักหนาสาหัสให้ผู้คนยุคนั้น บางยุคสามารถหาสาเหตุได้ แต่บางครั้งไม่สามารถหาคำอธิบายสาเหตุของโรคได้ และเมื่อเวลาล่วงเลยมาหลายร้อยปี ถึงในปัจจุบันก็ยังต้องศึกษาข้อมูลและพิสูจน์หลักฐานกันอยู่ ปรากฏการณ์ปริศนาเช่นนี้มีตัวอย่างจากกรณีโรคระบาดในอังกฤษระหว่างปลายศตวรรษที่ 15 จนถึงต้นศตวรรษที่ 16 ซึ่งภายหลังเรียกกันว่า ไข้เหงื่อออก (Sweating sickness หรือ The Sweat)

โรคระบาดปริศนานี้มีบันทึกหลักฐานไว้ว่าปรากฏขึ้นในระดับที่ส่งผลกระทบในวงกว้างอยู่ 5 ครั้งในช่วงปลายศตวรรษที่ 15 จนถึงต้นศตวรรษที่ 16 ในครั้งแรกนั้นปรากฏขึ้นในปี ค.ศ. 1485 เมื่อกองทัพของพระเจ้าเฮนรีที่ 7 เคลื่อนทัพมาถึงลอนดอนภายหลังได้ชัยจากการรบที่ Bosworth ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันก็ปรากฏโรคปริศนาเกิดขึ้นตามที่เรียกกันว่า “Sweating sickness”

ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อคนทั่วไป โรคปริศนานี้มีแนวโน้มทำให้พระราชพิธีบรมราชาภิเษกต้องเลื่อนออกไปจนถึงช่วงปลายเดือนตุลาคม

คลิกอ่านเพิ่มเติม : เรื่องจริงต้นฉบับ Game Of Thrones “สงครามดอกกุหลาบ” 30 ปี ชิงอำนาจ-ทรยศ-แปรพักตร์ และเฮนรีแห่งทิวเดอร์ปราบดาภิเษกเป็น พระเจ้าเฮนรีที่ 7 (Henry VII)

อย่างไรก็ตาม การระบาดของโรคปริศนาเกิดขึ้นไม่นานนักก็จางหายไป และวนกลับมาใหม่เป็นครั้งคราวรวมกันแล้วทั้งหมด 5 ครั้ง คือในปี ค.ศ. 1485, 1508, 1517, 1528 และ 1551 (แหล่งข้อมูลบางแห่งก็นับว่า 4 ครั้ง คือ 1485, 1517, 1528 และ 1555)

ภาพสะท้อนในแง่ความรุนแรงและความเสียหายของวิกฤตครั้งนั้นมีตัวอย่างเป็นตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการระบาดเมื่อปี ค.ศ. 1517 แจสเปอร์ ริดลีย์ (Jasper Ridley) นักเขียนผู้ศึกษาช่วงเวลาราชวงศ์ทิวดอร์ (Tudor) บรรยายไว้ว่า เดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 1517 ภายในสัปดาห์เดียวมีผู้เสียชีวิตในอ็อกซ์ฟอร์ด (Oxford) มากถึง 400 คน

แจสเปอร์ ยังระบุอีกว่า ในบางเมือง ประชากรถึง 1 ใน 3 เสียชีวิตลง หรือบางแห่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรในท้องถิ่น เมื่อมาถึงในปี ค.ศ. 1528 ผู้เสียชีวิตในลอนดอนมีมากถึง 2,000 คน

Jean du Bellay ทูตฝรั่งเศสบันทึกไว้ในจดหมายที่เขียนจากลอนดอนเมื่อปี ค.ศ. 1528 ว่า

“โรคชนิดนี้…เป็นวิธีอันง่ายที่สุดในโลกที่จะได้ตายลง”

ในจดหมายยังบรรยายอาการเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยว่า

“จะมีอาการปวดศีรษะและหน้าอก (หัวใจ) เล็กน้อย เมื่อถึงจุดหนึ่งจะเริ่มเหงื่อออก ไม่มีความจำเป็นสำหรับแพทย์…คุณจะจากไปโดยไม่ได้รู้สึกถึงความอ่อนแรงเลย”

ข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้ปรากฏในบันทึกจากแพทย์ฝรั่งเศสอีกรายชื่อ Thomas Le Forestier ซึ่งพำนักในอังกฤษ เมื่อเดินทางกลับมาที่ฝรั่งเศสก็บันทึกเกี่ยวกับโรคนี้ไว้

ขณะที่ข้อมูลเกี่ยวกับโรคชนิดนี้ส่วนใหญ่แล้วปรากฏอยู่ในบันทึก A Boke or Counseill Against the Disease Commonly Called the Sweate, or Sweatyng Sicknesse (1552) ของ John Caius แพทย์ในชรูว์สบิวรี่ (Shrewsbury) ช่วงปี ค.ศ. 1551

แจสเปอร์ ริดลีย์ บรรยายอาการของผู้ป่วยโรคปริศนานี้ว่า โรคนี้ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน สำหรับคนที่ร่างกายปกติดีก็เริ่มได้รับผลกระทบขณะที่พวกเขาอยู่บนเตียง, ทานอาหารบนโต๊ะ หรือเดินไปตามถนนหนทาง คนที่มีอาการจะเหงื่อออกจำนวนมากและเสียชีวิตลงในที่สุด อาจเกิดขึ้นภายในแค่ 10-12 ชั่วโมงบางทีเกิดขึ้นภายใน 4 ชั่วโมงเท่านั้น

เอ็ดเวิร์ด ฮอลล์ (Edward Hall) นักประวัติศาสตร์สมัยราชวงศ์ทิวดอร์ บันทึกสภาพของบางคนไว้ว่า “รื่นเริงตอนมื้อเย็น เมื่อถึงมื้อค่ำกลับเสียชีวิต” 

หากผู้มีอาการมีลมหายใจได้ถึง 24 ชั่วโมงจะรอดชีวิตมาได้และสภาพร่างกายจะกลับมาฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว แจสเปอร์ ยังบรรยายว่า ในยุคนั้นมีข้อควรคำนึงสำคัญว่า ผู้ป่วยไม่ควรสัมผัสอุณหภูมิร้อนหรือหนาวจนเกินไป ควรนอนพักอยู่บนเตียง ห่มผ้าไว้โดยนำมือมาไขว้กันบนหน้าอกเพื่อป้องกันอากาศสัมผัสใต้รักแร้ แต่ห้องที่อาศัยอยู่ต้องมีอุณหภูมิอุ่นระดับปานกลางเท่านั้น

ด้วยสภาพของผู้ป่วยที่มีไข้จะทำให้รู้สึกกระหายน้ำอย่างมาก และต้องไม่ให้ดื่มน้ำเย็น สำหรับผู้ที่รับประทานทุกอย่างเข้าไปมักเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลแล้วบ่งชี้ว่า เพศหญิงมีโอกาสป่วยน้อยกว่าเพศชาย ในแต่ละท้องถิ่นการระบาดกินเวลาไม่กี่สัปดาห์

เมื่อมาถึงรัชสมัยพระเจ้าเฮนรีที่ 8 แม้พระองค์จะเป็นที่รับรู้ในแง่มีความมั่นใจในพระองค์เอง แต่ครั้งนี้พระองค์ทรงวิตกอย่างมากว่าจะติดโรคระบาดไปด้วย พระองค์เสด็จฯ จากพื้นที่ใกล้เคียงในลอนดอนออกไปประทับที่หอคอยใน Hertfordshire โดยมีผู้ติดตามรับใช้เพียงคนเดียว

แจสเปอร์ เล่าว่า ราชเลขาฯ ในพระองค์ชื่อ Brian Tuke มีอาการไข้เหงื่อออก แต่เขาไม่ได้ตื่นตระหนก โดยเขาเชื่อว่าปัจจัยทางจิตนั้นส่งผลสำคัญต่ออาการเจ็บป่วยชนิดนี้

ในช่วงที่พระเจ้าเฮนรีที่ 8 ทรงกักตัว พระองค์ทรงได้รับข่าวว่าแอน โบลีน มีอาการป่วยด้วยแต่โชคดีที่แอน โบลีน หายเป็นปกติ

ไม่เพียงแค่ไข้เหงื่อออกอันเป็น “โรคระบาด” ที่ถูกพูดถึงมาในยุคราชวงศ์ทิวดอร์ มีผู้เสียชีวิตนับพันรายหากอ้างอิงตามบันทึกของทูตฝรั่งเศส ขณะที่ผู้มีอาการป่วยราว 40,000 ราย ช่วงรัชสมัยพระเจ้าเฮนรีที่ 8 ยังมีโรคระบาดอื่นที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากอีกหลายครั้ง

คลิกอ่านเพิ่มเติม : “หย่า-ประหาร-ตาย-รอด” ชะตากรรมพระราชินี 6 พระองค์ในพระเจ้าเฮนรีที่ 8 แห่งอังกฤษ

ในปี ค.ศ. 1563 หลังจากกองทหารอังกฤษเดินทางกลับมาจาก Le Havre ช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ. 1563 ถึงมิถุนายน ปี ค.ศ. 1564 ปรากฏผู้เสียชีวิตในลอนดอนมากถึง 17,000 คน คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 6 ของประชากรทั้งหมดในเวลานั้น หากอ้างอิงข้อมูลจากนักวิชาการที่เชื่อว่ามีประชากรทั้งหมดราว 100,000 คน

นักประวัติศาสตร์ยังไม่สามารถบ่งชี้หรืออธิบายโรคปริศนาที่เกิดขึ้นในอังกฤษได้อย่างชัดเจน Caius แสดงความคิดเห็นโดยสันนิษฐานว่าอาจมาจากดินและสิ่งสกปรก

ขณะที่ในยุคปัจจุบันมีนักวิจัยสนใจศึกษาค้นหาเกี่ยวกับโรคระบาดชนิดนี้อยู่หลายกลุ่ม อาทิ การวิจัยข้อสันนิษฐานว่าการป่วยไข้ปริศนาเกี่ยวข้องกับ Hantaviruses หรือไม่? (คลิกอ่านงานวิจัยที่นี่)


อ้างอิง:

Gatherer, Derek. “What was sweating sickness – the mysterious Tudor plague of Wolf Hall?”. The Conversation. Published 6 FEB 2015. Access 31 JUL 2021. <https://theconversation.com/what-was-sweating-sickness-the-mysterious-tudor-plague-of-wolf-hall-37194>

Ridley, Jasper. A Brief History of The Tudor Age. London : Robinson, 2002.

Sweating sickness. Britannica. revised and updated by Kara Rogers. Access 31 JUL 2021. <https://www.britannica.com/science/sweating-sickness>


เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 31 พฤษภาคม 2564

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป