“ม้ามืด” กวนอู ปะทะ ฮองตง ศึกตีเมืองเตียงสา เหตุไฉนจึง “ซูเอี๋ย”

“กวนอูรบกับฮองตง” ในภาพกวนอูขี่ม้าไล่มาจากทางด้านซ้าย ฮองตงขี่ม้าจะยิงเกาทัณฑ์อยู่ทางด้านขวาของภาพ ฮันเหียนยืนดูอยู่บนกำแพงเมือง ภาพนี้เป็นภาพวาดด้วยเส้นหมึกดำบนพื้นขาวที่วาดเป็นช่องๆ เรื่อง “สามก๊ก” ภายในอุโบสถวัดประเสริฐสุทธาวาส เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร

ทราบว่าในเมืองจีนนั้นเกิดรบกันเองมาตั้งแต่ราว ๆ พ.. 700 และแม้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 จีนหยุดรบกันเองชั่วคราว ต้องช่วยกันรบญี่ปุ่น จนญี่ปุ่นแพ้แล้วจึงรบกันเองอีก เป็นการรบด้วยยุทธวิธีและยุทโธปกรณ์ยุคใหม่ ไม่มีการปล่อยของวิเศษแบบแสงเฮ้ากวงและเกี้ยมซุกใด ๆ ทั้งสิ้น จนยุติลงใน พ.. 2492

อย่างไรก็ตาม ก่อนสิ้นสุดยุคของการรบแบบปล่อยของวิเศษ ได้มีวีรสตรีคนหนึ่งเกิดขึ้น ได้แก่ อูลี่จูมีผู้ช่วยเป็นชายชื่อแต้จูเล้งนักดูหนังอายุเกือบ 90 ปี อย่างข้าพเจ้า นิยมดาราภาพยนตร์จีนผู้นี้อย่างมาก ฉากที่ดวลดาบ (กระบี่) กันบนหลังคาบ้าน เป็นเรื่องประทับใจตลอดมา แม้จะมีนางเอกโดยไม่มีพระเอกเลย

ต่อเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงใหม่ ๆ จึงมีดาราหนังอินเดียมาแทนอูลี่จู ในเรื่อง สาวหมัดคู่แฟนอูลี่จูบางคนไม่เชื่อเลยว่าชาติอื่นมีวีรสตรี หาว่าเป็นเรื่องนิทานเท่านั้น ส่วนวีรบุรุษที่เขานับถือคือ ซิยิ่นกุ้ยทหารเสือสมัยพระเจ้าถังไทจงฮ่องเต้ นอกนั้นเขาไม่เชื่อ

การรบในเมืองจีนที่มีชื่อเสียงมาก ได้แก่ มหาสงครามสามก๊กตัวหัวหน้าก๊กใหญ่คือ โจโฉ รองลงมาได้แก่ เล่าปี่ ส่วนหัวหน้าก๊กสุดท้ายคือ ซุนกวน บุคคลทั้งสามนี้มิใช่แต่จะมีชื่อเสียงอยู่ในหมู่นักอ่านหนังสือไทยเท่านั้น นักอ่านภาษาอื่นก็รู้จัก ท่านผู้ที่อ่านหนังสือ สามก๊กฉบับวณิพก ของ ยาขอบจนครบทุกเล่มหรือเกือบครบ ย่อมทราบเรื่องสามก๊กได้ดีพอสมควร

โจโฉนั้นแม้จะเป็นผู้ร้ายในเรื่องสามก๊ก แต่มียศถาบรรดาศักดิ์สูงใหญ่ มีอำนาจมาก ตำแหน่งหน้าที่ในราชการก็เป็นถึงมหาอุปราชสั่งราชการโดยอ้างรับสั่งของพระเจ้าฮ่องเต้

กลุ่มอำนาจที่มีกำลังน้อยอย่างยิ่ง ได้แก่กลุ่มของเล่าปี่ แม้จะเป็นเชื้อพระวงศ์ แต่ทหารก็มีน้อย ไม่มีซับซิดีใหญ่ ๆ สนับสนุน ปฏิบัติการสงครามของเล่าปี่จึงอาศัยนักรบสำคัญ 2 ท่าน คือ กวนหูกับเตียวหุย ซึ่งผูกพันกันไว้ด้วยคำสาบานในสวนท้อ เป็นคำสาบานศักดิ์สิทธิ์ สามารถรวมดวงใจของชายชาติทหารทั้ง 3 ท่านเป็นหนึ่งเดียวกันได้ตลอดชีวิต

ครั้นเมื่องานของเล่าปี่ขยายใหญ่โตออกไป ศัตรูมากขึ้น การรบรุนแรงมากขึ้น เล่าปี่จึงต้องรบตามหลักเสนาธิการมากกว่าใช้กำลัง ได้แก่ ใช้กำลังพลจำนวนน้อยเอาชนะข้าศึกที่มีกำลังเหนือกว่าไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตาม ได้แก่ การที่เล่าปี่แสวงหาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในวิชาเสนาธิการกิจ ซึ่งได้แสดงให้เห็นถึงการเอาชนะข้าศึกด้วยน้ำและไฟมาแล้ว

เล่าปี่นั้นกว่าจะได้คนดีมีวิชาการมาช่วยก็ลำบากเลือดตาแทบกระเด็น เพราะขงเบ้งผู้เชี่ยวชาญเสนาธิการกิจเล่นตัวมาก ไม่ยอมให้เล่าปี่พบง่าย ๆ กวนอู เตียวหุย รับอาสาจะนำตัวขงเบ้งมาพบเล่าปี่โดยใช้เชือกเส้นเดียวไปผูกแล้วลากตัวมา เล่าปี่เล่นงานน้องร่วมสาบานทั้งสองเสียงอมพระราม

กวนอู เตียวหุย มีฝีมือในการรบอย่างมาก แต่พวกเขาก็ระแวงว่าจะมีคนอื่นแน่กว่า ถ้าเล่าปี่ได้นายทหารมีฝีมือคนใหม่มา กวนอู เตียวหุย มักจะขอให้ตนได้ประลองฝีมือกับนายทหารคนนั้น ต้องหาวิธียับยั้งกันแทบแย่

กวนอูอยู่เมืองเก็งจิ๋ว ได้รับสารจากเล่าปี่ว่าตีได้เมืองเลงเหลงเตียวหุยตีได้เมืองบุเหลงและจูล่งตีได้เมืองฮุยเอี๋ยง และว่าตัวเราและทหารทั้งปวงก็เป็นสุขอยู่ หาอันตรายมิได้กวนอูก็ขอไปตีเมืองเตียงสาบ้าง แต่ถูกขงเบ้ง เสธ. ใหญ่ แกล้งสบประมาทว่า เมื่อครั้งเตียวหุย จูล่ง ไปทำการนั้น มีทหารไปคนละ 3,000 คน กวนอูได้ฟังดังนั้นก็โกรธ ประกาศว่าจะนำทหารของตนเพียง 500 คน ยึดเมืองเตียงสาให้ได้

เมืองเตียงสานี้เดิมเล่าเปียวเป็นเจ้าเมืองอยู่ แต่ให้เล่าผวนหลานชายปกครอง ครั้นเล่าเปียวตาย ก็ตกเป็นของโจโฉ แล้วโจโฉก็ให้คนของตน คือฮันเหียน มาปกครอง อันเป็นเรื่องทางการเมือง ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลและคำอธิบายใด ๆ ทั้งสิ้น ผู้ให้กำเนิดข่าวแจ้งว่า ฮันเหียนผู้นี้คนเกลียด แต่กลัวอำนาจจึงอยู่ในความสงบ เพราะฮันเหียนมีทหารเสือคุ้มครองอยู่ ชื่อฮองตงซึ่งตามปกติต้องเกษียณไปแล้ว แต่ฝีมือและกำลังยังดีอยู่ จึงได้ต่ออายุราชการ เมื่อกวนอูไปตีเมืองเตียงสาจึงเจอฮองตง

กวนอูกับฮองตงพันตูกันอย่างฉกาจฉกรรจ์ ครั้งหนึ่งม้าของฮองตงถลำพลาดล้มลง ฮองตงตกม้าลงไปนอน กวนอูเงื้อง้าวขึ้นจะฟันแล้วนึกได้ว่า เราได้ออกปากไว้ว่า ผู้ใดไม่มีอาวุธอยู่กับมือเราจะไม่ทำอันตราย บัดนี้ฮองตงล้มลงแล้วอาวุธพลัดมือไป ครั้นเราจะฆ่าเสียก็ไม่ควร

กวนอูจึงว่าแก่ฮองตงว่า ครั้งนี้เราไว้ชีวิตท่าน ท่านจงกลับเข้าเมืองเถิด เอาม้าตัวอื่นขี่ออกมาสู้รบกับเราใหม่ ฮองตงพาทหารกลับเข้าเมือง ฮันเหียนถามฮองตงว่า เหตุใดท่านจึงตกม้า ฮองตงตอบว่า ม้าตัวนี้มิได้ขี่ออกทำศึกนานแล้ว จึงพลาดล้มลง

ฮันเหียนผู้เป็นนายจึงว่า ท่านก็มีฝีมือเข้มแข็งแม่นเกาทัณฑ์หาผู้เสมอมิได้ เหตุใดท่านจึงไม่เอาเกาทัณฑ์ยิงกวนอู ฮองตงแถลงชี้แจงว่าเวลาวันนี้รบพุ่งติดพันกันอยู่ ครั้นจะยิงเกาทัณฑ์ไม่ทันที พรุ่งนี้ข้าพเจ้าจะทำเป็นแพ้ ลวงกวนอูให้ไล่เข้ามาถึงเชิงกำแพงเมือง แล้วจะเอาเกาทัณฑ์ยิงกวนอูให้ได้

ฮันเหียนจึงเอาม้าซึ่งขี่นั้นให้ฮองตง ฮองตงก็ลาฮันเหียนกลับไปที่พัก แล้วคิดว่า เขาลือมาว่ากวนอูมีความสัตย์ก็เพิ่งเห็นประจักษ์ครั้งนี้ กวนอูไว้ชีวิตเรา มีคุณต่อเราเป็นอันมาก เวลาพรุ่งนี้เราจะเอาเกาทัณฑ์ยิงกวนอูให้ตายเสียนั้นหาควรไม่ แต่ถ้าไม่ยิงกวนอูก็เป็นการขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาต่อหน้าข้าศึกศัตรูโทษถึงประหารชีวิต ณ ที่เกิดเหตุ ฮองตงคิดเรื่องนี้จนสว่าง ก็มีนายทหารคนสนิทเข้ามารายงานว่า กวนอูขึ้นม้ามายืนคอยจะรบกับท่านอยู่ริมกำแพงเมือง ฮองตงได้ฟังดังนั้นขึ้นม้าพาทหารออกจากเมือง

การที่กวนอูอาสาเล่าปี่ตีเมืองเตียงสาเพื่อจะได้มีความดีความชอบนั้นก็ถูกแล้ว ท่านท้าวมาลีวราชเคยแถลงไว้ในเรื่อง รามเกียรติ์ว่า

อันสุครีพองคตหนุมาน
ตัวมันก็เป็นทหารใหญ่
รณรงค์สุดแต่จะเอาชัย
เป็นบำเหน็จไว้กับกร

แต่เล่าปี่กับขงเบ้งก็เห็นพ้องกันว่ากวนอูไปสงครามครั้งนี้ด้วยความประมาท จากข้อมูลที่ว่าฮองตงแก่ เล่าปี่ ขงเบ้ง ถึงกับจัดทหารเป็นกองทัพหนุนติดตามไป เผื่อพลาดพลั้งอย่างไรก็ได้ช่วยกันทันท่วงที

กวนอูรบกับฮองตงอย่างดุเดือดสมความตั้งใจ ฮองตงแกล้งหนีไปใกล้กำแพงเมือง เมื่อกวนอูตามไปจึงยิงธนูโดยเหนี่ยสายเปล่าไม่ใส่ลูกถึง 2 หน แบบยิงปืนไม่บรรจุกระสุน กวนอูเห็นฮองตงยิงไม่ถูกก็ดีใจ ถ้าเป็นข้าพเจ้าก็คงนึกว่ามีนะแคล้วคลาดขับม้าไล่เข้าไปใกล้ ฮองตงจึงยิงเกาทัณฑ์ที่ใส่ลูกไปถูกพู่หมวกของกวนอู เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ขนาดกวนอูก็ยังตกใจขับม้ากลับเข้าค่าย ส่วนฮองตงนายทหารเสือแก่ ๆ ก็พาทหารเข้าเมือง

เหตุการณ์ในสมรภูมิรบนอกกำแพงเมืองเช้าวันนั้นไม่ได้พ้นสายตาอันคมกริบประดุจเหยี่ยวของฮันเหียนไปได้เลย ฮันเหียนประมวลพฤติกรรมทั้งของนายทหารเสือฝ่ายตนและฝ่ายข้าศึกแล้ว รู้ทันทีว่าสองคนนี้ซูเอี๋ย

พิเศษ ลด 40%! สมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ลดราคาพิเศษ 40% เฉพาะสมัครวันนี้ถึง 11 ตุลาคม 2563 เท่านั้น คลิกดูรายละเอียดที่นี่


เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 มกราคม 2560

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป