“มัดหมี่” เทคนิคการสร้างลายผ้าที่มีต้นแบบมาจากอินเดีย

จิตรกรรมฝาผนังที่ถ้ำอาชันตา ประเทศอินเดีย แสดงให้เห็นลวดลาย “ผ้ามัดหมี่” บนเครื่องนุ่งห่ม

ลวดลายในผ้าไหมไทยแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.ลวดลายจากกรรมวิธีการทอ เช่น จก ยก ขิด ขัด 2.ลวดลายจากกรรมวิธีการเตรียมลวดลายเส้นด้ายก่อนทอ เช่น การมัดหมี่ 3.ลวดลายจากกรรมวิธีการทำลวดลายหลังจากเป็นผืนผ้า เช่น การย้อม การมัดย้อม บางครั้งก็จำแนกผ้าไหมไทยตามกรรมวิธีเทคนิคการทอสามารถจำแนกได้โดยสังเขป ดังนี้ การทอขัด, มัดหมี่, จก, ขิด, ยกและการควบเส้น

ผ้าไหมจึงมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามกระบวนการผลิตนั่นเอง

สำหรับผ้ามัดหมี่ หรือผ้าที่ได้จากการ “มัดหมี่” พจนานุกรมผ้าและเครื่องถักทออธิบายคำว่า

“มัดหมี่ กรรมวิธีการทอผ้าอย่างหนึ่งที่สร้างลวดลายก่อนย้อม โดยเอาเชือกมัดด้ายหรือไหมเป็นเปลาะๆ ตามลาย เมื่อย้อมสีจะไม่ติดตามส่วนที่มัดไว้ ทำให้เกิดลวดลาย ถ้าต้องการให้มีหลายสีก็ต้องย้อมหลายครั้งจนครบสีที่ต้องการ การย้อมทำได้ 2 วิธีคือ การย้อมเส้นยืนตามความยาวของผ้า และการย้อมเส้นพุ่งซึ่งสามารถสร้างลายได้ไม่จำกัดความยาวของผ้า…”

กรรมวิธีมัดหมี่ที่กล่าวมานั้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียมี “อินเดีย”เป็นต้นแบบ

อินเดียนั่นเป็นแหล่งผลิตสิ่งทอที่สำคัญของโลกตั้งแต่โบราณ เช่น การทอผ้าฝ้าย, การพิมพ์ลายผ้าด้วยมือ รวมถึงการมัดหมี่ ผ้ามัดหมี่ในอินเดียเรียกว่า “ผ้าปาโตลา” มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแคว้นคุชราต สร้างลวดลายด้วยการมัดหมี่ทั้งเส้นยืนและเส้นพุ่ง (ขณะทีการมัดหมี่ส่วนใหญ่จะเลือกมัดบนเส้นพุ่ง หรือเส้นยืนอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น) ลวดลายของผ้าปาโตลาจึงคมชัด ผ้าปาโตลาจัดเป็นผ้าไหมมัดหมี่ที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชีย

ภาพจิตรกรรมผ้านุ่งของชายหญิงที่เป็นลวดลายมัดหมี่บนฝาผนังในถ้ำอาชันตายืนคือหลักฐานที่ยืนยันว่า อินเดียมีการทอผ้าที่ใช้การมัดหมี่ตั้งมากว่าพันปี โดยเข้ามาในเมืองไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คงมาพร้อมๆ กับการเผยแผ่ศาสนาพุทธ

แต่เทคนิคการสร้างลายผ้าด้วยการมัดหมี่ มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป เช่น ผ้าปาโตลา-อินเดีย, ผ้าโฮล-กัมพูชา, ผ้าลีมา-มาเลเซีย, ผ้ากาซือริ-ญี่ปุ่น, ผ้าแจสเป-กัวเตมาลา, ผ้าซินเหม่-เมียนมา เป็นต้น ในประเทศไทยแม้ชื่อ “มัดหมี่” จะรู้จักกันโดยทั่วไป แต่ในภาคเหนือก็ชื่อที่ท้องถิ่นนิยมเรียกว่า “มัดก่าน” หรือ “คาดก่าน”

ส่วนลวดลายที่สร้างนั้น ล้วนแต่มีพื้นฐานจากลวดลายเรขาคณิต การมัดหมี่ทุกชนิดของทุกประเทศต้องมีหลักการคำนวณตั้งแต่การเรียบเรียงเส้นด้าย เพื่อกำหนดความกว้างยาวของหน้าผ้า, การมัดเส้นด้ายแบ่งเป็นกลุ่มๆ เพื่อเป็นการกำหนดจำนวนเส้นด้านแต่ละลวดลาย ฯลฯ

ลวดลายมัดหมี่จึงประกอบด้วย เส้นตรง, เส้นทแยง, หักมุม, ซิกแซ็ก ฯลฯ แต่ก็มีความพยายามที่จะสร้างลวดลายที่โค้งมนและอ่อนช้อย เลียนแบบสิ่งของต่างๆในธรรมชาติ เช่น ก้อนเมฆ, คลื่น, ดอกไม้ ด้วยการมัดหมี่เส้นพุ่ง, มัดหมี่เส้นยืน หรือการมัดหมี่ทั้งเส้นพุ่งและเส้นยืน

SUMMER SALE! ลดราคาพิเศษกลับมาแล้ว สมัครสมาชิกรายปีนิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม ลดราคา 40% เฉพาะสมัครวันที่ 1-30 เม.ย. 64 คลิกดูข้อมูลเพิ่มและสมัครที่นี่


ข้อมูลจาก

ระบบสารสนเทศศูนย์อนุรักษ์ผ้าไหม เว็บไซต์ กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ศ.วิบูลย์ ลี้สุวรรณ.พจนานุกรมผ้าและเครื่องถักทออธิบาย, สำนักพิมพ์เมืองโบราณ, พฤษภาคม 2559

เผ่าทอง ทองเจือ, ผศ.ดร.กิตติกรณ์ นพอุดมพันธ์. มัดหมี่สายสัมพันธ์แห่งเอเชีย, ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์กรมหาชน), กันยายน 2559


เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์เมื่อ 31 มีนาคม  2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป