จับ “จิม” ยังเบาๆ สหรัฐฯ เคยมีปธน. ถูกกล่าวหา ซ้อมเมีย-ละเมิดทางเพศชาวบ้าน

การ์ตูนล้อเลียนเรื่องฉาวของ โกรเวอร์ คลีฟแลนด์ กล่าวหาว่าเขาทิ้งลูกในไส้ (By Frank Beard)

บรรยากาศการเลือกตั้งสหรัฐฯ ครั้งนี้ได้รับความสนใจจากคนไทยเยอะอีกเช่นเคย และหลายคนก็แปลกใจไม่น้อยที่ชาวสหรัฐฯ พากันเทใจให้ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำฝ่ายขวาที่มีเรื่องฉาวโฉ่สารพัด

หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องทัศนคติของเขาต่อผู้หญิงที่ถูกโจมตีหนักมากว่า เขาปฏิบัติกับสาวๆ ราวกับเป็นวัตถุทางเพศ และเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมายังมีเทปลับออกมาต้องย้ำพฤติกรรมที่ว่านี้อีก

ในเทปที่ว่านี้ ทรัมป์ กล่าวถึงวิถีแห่งคนดังของเขาว่า “ถ้าคุณเป็นดาราเขาจะยอมคุณทุกอย่าง คุณจะทำอะไรก็ได้ จะจับจิ๋มก็ยังได้”

หลายคนได้เห็นได้ยินเทปนี้แล้วก็อดทึ่งไม่ได้ว่า คนแบบนี้ทำไมถึงได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกรีพับลิกันให้เป็นผู้แทนลงสมัครประธานาธิบดีได้ และคงยิ่งแปลกใจขึ้นไปอีกเมื่อเขาได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีแม้จะมีคะแนนเสียงรวมต่ำกว่า ฮิลลารี คลินตัน ก็ตาม

โกรเวอร์ คลีฟแลนด์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ
โกรเวอร์ คลีฟแลนด์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ถึงกระนั้น พฤติกรรมของ ทรัมป์ ก็คงยังเทียบไม่ได้กับข้อกล่าวหาที่มีต่อ โกรเวอร์ คลีฟแลนด์ (Grover Cleverland) อดีตประธานาธิบดี จากพรรคเดโมแครต ที่เบื้องหน้าวางตัวเป็นคนดีมีศีลธรรมเหลือเกิน แต่เบื้องหลังกลับมีเรื่องสุดฉาวปิดบังเอาไว้

คลีฟแลนด์ คืออดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ สองสมัยแต่ไม่ติดต่อกันในยุคปลายศตวรรษที่ 19 เขาถูกเลือกให้เป็นตัวแทนในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 1885 (พ.ศ. 2428) ด้วยภาพลักษณ์ซื่อสัตย์ มือสะอาด ต่อต้านการทุจริต ตรงกันข้ามกับตัวแทนจากพรรครีพับลิกันอย่าง เจมส์ เบลน (James Blaine) ซึ่งถูกมองอย่างเคลือบแคลงว่ามีพฤติกรรมพัวพันกับการคอรัปชัน

เรื่องฉาวโฉ่ของทั้งคู่ค่อยๆ ถูกขุดขึ้นมาประจานในช่วงหาเสียง เมื่อเดโมแครตโจมตีเรื่องการทุจริต ฝั่งรีพับลิกันจึงตอบโต้ด้วยเรื่องส่วนตัว หลังไปพบจุดอ่อนของคลีฟแลนด์เข้า และป่าวประกาศว่าเขาแอบมีลูกลับๆ ตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อน สร้างความเสียหายให้กับ คลีฟแลนด์ อย่างมาก ในยุคที่สังคมยังมีความเคร่งครัดทางศีลธรรมค่อนข้างสูง

แต่ คลีฟแลนด์ ก็แก้เกมได้ดีเมื่อออกมายอมรับว่า เขาเคยนอนกับผู้หญิงที่อ้างว่ามีลูกกับเขา ขณะเดียวกันเขาก็อ้างว่า หญิงรายนี้เป็นหญิงส่ำส่อนที่เคยนอนกับผู้ชายหลายคน แต่เขายังขอรับผิดชอบแบบแมนๆ ด้วยการให้ค่าเลี้ยงดูกับเด็กคนดังกล่าว แม้จะไม่แน่ใจว่าจะใช่ลูกตัวเองรึป่าว กลายเป็นเครื่องมือหาเสียงให้เขาได้อีกต่อหนึ่ง

ขณะที่ข้อมูลจากอีกฝ่ายอ้างว่า วันหนึ่งในเดือนธันวาคมปี 1873 (พ.ศ. 2416) มาเรีย ฮัลพิน (Maria Halpin) สาวห้างวัย 38 ปี ในเมืองบัฟฟาโล ของนิวยอร์ก ได้เดินทางไปกินข้าวเย็นกับ คลีฟแลนด์ ซึ่งขณะนั้นเป็นนายอำเภอในพื้นที่ หลังถูกเขาตามตื้ออยู่หลายเดือน ก่อนที่ คลีฟแลนด์ จะฉวยโอกาสใช้กำลังขืนใจเธอขณะพาเธอไปส่งที่ห้อง

ภายหลังเมื่อ ฮัลพิน ท้องขึ้นมา คลีฟแลนด์ ได้วางแผนพรากเธอจากเด็กด้วยการต่อรองแกมบังคับให้เธอส่งตัวเด็กให้กับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ส่วนตัวเธอต้องไปใช้ชีวิตอยู่บ้านนอกโดยได้รับเงินก้อนหนึ่งเป็นค่าตอบแทน

ความรู้สึกผูกพันต่อลูกทำให้ ฮัลพิน รู้สึกเสียใจกับการกระทำครั้งนั้น เธอจึงเดินทางกลับบัฟฟาโล และลักพาตัวลูกหนีออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า คลีฟแลนด์ จึงส่งกำลังออกตามหาเธอและเด็ก ก่อนยึดตัวเด็กคืนสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แล้วเร่งจัดหาให้เด็กได้รับการอุปถัมภ์เป็นลูกบุญธรรมโดยเร็ว เพื่อป้องกันปัญหาในภายหน้า

ส่วน ฮัลพิน ถูกจับตัวส่งสถานบำบัดอาการผู้ป่วยทางจิต ก่อนถูกปล่อยตัวในอีกสามวันถัดมา เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเธอจิตปกติดี และบรรดาหมอๆ หลายคนยังกล่าวว่า ความพยายามหาช่องทางใช้อำนาจกักตัวพลเมืองโดยไม่มีหมายของนักการเมืองรายนี้เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ

แต่ยุคนั้นไม่ใช่ยุคโซเชียลมีเดียเรื่องราวจากคนตัวเล็กๆ อย่าง ฮัลพิน จึงได้รับความสนใจน้อย โดยเฉพาะเมื่อเธอถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้หญิงสำส่อนจากนักการเมืองใหญ่ สื่อของทั้งสองฝั่งการเมืองจึงเลือกนำเสนอเนื้อหาที่จะอำนวยประโยชน์แก่ฝ่ายตัวเองเท่านั้น

สุดท้าย คลีฟแลนด์ ก็ชนะการเลือกตั้งในฐานะคนดีผู้ต่อต้านการทุจริต และผู้กล้ารับผิดในสิ่งที่ตัวเองอ้างว่าไม่ได้ทำ แต่หลังได้รับตำแหน่งประธานาธิบดี และแต่งงานกับสาวรุ่นอายุน้อยกว่าตัวเอง 27 ปี ก็เกิดเรื่องฉาวขึ้นมาอีกว่า เขาใช้กำลังทำร้ายภรรยา เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลเลือกตั้งในสมัยถัดไป ภรรยาของคลีฟแลนด์ จึงถูกบีบให้ออกมาปฏิเสธต่อสาธารณะว่า คลีฟแลนด์ ไม่เคยใช้กำลังทำร้ายเธอ อย่างที่พรรคพรรครีพับลิกันกล่าวหา

การชิงตำแหน่งในสมัยที่สองของเขาจบลงด้วยความพ่ายแพ้ ก่อนกลับมาแก้ตัวได้ในการเลือกตั้งสมัยถัดมา แต่ก็เป็นประธานาธิบดีที่มีคนรู้จักไม่มากนัก ซึ่งต้องถือว่าเขาโชคดีที่ไม่ได้เกิดในยุคที่ใครๆ ก็เป็นสื่อได้ ไม่อย่างนั้นละก็ เขาก็คงจะมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ไม่แพ้ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนล่าสุดเป็นแน่


อ้างอิง:

  1. “Grover Cleveland”. Encyclopædia Britannica. Encyclopædia Britannica Online. Encyclopædia Britannica Inc., 2016. Web. 09 Nov. 2016 <https://global.britannica.com/biography/Grover-Cleveland>.

  2. “Grover Cleveland, a Rapist President”. Broadly. <https://broadly.vice.com/en_us/article/grover-cleveland-a-rapist-president>

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป