เมื่อเครื่องบินตกในวังหลวง ครั้งกบฏบวรเดช เจ้าหน้าที่ต้องหามนักบินออกมาตายนอกวัง

เครื่องบิน Nieuport-Delage รุ่น NiD 29

เรื่อง “เครื่องบินตกในวังหลวงนักบินตาย” นี้ เป็นส่วนหนึ่งในเหตุการณ์ “กบฏบวรเดช” ถูกบอกเล่าไว้ในหนังสือ “พ. 27 สายลับพระปกเกล้าฯ และหัวหน้าวิทยุกระจายเสียงภาคไทย ของกองบัญชาการทหารสูงสุดพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 2 เล่ม 2 ตอน ‘ชนะแน่คือหนี'”

นักบินสองนายผู้แปรพักตร์ ไม่ยอมเข้าร่วมฝ่ายกบฏ ได้ขับเครื่องบินหนีมาจากสนามบินโคกกระเทียม จังหวัดลพบุรี เมื่อจะมาลงจอดยังพระนคร บริเวณสนามหลวง ได้บินเฉียดหลังคาพระที่นั่งองค์หนึ่ง จนเครื่องบินตกในพระบรมมหาราชวัง นักบินยังไม่ได้สิ้นใจทันที แต่อาการจะบาดเจ็บปานใดนั้นไม่ได้ระบุไว้

เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังต้องรีบนำตัวนักบินรายนั้นออกจากวังโดยเร่งด่วน เพราะมีกฎมณเฑียรบาล และข้อปฏิบัติบังคับว่า ห้ามเลือดของสามัญชนตก หรือเสียชีวิตในพระบรมมหาราชวัง หากการณ์เป็นดังนั้นจะต้องประกอบพิธี “กลบบัตรสุมเพลิง” พิธีกรรมของพราหมณ์ ทำขึ้นเพื่อปัดรังควานสิ่งอวมงคล ทำพื้นบริเวณนั้นให้สะอาดและเป็นมงคล บันทึกเรื่องราวมีดังนี้

“เครื่องบินตกในวังหลวงนักบินตาย

บ่ายวันที่ 14 ตุลาคม เครื่องบินแบบ ‘นิเออปอ เดอลาส’ 2 เครื่อง บินมาจากทิศใต้จะลงสู่สนามหลวง เครื่องหนึ่งบินผ่านพระบรมมหาราชวังในระดับต่ำมาก ขณะที่กำลังจะข้ามพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จึงพุ่งเข้าชนมุมชายคาพระที่นั่งองค์หนึ่งในเขตพระราชฐานชั้นใน เครื่องบินตกลงพังพินาศ สิบตรีแฉล้ม นักบินสลบคาที่และกำลังจะตาย

เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังต้องรีบหามออกไปให้สิ้นใจภายนอกกำแพงวัง เพื่อหลีกเลี่ยงการที่จะต้องประกอบพิธี ‘กลบบัตรสุมเพลิง’ ณ จุดที่ถึงแก่กรรม โดยพราหมณ์ราชพิธี จะต้องกระทำในเมื่อมีผู้ที่มิใช่พระราชวงศ์เข้ามาตายในเขตพระบรมมหาราชวัง เป็นการ ‘ปัดรังควาน’ ตามประเพณีของราชสำนักมาแต่โบราณกาล

เครื่องบินอีกลำหนึ่งไปลงปะทะกิ่งมะขามที่สนามหลวง แต่นักบินปลอดภัย นักบินทั้งสองนี้บินหนีจากกองบินโคกกะเทียมมาสวามิภักดิ์ต่อรัฐบาล

เป็นที่โจษขานกันในวังระยะนั้นว่า เพราะนักบินผู้ตายกำลังจะบินข้ามองค์พระแก้วมรกต และยังผ่านข้ามพระสยามเทวาธิราช ซึ่งประดิษฐานอยู่ที่พระที่นั่งไปศาลทักษิณด้วย จึงบังเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว”

 


เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 พฤษภาคม 2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป