เตียวหุย นายทหารเจ้าโทโส โมโหร้าย ที่นำภัยมาถึงตัว

ลิโป้ รบกับกวนอู, เล่าปี่ และเตียวหุย

บทบรรยายแรกที่เปิดตัว “เตียวหุย” ในสามก๊กว่า  “ชายสูงประมาณ 5 ศอก ศีรษะเหมือนเสือ จักษุกลมใหญ่ คางพองโต เสียงดังฟ้าร้อง กิริยาดังม้าควบ” เป็นภาพลักษณ์ที่สร้างความแปลกใจแก่เล่าปี่จนต้องเอ่ยถามชื่อแซ่ และจบลงด้วยการเป็นพี่น้องร่วมสาบาน

เตียวหุยก็ใช้ทวนยาว 10ศอก น้ำหนัก 80 ชั่ง เป็นอาวุธติดตัว เป็นนักรบฝีมือดี และไม่กลัวใครในสามก๊กมีบันทึกฝีมือการรบ ผลงานความสามารถของเตียวหุยอยู่หลายครั้ง

หากนั้นไม่ใช่ “สิ่งที่โลกจำ” เมื่อพูดถึงเตียวหุย

เตียวหุยมี “ข้อเสีย” ที่โดดเด่น ชัดเจน ที่สร้างความ “หายนะ” แก่พวกร้องพ้องและตนเองจนถึงชีวิต  ข้อเสียของเตียวหุยคือเป็นคน “เจ้าโทโส, โมโหร้าย, ขี้เหล้า และชอบลงโทษลูกน้องรุนแรง”

ข้อเสียของเตียวหุยนำความเสียหาย เดือดร้อนมาให้หมู่คณะหลายต่อหลายครั้ง โดยครั้งที่รุนแรงที่สุด คือทำให้พี่น้องร่วมสาบานอย่างเล่าปี่ต้องเสียเมือง “ชีจิ๋ว”

ในครั้งนั้น พระเจ้าเหี้ยนเต้ ได้มีหนังสือรับสั่งให้ เล่าปี่เป็นเจ้าเมืองชีจิ๋วยกไปตีเมืองอ้วนสุด เมื่อเล่าปี่หารือกับบรรดาที่ปรึกษา และกวนอู, เตียวหุย ก็เห็นตรงกันว่ารับสั่งนี้ อาจเป็นอุบายของโจโฉ หากเมื่อเป็นรับสั่งก็ต้องปฏิบัติตาม จึงเตรียมการรับมือไว้ โดยจัดแจงทหารซึ่งมีสติปัญญาไว้อยู่รักษาเมือง เล่าปี่ก็เห็นชอบด้วย กวนอูจึงขออยู่รักษาเมืองแต่เล่าปี่ปฏิเสธเนื่องจากจเอากวนอูเป็นที่ปรึกษาในการทัพ อยู่รักษาเมืองไม่ได้ เตียวหุยจึงอาสาอยู่รักษาเมือง

เล่าปี่ก็ว่า ตัวเจ้ามักเสพย์สุรา แล้วโบยตีทหาร ประการหนึ่งก็เป็นคนใจร้ายมิได้ฟังผู้ใดห้ามปราม จะไว้ใจให้อยู่รักษาเมืองนั้นมิได้ เตียวหุยจึงว่า แต่วันนี้ไปข้าพเจ้าไม่เสพย์สุราเลย ถ้าทำสิ่งใดก็จะปรึกษาหารือผู้มีสติปัญญาก่อนจึงจะทำ แม้นมีผู้ใดห้ามปรามจะฟังคำ

บิต้ก(ที่ปรึกษาและพี่ภรรยาของเล่าปี่)ท้วงว่า กลัวเตียวหุยจะทำไม่ได้อย่างที่พูด เตียวหุยก็โกรธว่าตนเองมีความภักดีกับเล่าปี่  เล่าปี่เองก็ไม่วางใจ สุดท้ายจึงกำหนดให้ตันเต๋งเป็นที่ปรึกษา โดยเตียวหุยซึ่งอยู่รักษาเมืองชีจิ๋ว มอบให้ตันเต๋งว่าราชการฝ่ายพลเรือน ส่วนตนเองว่าราชการข้างเหล่าทหาร

อยู่มาวันหนึ่งเตียวหุย ให้แต่งโต๊ะเชิญขุนนางฝ่ายทหารพลเรือนทั้งปวงมาพร้อมกัน เตียวหุยว่า เมื่อเล่าปี่จะยกกองทัพไปนั้น ได้กําชับเราว่าอย่าให้เสพย์สุรานัก วันนี้เราสบายใจจึงให้แต่งโต๊ะเชิญท่านทั้งปวงมากินโต๊ะเสพย์สุราเล่น แต่วันเดียวนี้ให้สนุก สืบไปทานทั้งปวงและเราอย่าได้กินเลยเป็นอันขาด จะตั้งหน้าว่าราชการรักษาเมืองไว้ให้เป็นปรกติกว่าเล่าปี่จะยกกลับมา แล้วเตียวหุยก็รินสุราคํานับให้ขุนนางทั้งปวงกิน

แต่จงป้ามิได้รับจอกสุรา จึงว่าแก่เตียวหุยว่า ข้าพเจ้าได้สาบาน ไว้ต่อเทพยดาว่ามิได้กินเลย

เตียวหุยจึงว่าตัวเป็นทหารเหตุใดจึงว่าไม่เสพย์สุรา เราจะให้กินสักจอกหนึ่ง ถ้ามิกินเราไม่ฟัง จงป้าคิดกลัวเตียวหุยจึง คํานับรับจอกสุรามากินเข้าไป เตียวหุยจึงในสุรากินเข้าไปประมาณยี่สิบจอกใหญ่ เตียวหุยเมาแล้วจึงในสุราให้ขุนนางทั้งปวงกินอีก

แต่จงป้านั้นว่าข้าพเจ้ากินไม่ได้ เตียวหุยจึงหัวเราะแล้วว่า เมื่อนั้นตัวว่ากินไม่ได้ ก็เห็นว่าตัวแกล้งบิดพลิ้วลวงเราๆ ไม่ฟัง จะให้ตัวกินอีกจงได้ จงป้าก็มิได้กิน เตียวหุยโกรธจึงว่า ตัวเป็นผู้น้อยกว่าเราบังอาจขัดไม่เสพย์สุราด้วยเรานั้น ก็เห็นว่าตัวมิได้เกรงเรา แล้วก็ตั้งให้คนใช้เอาตัวจงป้าไปตีร้อยหนึ่ง

ตันเต๋งเห็นเตียวหุยจะทําวุ่นวาย จึงว่าเมื่อเล่าปี่จะยกกองทัพไปนั้น ได้สั่งไว้แก่ท่านประการใดบ้าง เตียวหุยจึงตอบว่าเราได้แบ่งให้ท่านว่าราชการข้างพลเรือน ตัวเราบังคับบัญชาฝ่ายทหาร และจงป้านี้เป็นทหาร ท่านอย่าได้มาล่วงว่าเลย ฝ่ายคนใช้จะคร่าเอาตัวจงป้าไปตี

จงป้าจึงอ้อนวอนเดียวหุยว่า ข้าพเจ้าขอโทษเสียครั้งหนึ่งเถิด ถึงแม้ไม่เห็นแก่ข้าพเจ้าจงเห็นแก่หน้าบุตรเขยข้าพเจ้าบ้าง เตียวหุยจึงถามว่าผู้ใดเป็นบุตรเขยของตัว จงป้าจึงบอกว่าลิโป้

เตียวหุยได้ยินดังนั้นก็ยิ่งโกรธ [เพราะเตียวหุยไม่ชอบลิโป้อยู่เดิม] จึงว่า เราทําทั้งนี้หวังจะหยอกเล่น ตัวเอาชื่ออ้ายลิโบ้มาข่มจะให้เราเกรง เราหาเกรงมันไม่ เราจะให้ตีในบัดนี้จริงๆ ให้กระทบถึงอ้ายลิโป้ผู้เป็นบุตรเขย ซึ่งตัวนับถือว่าดี ก็สั่งให้คนใช้เร่งเอาตัวจงป้าลงไปที่ได้ประมาณห้าสิบที่ ขุนนางทั้งปวงก็ชวนกันเข้าขอ เตียวหุยก็ให้งดไว้

จงป้าก็กลับมาบ้าน คิดแค้นเดียวหุยเป็นอันมาก จึงแต่งหนังสือให้คนใช้ถือไปให้ลิโป้ ณ เมืองเสียวพ่ายเป็นใจความว่า บัดนี้เล่าปียกกองทัพไปตีเมืองลําหยง เตียวหุยเสพย์สุราเมาให้ตีเรา แล้วว่ากล่าวหยาบช้ากระทบมาถึงลิโป้ด้วย ขอให้คุมทหารยกมาตีเมืองชีจิ๋วในเวลากลางคืนวันนี้เห็นจะได้โดยง่ายด้วย เตียวหุยกําลังเมาสุราอยู่

เมืองชีจิ๋วที่เล่าปี่ฝากให้เตียวหุยรักษาก็ตกเป็นของลิโป้ในคืนนั้น

นอกจากนี้เมื่อกวนอูถูกซุนกวนฆ่าตาย เตียวหุยก็เดือดโมโหแทนพี่น้องร่าวมสาบานที่เสียชีวิตไป เมา โมโห และโบยตีลูกน้อง แล้วเตียวหุยก็ต้องเสียชีวิตขณะยกทัพไปหมายจะล้างแค้นให้กวนอู เพราะถูกลอบฆ่าตัดหัวโดยฮอมเกียงและเตียวตัด ผู้เป็นลูกน้องตนเอง


ข้อมูลจาก

สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ตอนที่ 1-21 สภาการค้า หอการค้าไทย สมคมพ่อค้าไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ นาจุลินทร์ ล่ำซำ ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิริทราวาส วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2509

หลี่อันสื่อ(เขียน)นวรัตน์ ภักดีคำ, จันทรัตน์ สิงห์โตงาม(แปล). วีรบุรุษสามก๊ก 27 ขุนศึกผู้เป็นเลิศ, สำนักพิมพ์มติชน มีนาคม 2560


เผยแพร่ข้อมูลในระบบออนไลน์ครั้งแรก 26 กรกฎาคม 2562

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป