สำนวน “สุ่มสี่สุ่มห้า” กับการใช้ “สุ่มปลา” ที่ให้บทเรียนชีวิตติดปากจนวันนี้

เมื่อพูดถึงเครื่องมือจับปลา สุ่มเป็นชื่อแรก ๆ ที่ผู้คนนึกถึง แล้วอาจนึกต่อว่าใช้ครอบปลาตามแหล่งน้ำไม่กว้างไม่ลึก สานคล้าย ๆ ฝาชี แต่เล็กและแคบกว่า ส่วนบนสานเปิดไว้เป็นวงกว้างเพื่อใช้มือล้วงจับปลา

ดูเหมือนว่าสุ่มไม่มีเทคนิคกลไกซับซ้อนอะไร ไม่มีบ่วง ไม่มีการขัดเดือยอย่างเครื่องมือโดยมาก จึงมักติดภาพของสุ่มว่าใช้ง่าย ๆ แต่ในความเป็นจริงการจะใช้สุ่มให้ได้ผลดีทำได้ยาก

ลักษณะของสุ่มเป็นเครื่องจักสาน ทำไม่ยาก มีแบบสุ่มซี่ คือเอาไม้ไผ่ที่เหลาเป็นซี่ ๆ มาเรียงกันเป็นวงกลม ถักด้วยหวายหรือเถาวัลย์ และแบบสุ่มสาน คือเอาไม้ไผ่มาสารเป็นลายขัดตาสี่เหลี่ยม

ถ้าจะสุ่มหาปลาให้ได้ผลก็ควรลงทุนบ้างด้วยอุปกรณ์เสริม และด้วยความร่วมแรงกัน โดยธรรมชาติปลามักอาศัย พรางตัว หรือหาอาหารตามผักตบ ผักบุ้งนา หญ้าสด หญ้าแห้ง ที่ขึ้นตามชายขอบคลอง หนอง บึง วัชพืชเหล่านี้เรียกรวม ๆ ว่าสนุ่น จึงต้องล่อปลาออกจากสนุ่น วิธีหนึ่งคือใช้คน 2 คนลากไม้ค้อน ซึ่งเป็นไม้ท่อนกลม ใช้เชือกมัดท่อนไม้ 2 ข้าง ลากลงไปในห้วงน้ำ ปลาจะกระโดดหนีไม้ค้อน คนอื่นก็ถือสุ่มเดินตามเพื่อครอบปลา สุ่มจึงเป็นเครื่องมือจับปลาที่ต้องลงทุนลงแรงพอสมควร

การใช้เครื่องมือจับปลาอย่างสุ่มให้ได้ดีต้องเรียนรู้สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติให้มาก ลองผิดลองถูกให้มาก รู้จักอดทนรอปลาที่เป็นเป้าหมาย การใช้สุ่มอย่างมีคุณภาพจึงหมายถึงจับปลาที่ต้องการได้มาก โดยไม่ต้องใช้แรงมาก เสียเวลามาก แต่ถ้าใช้หลาย ๆ หน สุ่มหลาย ๆ ครั้งย่อมหมายถึงการใช้อย่างด้อยคุณภาพ สุ่มกี่ครั้ง ๆ ก็ไม่ได้ปลา

เช่น สุ่มครั้งที่หนึ่งก็ไม่ได้ สุ่มครั้งที่สองก็ยังไม่ได้ สุ่มครั้งที่สามอาจได้แต่ปลาเล็กปลาน้อย เพราะเลือกทำเลไม่ดี ไม่มีประสบการณ์ สุ่มครั้งที่สี่ก็ไม่ได้ สุ่มครั้งที่ห้าก็ยังไม่ได้

อย่างนี้เรียกว่าพวก “สุ่มสี่สุ่มห้า” ทำนองว่าคนกลุ่มนี้ด้อยคุณภาพ ไม่ตั้งใจ ไม่หวังผลสัมฤทธิ์


(คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากบทความ “สุ่ม อย่าสุ่มสี่สุ่มห้ากับสุ่ม” โดย พรศิริ บูรณเขตต์ ในนิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม มิถุนายน 2545)

ปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาในระบบออนไลน์เมื่อ 11 กันยายน พ.ศ. 2561

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป