“คฤหัสถ์” นาม พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) พ.ศ. ๒๔๓๐-๙๐

นาคเจ้าคุณพระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน)

‘ชาติเสือต้องไว้ลาย ชาติชายต้องไว้ชื่อ’ เป็นสุภาษิตที่เหมาะแก่การทหาร ข้าพเจ้าจึงได้เลือกเอามาเป็นบทประจำดวงตราของสกุล ‘พหลโยธิน’”

“เชษฐบุรุษ” หัวหน้าและผู้อ่านประกาศคณะเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ “ย่ำรุ่ง” วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อนำประชาธิปไตยมาสู่ประเทศชาติ ชาตะเมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๔๓๐ (ปฏิทินเก่า) ปีชวด เวลา ๐๓.๓๐ น. บุตรคนที่ ๕ ของ พันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา (กิ่ม พหลโยธิน) คุณหญิงจับ พหลพลพยุหเสนา เป็นมารดา เมื่ออายุราว ๘ ขวบ บิดาได้พาไปฝากกับขุนอนุกิจวัตร (มหาหนอ) อาจารย์ใหญ่โรงเรียนวัดจักรวรรดิราชาวาส (วัดสามปลื้ม) และย้ายมาอยู่กับพระครูสังฆวินิจ (เลื่อน) วัดพิชยญาติการาม

ครั้นอายุ ๑๑ ปี พี่ชายได้ให้ท่านบรรพชาเป็นสามเณรวัดกัลยาณมิตรอยู่ ๗ วัน หลังจากนั้นจึงเริ่มการศึกษาทางโลก ณ วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๔๔๔ โดยเป็นนักเรียนนายร้อยทหารบกขณะอายุเพียง ๑๒ ปี ได้รับทุนเล่าเรียนหลวงไปศึกษาต่อที่ประเทศเยอรมนีเมื่อย่างเข้า ๑๖ ปี ออกจากกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๔๔๗ “เมื่อท่านอยู่ประเทศเยอรมันนี เคยมีหมอดูโชคชาตาชาวเยอรมันได้ทำนายโชคชาตาของท่านไว้ ว่าท่านจะเป็นผู้คิดการใหญ่และสำคัญของชาติ กับจะได้เข้าอยู่ในวังใหญ่ด้วย”

ปลายปี พ.ศ.๒๔๕๕ ย้ายจากเยอรมนีไปศึกษาวิชาช่างแสงในประเทศเดนมาร์ก กลับมารับราชการในสยามบ้านเกิดโดยเริ่มจากกรมทหารปืนใหญ่ที่ ๔ เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๔๕๗ ในเดือนพฤษภาคม ๒๔๕๘ ย้ายเข้ามากรุงเทพฯในตำแหน่งผู้บังคับกองร้อยที่ ๒ ในกรมทหารปืนใหญ่ที่ ๒ เลื่อนยศเป็นร้อยเอกในเดือนเมษายน ๒๔๕๙ ในปีนั้น กองร้อยปืนใหญ่ของท่านได้ทำการยิงคำนับ (สลุต) ในพิธีฉลองพระที่นั่งอนันตสมาคม มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ราชการในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นลำดับ ในด้านยศ “พันตรี (พ.ศ. ๒๔๖๒)” “พันโท (พ.ศ. ๒๔๖๖)” “พันเอก (พ.ศ. ๒๔๗๑)” ในฟากบรรดาศักดิ์ เป็น “หลวงสรายุทธสรสิทธิ์ (พ.ศ. ๒๔๖๐)” “พระสรายุทธสรสิทธิ์ (พ.ศ. ๒๔๖๗)” และ “พระยาพหลพลพยุหเสนา (๖ พฤศจิกายน ๒๔๗๔)

เมื่อเริ่มเข้าสู่ยุคสมัยประชาธิปไตย พ.ศ. ๒๔๗๕ ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีระหว่าง พ.ศ. ๒๔๗๖-๘๑ ทั้งสิ้น ๕ สมัย ด้านยศทางการทหาร ได้รับพระราชทาน “พลตรี (พ.ศ. ๒๔๘๒)” “พลโท (พ.ศ. ๒๔๘๔)” และ “พลเอก (พ.ศ. ๒๔๘๕)”

พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา “เชษฐบุรุษ” ถึงแก่อสัญกรรม วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๐ สิริอายุ ๕๘ ปี ๑๐ เดือน ๑๗ วัน

อ่านเพิ่มเติม : ผ่างานอุปสมบทพระยาพหลพยุหเสนา การ “หลอมนิกาย” งานสงฆ์ครั้งใหญ่ยุคคณะราษฎร


อ่านเพิ่มเติมฉบับเต็มได้ในบทความ “หลอมนิกาย” มหาสังฆกรรมคณะราษฎร อุปสมบทพระยาพหลฯ พ.ศ. ๒๔๘๔ โดย นริศ จรัสจรรยาวงศ์ นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับมิถุนายน ๒๕๖๑

ปกศิลปวัฒนธรรม ฉบับมิถุนายน ๒๕๖๑

เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์ เมื่อ 16 มิถุนายน พ.ศ.2561

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป