“วัดตรีทศเทพ” จุดปลงศพเจ้าจอมมารดาน้อย วัดที่เจ้านาย 3 พระองค์มาสร้างจึงแล้วเสร็จ

วัดตรีทศเทพ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระองค์เจ้านพวงศ์ กรมหมื่นมเหศวรศิววิลาส พระองค์เจ้าสุประดิษฐ กรมหมื่นวิษณุนาถนิภาธร

“วัดตรีทศเทพ” พระอารามหลวงชั้นตรีที่สร้างสมัยรัชกาลที่ 4 อยู่ในเขตพระนคร กรุงเทพฯ วัดที่เจ้านายถึง 3 พระองค์ผลัดกันเป็นองค์ประธานจัดสร้างถึงได้แล้วเสร็จ

วัดนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เคยเป็นจุดปลงศพ “เจ้าจอมมารดาน้อย” เชื้อสายสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช การสร้างวัดจึงเกี่ยวเนื่องกับประวัติของท่านเป็นปฐม

เจ้าจอมมารดาน้อยเป็นธิดาคนที่ 2 ของพระอินทร์อภัย พระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ต่อมา 

เจ้าจอมมารดาน้อยจึงได้เป็นหม่อมในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ตั้งแต่เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎ

ท่านประสูติพระราชโอรส 2 พระองค์ คือ พระองค์เจ้านพวงศ์ กรมหมื่นมเหศวรศิววิลาส (ต้นราชสกุล นพวงษ์ ณ อยุธยา) และพระองค์เจ้าสุประดิษฐ กรมหมื่นวิษณุนาถนิภาธร (ต้นราชสกุล (สุประดิษฐ ณ อยุธยา)

พระองค์เจ้านพวงศ์ กรมหมื่นมเหศวรศิววิลาส
พระองค์เจ้านพวงศ์ กรมหมื่นมเหศวรศิววิลาส (ภาพจาก Wikimedia Commons)

ใน พ.ศ. 2367 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 โปรดให้สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามงกุฎเสด็จทรงพระผนวช ขณะนั้นพระองค์เจ้านพวงศ์ และพระองค์เจ้าสุประดิษฐ มีพระชันษาได้ 2 ปี และ 2 เดือนตามลำดับ แล้วภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎก็ครองสมณเพศอยู่ถึง 27 ปี ตลอดรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3

ระหว่างนั้น เจ้าจอมมารดาน้อยกับพระองค์เจ้านพวงศ์มาอาศัยอยู่กับพระพงษ์นรินทร์ผู้เป็นลุง ส่วนพระองค์เจ้าสุประดิษฐ มีเจ้าฟ้าจุฑามณี หรือต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงชุบเลี้ยงอุปถัมภ์ 

อย่างไรก็ตาม แม้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วก็ไม่ได้โปรดหรือยกย่องเจ้าจอมมารดาน้อยแต่อย่างใด นั่นจึงอาจเป็นเหตุให้ท่านมีพฤติกรรมบางอย่างที่สร้างความขุ่นเคืองพระราชหฤทัยต่อรัชกาลที่ 4

เรื่องมีอยู่ว่า ครั้งหนึ่งรัชกาลที่ 4 เสด็จด้วยกระบวนเรือจากตำหนักน้ำถึงวัดเขมาภิรตาราม ตลาดแก้ว เมืองนนทบุรี มีเรือเก๋งลำหนึ่งพายตามขึ้นมาแข่งกับเรือพระที่นั่ง เจ้าหมื่นสรรเพธภักดีที่ไปพร้อมขบวนเสด็จฯ ร้องถามก็ไม่มีการตอบกลับ เห็นแต่บ่าวหญิงในเรือเก๋งพากันหัวเราะเยาะ ปรากฏว่าเรือเก๋งลำนั้นเป็นของเจ้าจอมมารดาน้อย

เหตุการณ์นี้ทำให้รัชกาลที่ 4 ถึงกับมีพระราชหัตถเลขาว่า “มาทำหน้าที่เป็นเล่นตัว ล้อข้าต่อหน้าทาสกำนัล น่าชังหนักหนา”

เมื่อเจ้าจอมมารดาน้อยถึงแก่อนิจกรรม รัชกาลที่ 4 โปรดให้พระราชทานเพลิงศพที่สวนท้ายวังของพระองค์เจ้าสุประดิษฐ เมื่อเสร็จงานศพเจ้าจอมมารดาน้อยแล้ว พระองค์เจ้าสุประดิษฐก็ทรงกะสร้างวัดขึ้นบริเวณสวนท้ายวัง ณ จุดปลงพระศพของพระมารดา

พระองค์เจ้าสุประดิษฐ กรมหมื่นวิษณุนาถนิภาธร
พระองค์เจ้าสุประดิษฐ กรมหมื่นวิษณุนาถนิภาธร (ภาพจาก Wikimedia Commons)

โดยทรงจ่ายค่าแรงการแผ้วถางพื้นที่ด้วยการโปรยเงินทั่วบริเวณนั้น แล้วโปรดให้บ่าวไพร่ในพระองค์พากันหักร้างถางพงต้นไม้ใบหญ้าจนโล่งเตียนเพื่อเก็บเอาเงิน

แต่การสร้างวัดยังไม่แล้วเสร็จ พระองค์เจ้าสุประดิษฐก็สิ้นพระชนม์ไปก่อนเมื่อ พ.ศ. 2405 ด้วยพระชันษา 38 ปี รัชกาลที่ 4 จึงโปรดให้พระองค์เจ้านพวงศ์ทรงสร้างวัดต่อ แต่พระราชโอรสก็มาสิ้นพระชนม์ไปอีกเมื่อ พ.ศ. 2410 ดังนั้น รัชกาลที่ 4 จึงทรงรับเอาการสร้างวัดมาดำเนินการต่อจนเสร็จ และพระราชทานนามว่า “วัดตรีทศเทพ” ความหมายคือ “เทวดาสามนายสร้าง”

นอกจากนี้ยังโปรดให้แห่พระครูจุลนุนายก (คง) จากวัดบวรนิเวศวิหารมาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกด้วย

เจดีย์องค์ประธาน วัดตรีทศเทพ
เจดีย์องค์ประธาน ที่วัดตรีทศเทพ (ภาพจาก เฟซบุ๊ก วัดตรีทศเทพวรวิหาร WAT TRI Thotsathep)

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

เล็ก พงษ์สมัครไทย. (2556). พระญาติ ราชสกุล กรุงรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ : มติชน.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเม่อ 29 พฤษภาคม 2569